หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิกฤติ!! พบ หิมะดำปลิวเกลื่อน กาญจนบุรี


เขียนโดย New Delight

วิกฤติ!! ฝุ่น PM 2.5 ‘กาญจนบุรี’ พุ่งเกินค่ามาตรฐานสูงถึง 163 ไมโครกรัมต่อ ลบ.เมตร พบ หิมะดำปลิวเกลื่อน ผลพวงจากการ ‘เผาอ้อย’

วันนี้ 17 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มควันดำและเศษขี้เถ้าลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณพื้นที่หมู่ 4 ตำบลอุโลกสี่หมื่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการจุดไฟเผาไร่อ้อย กลายเป็นหิมะสีดำปกคลุมไปทั่วพื้นที่ สร้างความสกปรกให้กับบ้านเรือน และยังสร้างมลภาวะให้กับชาวบ้านที่ต้องทนเดือดร้อนกับอาการแสบตา แสบจมูก และขี้เถ้ายังลอยมาตกอยู่ในบริเวณบ้านเรือน ส่งผลกระทบต่อใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านอย่างหนักในช่วงนี้

โดย นายกรณรงค์ แสงมาลา ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า “ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเผาไร่อ้อยเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่ก็มีทั้งคนที่ตั้งใจจุดไฟเผาเพื่อให้ง่ายในการตัดอ้อย แต่บางส่วนก็ถูกลักลอบเผาโดยผู้ไม่หวังดี แม้ทางจังหวัดจะออกนโยบายห้ามเผาไร่อ้อยและเอาผิดกับผู้ที่เผาแล้ว แต่ก็ยังมีการลักลอบเผาเช่นนี้อยู่เป็นประจำ”

ขณะที่ในโลกออนไลน์ได้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเผาอ้อย นำภาพมาโพสต์ในเพจเฟซบุ๊กกลุ่ม คนเมืองกาญจน์ 2 เป็นภาพของเศษขี้เถ้าที่ลอยมาตกตามบ้านเรือน และรถที่จอดอยู่ ในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย และพื้นที่อำเภอต่างๆ โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อๆ ไปเป็นจำนวนมาก

ซึ่งผู้ที่อยู่ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นว่า บริเวณนี้เรียกว่าเป็นขาประจำ อยู่ห่างจากสถานีตำรวจไม่มาก ซึ่งการเผาไร่อ้อยตรงนั้นทำให้ผ้าที่ชาวบ้านตากไว้ ดำหมดยกตะกร้า คนแถวนี้เคยชินกับการเผาอ้อยแล้ว แต่บางคนบอกว่าไม่ทน ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ พร้อมทิ้งท้ายว่า เผาอ้อยเดือดร้อนมาก

บางคนบอกว่า เพิ่งไปเที่ยวที่กาญจนบุรี ไปนั่งดื่มกาแฟแถววัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง ปรากฏว่า มีควันดำลอยมาเต็มไปหมด จนต้องรีบขับรถหนี และเห็นว่าไร่อ้อยอีกแปลกหนึ่งก็กำลังจุดไฟเผาพอดี

ส่วนอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ขณะที่บางคนบอกว่า อีกประเทศหนึ่งพยายามจะดับไฟ แต่บ้านเรากลับมีคนเผานาข้าว และไร่อ้อยจนเกิดปัญหา

นอกจากนี้บางคนสุดทนกับปัญหา โดยได้โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากการเผาอ้อยมารวมตัวกันไปยืนหนังสือต่อจังหวัดเพื่อให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เนื่องจากปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนหนักมากขึ้นทุกวัน

สำหรับคุณภาพอากาศค่ามาตรฐาน PM 2.5 ต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ (ลบ.) เมตร แต่ปรากฏว่า การตรวจวัดคุณภาพอากาศจากเครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากเครื่องตรวจวัดที่ ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี ล่าสุดตรวจวัดค่า PM 2.5 สูงถึง 163 ไมโครกรัมต่อ ลบ.เมตร

ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอมาตรการขอความร่วมมือ ด้านการบริหารจัดการเพื่อเก็บเกี่ยวและการขนส่งอ้อยให้โรงงาน โดยให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่ลดการเผาอ้อยรอบชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร และรอบโรงงานน้ำตาลในรัศมี 10 กิโลเมตร รวมถึงแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” โดยมีกรอบแนวคิดใช้หลักการเชิงรุกที่เน้นการป้องกันผลกระทบล่วงหน้า

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่และมาตรการควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพอากาศอากาศในจังหวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น จำนวนจุดความร้อนลดลงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งเพื่อดำเนินงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ดังนี้

1.กำหนดให้พื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร รอบเขตที่ดินประเภทชุมชน (พื้นที่สีชมพู) ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ.2560 เป็นเขตควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำหรับอำเภอห้วยกระเจากำหนดให้รัศมี 5 กิโลเมตร รอบเขตเทศบาลตำบลห้วยกระเจา เป็นเขตควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก

2.กำหนดให้พื้นที่เขตรัศมี 10 กิโลเมตร โดยวัดจากจุดศูนย์กลางที่ตั้งบริษัท โรงงานน้ำตาล นิวกรุงไทย จำกัด อำเภอบ่อพลอย และ บริษัทน้ำตาลราชบุรี จำกัด (โรงงานน้ำตาลเมืองกาญจน์) อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขตควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

3.กำหนดให้พื้นที่ในเขตรัศมี 20 กิโลเมตร โดยวัดจากจุดศูนย์กลางที่ตั้งบริษัท น้ำตาลท่ามะกา จำกัด อำเภอท่ามะกา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยของ 6 โรงงานน้ำตาล ได้แก่ บริษัท น้ำตาลท่ามะกา จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมมิตรเกษตร จำกัด บริษัท น้ำตาลไทยกาญจนบุรี จำกัด บริษัท ไทยอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด บริษัท ประจวบอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท ไทยเพิ่มพูนอุตสาหกรรม จำกัด เป็นเขตควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

สำหรับมาตรการควบคุมผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำหรับพื้นที่เขตควบคุมฯขอให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย งดการเผาอ้อยอย่างเด็ดขาด และเตรียมความพร้อมในการเตรียมแปลงปลูกอ้อยเพื่อรองรับเครื่องจักรสำหรับเก็บเกี่ยวอ้อย

สำหรับพื้นที่นอกเขตควบคุมฯ ขอความร่วมมือให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย ให้งดเผาอ้อย เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นละออง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยต่อเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง และกรณีเกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องรื้อตอเพื่อปลูกอ้อยใหม่ ให้เตรียมแปลงปลูกอ้อยใหม่ เพื่อรองรับกับเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อย

และในฤดูการเก็บเกี่ยวอ้อย ปี 2562/2563 ให้โรงงานน้ำตาลทั้ง 8 แห่ง ดำเนินการจัดทำแผนการตัดอ้อยสด แผนงานในการสนับสนุนรถตัดอ้อยรวมถึงสนับสนุนวิธีการตัดอ้อยสดทุกรูปแบบ ภายในรัศมี 10 และ 20 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการตรวจติดตามให้เป็นไปตามแผนงานที่ทางโรงงานน้ำตาลเสนอไว้

ทั้งนี้มอบหมายให้ส่วนราชการทุกแห่ง อำเภอทุกอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมเฝ้าระวัง และป้องกันเหตุ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด และขอให้หน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยสามารถแจ้งเหตุและร้องทุกข์ ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี โทรศัพท์สายด่วน 1567 หรือ 034-533778 สำหรับในระดับอำเภอแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุกอำเภอ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในหลายอำเภอ พุ่งสูงขึ้นแบบพรวดพราดในครั้งนี้ มีปัจจัยหลักมาจากการเผาไร่อ้อย ซึ่งไม่เพียงทำให้หมอกควันฟุ้งกระจายเท่านั้น ยังทำให้เกิดฝุ่นละอองโดยเฉพาะหิมะดำปลิวลอยกระจายไปตามลม กระทั่งไปตกใส่บ้านเรือนราษฎรและในเขตชุมชนต่างๆ จนส่งให้ได้รับความเดือดร้อน

ขณะเดียวกันมีการร้องเรียนแจ้งให้ทางอำเภอและจังหวัดกาญจนบุรีเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ที่ผ่านมานอกจากจะไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรแล้ว ปรากฏว่า ยังมีเกษตรกรผลัดเปลี่ยนกันเผาไร่อ้อยกันต่อเนื่องทุกวันอีกด้วย.

เนื้อหาโดย: New Delight
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
New Delight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 784 ครั้ง
เขียนโดย New Delight
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: New Delight, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพงผักที่หากินยากที่สุดในไทย3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทยถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทยรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอดเปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไว4 จังหวัด ไม่ติดทะเล แต่มีหาดทรายขาวจั๊วะ5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิลสวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้านรวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วัดโอกุโนะอิน (Okunoin Temple)ก็แดดมันร้อน! เมื่อต้นมะละกอที่หวงดั่งลูก ยืนต้นตากแดดตามลำพัง ต้องหาที่กำบังให้ซะหน่อยบริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เล่าเรื่องชวนคุย
สกัดคาสนามบิน! ลอบขน “สัตว์ป่ามีชีวิต” ซุกกระเป๋า เตรียมบินนอก มูลค่ากว่า 2 แสนวัดเจ้าอาม ตำนานรัก โศกแห่งกรุงธนบุรี สู่ศรัทธาหลวงพ่อโตศิลาแลง ขอพรกลางกรุงวันที่ไทย "รีเซ็ตประเทศ" จากสายน้ำเจ้าพระยาสู่มหานครแห่งอนาคต—เมื่ออดีตไม่เคยหยุดกำหนดวันพรุ่งนี้คืนชีพ "งานคร่ำ" ศิลป์แผ่นดินที่เกือบสาบสูญ! จากหนามเหล็กสู่ลวดลายทองคำอันวิจิตร
ตั้งกระทู้ใหม่