หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

ยังไม่รู้ตัวว่าตาย

เมื่อตำรวจแจ้งว่า

เพื่อนผมถูกกลุ่มวัยรุ่น ฟันคอขาด แล้วเอาศพไปทิ้งไว้ในป่าช้า

ผมได้แต่ อึ้ง จนทำอะไรไม่ถูก
ยืน งง อยู่แบบนั้น อย่างคนนึกอะไรไม่ออก
เสียงญาติเพื่อน ร้องไห้ ระงม ก่นด่าพวกวัยรุ่นที่มาทำร้ายเพื่อนผม
บางคนก็มาด่าผมด้วยที่ไม่ดูแลเพื่อน วิ่งหนีเอาตัวรอดคนเดียว
ผมได้แต่ยืนตัวชา ข้างในหัวมันตื้อไปหมด แทบจะไม่รับรู้อะไร
ขาไม่มีแรงเดิน เข่าอ่อนแทบยืนไม่ไหว

แล้วไม่นาน ญาติๆเพื่อนก็พากันไปดู ศพเพื่อนในป่า
ผมยอมรับเลยว่า ผมไม่กล้าไปครับ ไม่กล้าไปเห็นสภาพเพื่อนแบบนั้น
ขอร้องให้ตำรวจพาผมแยกไปให้การณ์ที่โรงพัก

ตลอดทางที่ถูกพาไปโรงพัก ผมคิดไปคิดมาหลายตลบ
จะเล่าความจริงดีหรือเปล่า แล้วเขาจะเชื่อผมกันไหม
คิดแล้วคิดอีก ผมก็ตัดสินใจว่า ไม่เล่าเรื่องเมื่อคืน ดีกว่า

ผมให้การณ์ไปว่า พอมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นกัน แล้วผมก็วิ่งหนีกลับบ้านคนเดียวเลย

แม้ตำรวจจะพยายาม เอาเหตุผลโน้นนี่นั่นมาถามผม
ว่าไม่ห่วงเพื่อนเลยหรือ
-ไม่คิดจะตามหาเพื่อนเลยหรือ ที่ยังไม่กลับถึงบ้าน
-กลับเข้าห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือ

ผมได้แต่นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบยังไง
กับความจริงที่ พอบอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อแน่นอน

หลังจากให้การณ์เสร็จ กลับมาที่บ้าน ผมได้แต่ไปขอโทษกับญาติๆเพื่อน
ที่ผมเป็นต้นเหตุให้เพื่อนเสียชีวิต
มันเป็นช่วงเวลาที่ ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก สำหรับผมมาก

ช่วงสายๆ ตำรวจก็ตามจับคนที่ทำให้เพื่อนผมเสียชีวิตได้ครับ
เห็นตำรวจบอกว่า คนร้ายยังเมาหลับแอ๋ในบ้านอยู่เลย ตอนที่ไปจับกุม

ตอนนั้นผมสติหลุดมาก อยากจะไปเอาคืนให้เพื่อน
แต่ก็ถูก ญาติๆเพื่อนกันไว้ ไม่ให้เข้าไป ตอนที่คนร้ายมาขอขมา

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนพาผมไปที่วัด
แล้วก็เจอโลงศพที่บรรจุร่างเพื่อนไว้ภายในเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่กลางศาลา

ผมรู้สึกเสียใจและเป็นทุกข์มาก
ได้แต่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้เพื่อนต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้
ตอนนั้นรู้สึกไม่มีกระจิตกระใจอยากทำอะไรเลย
ที่ทำได้ ก็... พยายามช่วยตามเพื่อนๆ ให้มางานศพมัน
แต่เพราะเป็นการเสียชีวิตแบบกระทันหันมาก เพื่อนๆหลายคนก็เลยติดธุระ ไม่สามารถเดินทางมาได้

คืนแรก ก็เลยยังไม่มีใครมาเท่าไหร่
วัดที่ตั้งศพเพื่อนเป็นวัดเล็กๆเก่าๆ ไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมามากนัก
แถวนี้ ญาติๆเขานิยมมานอน เฝ้าศพที่ศาลากันมากกว่า
พอดึกๆ ก็เริ่มมี วงไฮโล ของชาวบ้าน มานั่งเล่นกัน
เป็นเพื่อนศพ พอให้คลายเหงาได้บ้าง

ผมไม่ได้กลับบ้านเปลี่ยนชุด นอนอยู่ที่ศาลาตั้งศพ นั้น จนถึงเช้า

คืนที่สอง
ช่วงสายๆ หลังจากกลับไป อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดแล้ว
ผมก็มาช่วยรับแขกที่ศาลาอีกที
จนกระทั่งช่วงเย็นๆ
เพื่อนผมก็ ขับรถมาจากกรุงเทพกัน
เดินทางมาด้วยกัน 4 คน
แล้วเพื่อนก็เอา ซอง ช่วยงานศพไปให้ญาติเพื่อนที่เสียชีวิต
เป็น เงินที่รวบรวมกันมา จากคนที่ไม่ได้มาด้วย เขาก็ฝากใส่ซองกันมาให้
หลังจากสวดอภิธรรมเสร็จ เกือบๆสองทุ่ม
เพื่อนๆมันก็อยากจะอาบน้ำ แต่มันไปดูห้องน้ำวัดแล้ว มันไม่สะดวก
ผมก็เลยพาพวกมันไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่บ้านเพื่อนคนที่เสียชีวิต

ขับรถมาถึงหน้าบ้าน ไฟหน้าบ้านไม่ได้เปิดไว้
ทำให้บรรยากาศตอนนั้นมืดมาก
ผมเดินเข้าไปเปิดไฟหน้าบ้าน แล้วไขกุญแจเข้าบ้าน ที่ประตูใหญ่ อย่างคุ้นเคย
เสียงเพื่อน เดินถือกระเป๋า คุยกันดังตามหลังผมมา
พอเข้าไปในบ้านได้ ก็พากันไปนั่งเตรียมตัวอาบน้ำกันอยู่ในครัว ตรงหน้าห้องน้ำ
แสงไฟในครัว มันสลัว สลัว เพราะเป็นหลอดไฟ ดวงเดียว ห้อยลงมาจากขื่อ
เพื่อนคนหนึ่ง พอมันหอบเสื้อผ้าได้ก็ รีบเข้าไปอาบน้ำก่อนเพื่อน
เพื่อนอีกสามคนที่เหลือก็นั่ง ค้นเสื้อผ้าในกระเป๋า เตรียมตัวอาบน้ำ
ค้นหาอะไรในกระเป๋ากันอยู่สักพัก
เพื่อนคนหนึ่งก็บอกว่า เฮ้ย มันลืมแปรงสีฟัน แถวนี้มีร้านขายของไหม
คุยกันไปคุยกันมา เพื่อนคนอื่นก็ ลืมโน้น ลืมนี่กัน ก็เลยจะไปร้านขายของกันหมด
ผมก็เลยบอกว่า
ลองขับรถไปหาดู แถวๆนี้น่าจะมี
แล้วไม่นาน เพื่อนมันก็หายไปซื้อของกันหมดครับ
ทิ้งให้ผมกับเพื่อนอีกคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ อยู่ในบ้านเพียงสองคน

พอเพื่อนออกไปบรรยากาศก็เริ่มเงียบ
อยู่ๆก็มีแมวตัวหนึ่ง เดินเข้ามาตรงในครัว ผ่านหน้าผมไป
เดินไปทางตู้กับข้าว แล้วก็หยุดอยู่ตรงตู้กับข้าว
แล้วก็ร้อง แมว..
ก่อนที่มันจะ แหงนหน้าขึ้นไปดูที่ตู้กับข้าว
ผมเห็นดังนั้น ผมก็เดินไปหามัน

"หิ้วข้าวหรือ เหมียว"

มันก็มองหน้าผม

แล้วอยู่ๆผมก็นึกถึงเรื่องที่ เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า
มันเป็นคนชอบแมวมาก ที่บ้านมันเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งด้วย

พอนึกได้
ผมก็เลย รีบหาอะไรในตู้กับข้าว มาคลุกให้แมวกิน
โชคดีนะที่ ยังพอมีเศษอาหารเหลือๆอยู่บ้าง

พอผมเอาจานข้าวแมว วางลงให้แมวกิน
มันก็เดินมาดมๆ สักพัก มันก็เดินออกไป
ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็เลยเดินมานั่งเล่นที่เดิม

ได้ยินเสียงเพื่อนอาบน้ำ อยู่สักพัก ก่อนจะเงียบไป
แล้ว อยู่ๆแมวตัวเดิมก็เดินมาอีก
เดินผ่านหน้าผมไป แล้วก็ไปหยุดดมอยู่ที่จานข้าว ก่อนจะร้อง
"แมว"

แล้วมันก็เดินกลับไปทางเดิม
พอมันเดินผ่านมาข้างหน้าผม ผมก็เลยสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา

"แมวอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรือวะ แล้วมันไปนอนอยู่ตรงไหน"

ว่าแล้วผมก็เลยค่อยๆ ย่องๆ เดินตามแมวไป
แมวมันก็พาผมออกไปตรง โถงหน้าบ้าน แล้วก็เลี้ยวไปทางห้องที่ผมนอน
ทางเดินตรงนั้น มีเพียงแสงจากห้องโถง ส่องไปเป็นแสง สลัว สลัว
ก่อนถึงห้องที่ผมพัก จะมีประตูห้องนอนเพื่อนอยู่ก่อนจะถึงอีกบาน
แล้วแมวมันก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องเพื่อน
นั่งลงแล้วมองขึ้นไปตรงลูกบิดประตู
ก่อนจะร้อง "แมว" ขึ้น

ผมได้แต่นึกในใจ มันคงคิดถึง เจ้านายมัน
กำลังจะเดินไปลูบหัวมัน

แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูลั่น ดัง "แกร๊ก"

จนผมชะงัก หยุดมองไปที่แมวตัวนั้น แทบจะกลั้นหายใจ
แล้วประตูห้องนั้นก็ค่อยๆเปิดแง้มออกมาช้าๆ
แอ๊ด...ด
ขนหัวผมลุกตั้ง แขนขา เย็นเชียบขึ้นมาอย่างกระทันหัน
ตัวเกร็งจนไม่กล้าขยับไปไหน ได้แต่จ้องไปที่แมวตัวนั้น
แล้วมันก็ค่อยๆเดินเข้าไปข้างในประตูห้องช้าๆ
สักพักก็ได้ยินเสียง แมว มันร้อง
" แมว "
ดังออกมาจากในห้องอีก

"เฮ้ย..ใครอยู่ในห้องวะ"

สักพักก็เริ่มได้ยินเสียง ไม้พื้นกระดาน ในห้องลั่น เอี๊ยด เอี๊ยด
เหมือนคนกำลังเดินอยู่ในห้อง

ใจผมเริ่มเต้นแรง ค่อยๆเดินไปที่ประตูห้องเพื่อนที่เปิดแง้มอยู่
แล้วผมก็ย่อตัวลง นั่งขุกเข่า แล้วค่อยๆชะโงกหน้าเข้าไปตรงช่องประตูที่แง้มอยู่ช้าๆ
ภายในห้องมืดๆ มีเพียงแสงลอดเข้าไปตรงประตูที่แง้มอยู่
พอมองเข้าไปในห้อง ก็เห็นแมวตัวนั้น
นั่งอยู่ตรงปลายเตียง แล้วแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเตียง
ผมก็เลยค่อยๆกวาดสายตามองขึ้นไปดูที่เตียง

อ้าย... เชี้ย..

ร่างเงาดำทะมึน ไม่มีหัว นั่งอยู่บนเตียง
หายวับทันที ที่ผมส่งเสียงร้องออกมา
ขนหัวผมลุกตั้ง ร้องโหวกเหวกไม่เป็นภาษา
พรางรีบลุก วิ่งออกไปหาเพื่อนที่ห้องน้ำอย่างไว

ผมวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามาในครัว
เฮ้ย... เฮ้ย...

ขณะเดียวกันก็เห็นเพื่อน วิ่งออกมาจากห้องน้ำ
"เป็นอะไรวะ แหกปากร้องทำไม"

เพื่อนรีบวิ่งมาหาผม ด้วยอาการหวาดผวา มองซ้ายมองขวาไปรอบๆตัว

"มีอะไรวะ"

ผมพยายามตั้งสติ
จะพูดยังไงดี ไม่ให้เพื่อนมันกลัว
เลยถามมันไปด้วยเสียงสั่นๆ ว่า

"คนเราตายกี่วันวะ ถึงจะรู้ว่าตัวเองตาย"

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://pantip.com/topic/39429301
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ken 7
 
ยังไม่รู้ตัวว่าตาย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ ยืมเงิน สินเชื่อ จาก 4 ธนาคาร กสิกร กรุงไทย กรุงศรี ออมสิน ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันชาวพัทลุงไม่ปลื้ม !! ประกาศยกเลิก โดนเททั้งอำเภอ เจนนี่ ได้หมดฯ งานใหญ่วิถีถิ่นไทยเท่พัทลุง​หวยจ้าวพายุ 16/8/63 ภ.พยัคฆภูมิพิสัย ชุดเลขเด็ดหวยดัง จาก คุณไก่ คุณวุฒินันท์ สอนศรี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
13 ผีที่น่ากลัวที่สุดในประเทศไทยปีเกิดคู่อริของ 12 นักษัตรอาชีพที่ถูกโฉลกของคนทั้ง 7 วันราศีที่ไม่ควรลงทุนหรือออกจากงานในช่วงนี้
ตั้งกระทู้ใหม่