ทักษิณทำไมถึงรวย? จากติดลบร้อยล้าน สู่มหาเศรษฐีหมื่นล้าน
เชื่อว่าหลายคนรู้จักทักษิณเป็นอย่างดี ในฐานะอดีตนายกที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเรื่องรัฐสวัสดิการในประเทศ แต่ตลอดเส้นทางทางการเมืองที่เขาได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จนชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย 2 สมัย แต่ระหว่างทางก็มีคำครหาในบทบาทของการเป็นนักธุรกิจของเขาก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่การเมือง
ด้วยความร่ำรวยและการแสดงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่แหลมคม ทำให้หลายคนระแวงเรื่องการเข้ามาทำงานทางการเมืองเพื่อแสวงหากำไรมากกว่าทำงานเพื่อประเทศ
วันนี้เราจะพาไปย้อนดูว่า อดีตนายกทักษิณชินวัตร ทำอะไรมาบ้างถึงร่ำรวยเป็นหมื่นล้าน
ย้อนกลับไป ปี พ.ศ.2523 ทักษิณ รับราชการตำรวจ และได้แต่งงานกับคุณหญิงพจมาน ก่อนได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่ต่างประเทศ ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยเรียนหนังสือไปด้วยทำงานไปด้วย
ทักษิณเล่าว่าช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่น เขาได้ทำงานในครัวที่ร้าน KFC ก่อนที่เขาจะสำเร็จการศึกษาและกลับมารับราชการตำรวจต่อที่ไทย เขาเล่าว่าช่วงนั้นเขาได้มีลูกคนแรกอายุ 4 เดือน กลับมาโดยมีทรัพย์สินติดตัวคือรถเบนซ์เพียง 1 คัน และเงินสดติดตัวแค่ 2 แสน
กลับมาที่ไทยเขาได้เขารับราชการตำรวจ เงินเดือน ป.โท 3,000 บ. ในยุคนั้น
เขามีมุมมองว่าเขาต้องทำธุรกิจเพื่อความอยู่รอด จึงคิดหาอะไรทำ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จึงได้คิดต่อกลับไปหาป้าที่เชียงใหม่ เพื่อขอผ้าไหมมาขาย เขาเปิดร้านขายผ้าไหม จากขายดี 1-2 เดือนแรกจนเจ๊ง ต้องหาแลกเช็คเพื่อเอาเงินมาหมุน
ระหว่างทางที่ธุรกิจกำลังไปไม่รอด เพื่อนได้ชวนเขาไปดูหนังบ้านทรายทองที่โรงหนัง จึงทำให้เขาเกิดไอเดียอยากซื้อหนังมาฉาย เขาเล่าว่าการลงทุนหนังในยุคนั้นคือเสี่ยงเพราะเขาต้องคาดเดาว่าเรื่องไหนจะดัง เรื่องไหนจะเจ๊งก่อนหนังจะฉาย ธุรกิจนี้เหมือนจะสร้างกำไรให้กับเขาในระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะเจ๊งในลำดับถัดมา เขาเล่าว่าในช่วงก่อนที่ตัดสินใจจะเลิกธุรกิจนี้ คือเขาไม่เหลือเงินที่จะซื้อหนังมาฉายแล้ว แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ใช้วิธีแลกเช็คจนได้เพื่อเอาเงินมาหมุน
ด้วยความโชคดี ระหว่างที่ธุรกิจโรงหนังกำลังจะเจ๊ง ช่วงที่มีกำไรเขาได้ซื้อตัวโรงหนังไว้ เขาจึงมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอา แล้วระหว่างนั้นธุรกิจคอนโดมีเนียมกำลังมา เขาก็กระโดดเข้าไปร่วมในธุรกิจนี้ในยุคแรกเริ่มของคอนโดมิเนียม เขาทุบโรงหนังสร้างคอนโดมิเนียม แต่เดชะบุญเกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดและหอพัก เป็นข่าวใหญ่จนคนเกิดกลัวการเช่าซื้อคอนโด ทำให้ธุรกิจนี้ไปไม่รอด
ซึ่งระหว่างที่ธุรกิจเขาเจ๊งหนี้สินของเขาก็เพิ่มตามไปด้วย จากหลักล้านสู่ร้อยล้าน ซึ่งจุดพลิกชีวิตของเขาคือธุรกิจโทรคมนาคม เป็นช่วงที่ไทยฟองสบู่แตกรอบแรก ทำให้รัฐบาลไม่สามารถกู้ยืมเงิน IMF ได้อีก รัฐจึงเปิดสัมประทานให้เอกชนเขาไปทำ ซึ่งทักษิณที่พื้นฐานเป็นคนชอบอ่านชอบค้นคว้าหาความรู้อยู่แล้ว เขาก็คาดการณ์ว่าโทรคมนาคมในอนาคตจะโตอย่างแน่นอน ซึ่งวันที่เขาบอกจะยิงดาวเทียมไทคมขึ้นไป หลายคนยังสบประมาทเขาว่าจะทำได้ยังไงเคยเห็นแต่คนยิงบั้งไฟขึ้นฟ้า เขาหัวเราะไปด้วยระหว่างเล่า เขาได้เข้าประมูลแข่งด้วยราคาที่สูงมากๆ เพราะเชื่อมั่นว่าอนาคตยังไงโทรคมนาคมก็โต ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ ธุรกิจโทรคมนาคมของเขาโตแบบก้าวกระโดด จนสามารถเขาตลาดหลักทรัพย์ได้ จากหุ้น ตัวละสิบบาท ราคาพุ่งไปหลักร้อย เปลี่ยนชีวิตให้เขาปลดหนี้และได้เห็นโฉนดบ้านตัวจริงครั้งแรก นั่นเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของเขาก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางสู่การเมือง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
10 อันดับสัตว์ที่ผสมพันธุ์เก่งที่สุดในโลก บางชนิดทำมากกว่า 200 ครั้งในเวลาเพียง 2ชั่วโมง
ย้อนรอย "หน่วย 731" ฝันร้ายไร้มนุษยธรรมและการทดลองมนุษย์ของกองทัพญี่ปุ่น
รับมือคนที่ชอบข่มเรา
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาทต่อเดือน ซื้ออะไรได้บ้าง? เมื่อเราแบ่งเงินออกมาเป็นรายวัน

