หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

9 เทคนิคทางจิตวิทยา ที่หลอกสมอง ให้หลงทำตามในสิ่งที่เราต้องการ

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย เห้ย เลาไม่เกี่ยว

Cognitive bias อธิบายถึงอคติหรือความผิดพลาดในกระบวนการคิด ความผิดพลาดเหล่านี้จะโน้มน้าวเราถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ถ้าคุณรู้เกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆเหล่านี้ คุณจะสามารถคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้ง่ายขึ้น และพวกเราจะปลอดภัยจากกลอุบายที่นักการตลาดและพนักงานขายใช้กับเรา เพราะกลยุทธ์ของพวกเขาขึ้นอยู่กับผลกระทบทางด้านจิตวิทยาเหล่านี้

พวกเราได้อ่านบทความมากมายและเราต้องการให้คุณรู้เกี่ยวกับกลทางจิตวิทยาที่สมองของเราสามารถเล่นตลกกับเราได้

1. กฎ Yerkes – Dodson

(ซ้าย: ว้าว, ฉันไม่รู้เลยว่าจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้  ขวา: รางวัลตั้ง 150,000 บาท ฉันต้องชนะ)

 

แรงจูงใจมีอิทธิพลต่อผลการทำงานว่าเราจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ แน่นอนว่าถ้าเราไม่มีแรงจูงใจเพียงพอเราก็ไม่น่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี แต่กฎของ Yerkes – Dodson กลับบอกว่าถ้าคุณมีแรงจูงใจมากเกินไปผลที่ได้อาจจะก็จะลดลงได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่นนักกีฬาที่ถูกผลักดันด้วยรางวัลเพียงอย่างเดียวอาจทำผลการแข่งขันได้ไม่ดี หรือหญิงสาวที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อให้ผู้ชายชอบ ความตึงที่เครียดสูงกลับยิ่งทำให้เรารู้สึกยากลำบากที่จะทำงานเหล่านั้น

2. Irwin effect

(ชาย: ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันอยากจะเลิกกับเธอ

หญิง: เขาทำตัวแปลกจัง สงสัยกำลังจะขอเราแต่งงาน)

เราคิดว่าสิ่งที่ดีมักจะเกิดขึ้นกับเรามากกว่าสิ่งที่ไม่ดี ในปี 1998 นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน, Scott Plous ได้ทำการทดลองโดยมีเหตุการณ์เชิงบวกและเชิงลบ 42 เหตุการณ์แก่นักเรียน (ความเจ็บป่วย, การซื้อบ้าน การได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นและอื่นๆ) พวกเขาถูกขอให้ประเมินโอกาสที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในชีวิตและไม่เกิดขึ้นกับคนอื่น ผู้คนต่างคิดว่าความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่ดีจะเกิดขึ้นมีโอกาสสูงกว่าการเกิดเหตุการณ์เลวร้ายถึง 15%

ดังนั้นในขณะที่ตัดสินใจ  Irwin effect ทำให้เรามองไม่เห็นภาพรวม สิ่งเหล่านี้อธิบายได้ว่า ทำไมเราถึงไม่ประหยัดเงินในวันที่ขัดสนเพราะเราไม่เชื่อว่าจะมีวันนั้น หรือทำไมเราไม่สามารถทิ้งแฟนที่แย่ๆ ไป เพราะเราประเมินคู่ของเราสูงเกินไปว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงได้

3. Dr. Fox effect

(A: ฉันไปอบรมการพัฒนาตนเองมา มันดีมากเลย ฺB: คุณเรียนรู้อะไรบ้าง

A: มันอธิบายยากแต่มันคุ้มค่ามากเลย B: โอเค)

ประเด็นของผลกระทบนี้คือความสามารถพิเศษของวิทยากรที่สามารถพูดในสิ่งที่ดูดี แต่อาจไม่ได้มีเนื้อหาอะไรของสิ่งที่พวกเขาพูด และผู้คนจะยังรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง ในปี 1970 ในโรงเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียนักวิจัยได้ทำการทดลอง: โดยให้นักแสดงมืออาชีพอ่านบทความทางวิทยาศาสตร์โดยอ้างว่าตัวเองเป็น“ Dr. Fox” สิ่งที่เขากำลังอ่านนั้นแทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เขาจะพูดและมันขัดแย้งกันอย่างมาก ซึ่งหากคุณฟังคำบรรยายเหล่านี้จากคนที่ไม่รู้จักคุณไม่มีทางเชื่อเลยว่าเรื่องที่เค้ากำลังพูดมันสามารถเกิดขึ้นได้จริง  แต่นักศึกษาที่คิดว่าผู้บรรยายคือคนที่มีความรู้ระดับ Dr ทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่เชื่อเรื่องที่ “ Dr. Fox”  พูดมั่วออกไป

Dr. Fox effect ได้ถูกนำใช้ไปเกี่ยวกับธุรกิจและการสัมนาอย่างแพร่หลาย คุณลองสักเกตุดูก็ได้ผู้บรรยายส่วนใหญ่จะบอกว่าเค้ามีความรู้ เป็นนักวิชาการเป็นผู้มีความชำนาณสูงในสิ่งที่เค้ากำลังจะพูด และเมื่อเราเชื่อตรงส่วนนี้แล้ว การบรรยายของเค้าก็จะให้ความรู้สึกว่าได้ส่งต่อความรู้บ้างอย่างมาให้คุณ สรุปก็คือคุณมีแนวโน้มจะเชื่อคำโกหก ถ้าหากผู้พูดเป็นคนที่คุณรู้จักและน่าเชื่อถือในความคิดของคุณ

4. Less-is-better effect

(ซ้าย: ชาย – สุขสันต์วันเกิดจ้ะ ที่รัก / หญิง- ขี้เหนียวจัง ขวา: ชาย – นี่สำหรับคุณ หญิง – เขาใจกว้างจัง)

หากเรานำของ 2 สิ่งโดยที่มีการเปรียบเทียบกันแบบตรงๆเชื่อไหมว่าเรามีแนวโน้มที่จะเลือกสิ่งที่มีมูลค่าน้อยกว่าแต่ให้ความรู้สึกพิเศษกว่า จากตัวอย่างภาพแรกผู้ชายให้ตะกร้าผลิตภัณฑ์เสริมความงามราคาถูกจำนวนหลายๆ ชิ้นกับผู้หญิง เปรียบเทียบกับคนทางซ้ายที่ซื้อลิปสติกราคาแพงอันเดียวมา ผู้หญิงจะชอบคนที่ให้ลิปสติกมากกว่า แม้ว่าเครื่องสำอางทั้งตระกร้าราคารวมมันจะแพงกว่าก็ตาม คำว่า Less-is-better นั้น  Christopher Hsee ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์และการตลาดที่ University of Chicago, Booth School of Business เขาทำการทดลองกับสิ่งต่างๆให้ผู้คนเลือก

เราติดป้ายว่า ผ้าพันคอราคาแพง ($ 45)  กับเสื้อโค้ทราคาถูก ($ 55) แล้วให้ผู้เข้าทดสอบเลือกสินค้า 1 อย่าง
ผลการทดสอบพบว่าคนที่เข้าทดสอบเลือกผ้าพันคอที่ติดป้ายว่าราคาแพง เหตุผลเพราะว่าปกติมันไม่ควรแพงเท่านี้ ถึงแม้ว่าราคาเสิ้อโค้ทจะแพงกว่าผ้าพันคอก็ตาม
ชุดจานชามที่มี 24 ใบ ที่ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อีกชุดจานชามเหมือนกัน แต่มี 31 ใบ โดยมีจานที่แตกเป็นรอยอยู่ 2-3 ใบ (ผู้คนชอบชุดจานที่ไม่แตกหักเลย แม้ว่า ชุดจานที่มีจานที่แตกอยู่แค่ 2-3 ใช่และมันก็มากกว่า 24 ใบ)

ว่ากันว่าในการแข่งขันกีฬาใด ๆ ก็ตามคนที่ได้เหรียญเงินมักจะมีความสุขน้อยกว่าคนที่ได้เหรียญทองแดง เพราะว่า… คนที่ได้เหรียญเงินมักจะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนที่ได้เหรียญทอง ในขณะที่คนที่ได้เหรียญทองแดง จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนที่ไม่ได้เหรียญอะไรเลย !!!

5. Denomination effect

(ซ้าย: 6,000 บาทค่ะ  ขวา: 600 บาทค่ะ)

ถ้าคุณมีแบงค์ย่อยหรือเหรียญคุณมีแนวโน้มที่จะใฃ้เงินเหล่านั้นซื้อของมากกว่า การมีแบงค์ใหญ่อย่างแบงค์ใหญ่  ในปี 2009 ผลกระทบนี้ถูกอธิบายโดย Priya Raghubir และ Joydeep Srivastava กลุ่มแรกได้ธนบัตรมูลค่า 1 ดอลลาร์อีกกลุ่มได้เหรียญ 1 ดอลลาร์เสร็จแล้ว ก็ถามว่าอยากจะใช้เงินมูลค่า1 ดอลลาร์นั้นไปแลกซื้อขนมหรือไม่

ผลปรากฏว่านักศึกษาที่ได้เหรียญไปนั้นจะมีโอกาสใช้เงินซื้อขนมมากกว่าคนที่ได้ธนบัตร

ดังนั้นเพื่อที่จะไม่ใช้จ่ายเงินหมดกระเป๋า ควรเก็บแบงค์ใหญ่ๆเอาไว้ แล้วคุณจะไม่อยากซื้อของเล็ก ๆ น้อยๆ ลดลงลองทำตามดูสิ

6. Foot-in-the-mouth

(ซ้าย: สวัสดีค่ะ Mrs. Angelo คุณเป็นอย่างไรบ้าง? / ก็ดีนะ ขอบคุณค่ะ

ขวา: ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น บริษัทของเราจะเข้าไปตรวจที่กรองน้ำให้คะ  / ค่ะ ไหนเล่าให้ฉันฟังเพิ่มหน่อยสิคะ)

ในกรณีที่มีคนแปลกหน้า โทรหาคุณและเค้าก็มีข้อมูลอย่างชื่อ หรือ อายุของคุณ คุณจะรู้สึกกดดันและรู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นหากคุณเป็นพนักงานขายของทางโทรศัพท์ลอง ถามคำถามง่าย หรือบอกแนะนำตัวเองก่อนผู้รับสายจะรู้สึกสบายใจและมีแน้วโน้มที่จะซื้อของของเรามากกว่า

7. Contrast effect

(ซ้าย: ฉันไม่รู้สิ  ขวา: หล่ออะไรอย่างนี้)

ผลกระทบจากความแตกต่างคือ เมื่อคุณอยู่คนเดียวคุณอาจจะดูน่าสนใจน้อยกว่าถ้าคุณมีเพื่อนที่หล่อน้อยกว่าเดินมาด้วย มันคือเรื่องของสมองล้วน ๆ เลยเพราะถ้าคุณมาคนเดี่ยวอีกฝ่ายจะเอาคุณไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ที่เค้าหรือเธอคิดว่าดีกว่า แต่หากคุณมากับเพื่อน เค้าหรือเธอก็จะเปรียบเทียบคุณกับเพื่อนของคุณในทันที ดังนั้นเดทครั้งหน้า คุณลองชวนเพื่อนไปเที่ยวพร้อมกับคนที่คุณชอลบางคุณอาจจะดูดีในสายตาของคนที่คุณแอบชอบอยู่ก็ได้

8. Overconfidence effect

(ซ้าย: เขาทิ้งฉันไปได้ยังไง ฉันออกจะเพอร์เฟ็ค

ขวา: เราบอกเธอแล้ว เธอไม่ต้องการเขาหรอก เธอดีออกจะตาย)

ผลของความเชื่อมั่นมากเกินไปนั้นทำให้เราประเมินตัวเอง “สูงกว่าค่าเฉลี่ย” เรามีแนวโน้มที่จะเชื่อในคำเยินยอหรือคำชมของคนใกล้ตัวถึงแม้ว่ามันจะพูดเกินความจริงก็เถอะ

ดังนั้นผู้หญิงที่พูดเรื่องที่เธอเลิกกับแฟนกับเพื่อนของเธอ อาจใช้คำพูดของเพื่อนๆ (เช่น“ คุณดูดีและเค้าไม่คู่ควร” หรือ“ คุณทำสิ่งที่ถูกต้อง”) เพื่อเป็นข้อโต้แย้งที่จะไม่ยอมรับความผิดพลาดของเธอเอง

9. Low-ball

(ซ้าย: ฉันขอโทษค่ะ รายการลดราคาหมดไปแล้ว คุณต้องการชุดนี้ในราคาเต็มไหมคะ

ขวา: ค่ะ ฉันต้องการชุดนี้)

เทคนิคการต่อรองแบบได้คืบเอาศอก (Low ball technique) เป็นวิธีการต่อรองด้วยการเปลี่ยนข้อเสนอในทันทีที่มีโอกาส นักคิดด้านการตลาดได้ประกาศเทคนิคนี้เมื่อปี ค.ศ. 1978 เมื่อพบว่าเป็นเทคนิคที่ได้ผลที่จะเริ่มข้อเสนอแรกที่ซ่อนเจตนาบางอย่างที่ต้องการไว้โดยเพียงแค่พูดคุยเริ่มต้นง่าย ๆ เช่น มีของลดราคาอื่นๆ   หรือมีของที่เข้ากันกับที่คุณซื้อ แล้วจึงเริ่มเสนอขายของอื่นๆ เพิ่มให้คุณอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์เช่นนี้ลูกค้ามักจะตอบตกลงแบบไม่ยากเย็นนัก

หลายคนอาจจะเคยเจอในจากร้านค้าสะดวกซื้อ ตอนที่จ่ายเงินเป็นต้น

เพื่อนๆเคยสังเกตเห็นผลกระทบเหล่านี้กับตัวเองหรือคนอื่นๆรอบตัว บ้างไหมแล้วคุณทำอย่างไรบ้าง?

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.btwinmylife.com/2019/11/03/constantly-playing/
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
13 VOTES (4.3/5 จาก 3 คน)
VOTED: โดนแมวตบ, dorotee, ไอ้ตัวซวย
 
9 เทคนิคทางจิตวิทยา ที่หลอกสมอง ให้หลงทำตามในสิ่งที่เราต้องการ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ชาวบ้านแห่ขอหวย เจ้าแม่ตะเคียนหิน ที่เคยให้โชคจ่าตี๋ ถูกรางวัลที่ 1 รวย 120 ล้าน (มีคลิป)

สาวหลงดีใจ เจอแมวอ้วนน่ารักนั่งอยู่หน้าร้าน เผลอแป๊บเดียวมีน้ำสีเหลืองไหลมาเป็นทาง

ฝูงสนุัข สู้กับ งูจงอาง ขนาดใหญ่

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โพสต์ล่าสุด “วันนี้ ขอกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ”

โย ทัศน์วรรณ น้ำตาซึมเล่าความรักในอดีต เหตุผลที่ต้องเลิกราอดีตสามี สรพงษ์ ชาตรี

เจนี่ เปิดใจครั้งแรก ใช้ชีวิตสุดสมถะ คุณแม่ให้เงินใช้อาทิตย์ละ 1 พันบาท

รวมภาพฮาๆ เมื่อ'แอพ'พิสูจน์แล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ในพริบตา

ซึ้งใจ!! เพื่อชีวิตที่ดีของลูก...แม่ผู้ยอม ‘ปล่อยมือ’ ลูกเพราะรักกับ 44 ปีแห่งการรอคอยของเธอ

นักวิทย์สาวคิดค้นวิธีลบน้ำออกจากภาพถ่ายใต้น้ำ จนได้สีจริงเหมือนถ่ายรูปบนบก

20 ดาราฮอลลีวูดที่ถูกจับมาเทียบกับตัวเองวัยละอ่อนในภาพเดียวกัน

กษัตริย์สวาสิแลนด์ ทรงซื้อ Rolls-Royces 19 คัน BMW 120 คัน ให้พระชายา 14 พระองค์

หญิงสาวสุดงง! ขอเข้าห้องน้ำอพาร์ทเมนต์เพื่อนชาย แต่ดันไปเจอสบู่ก้อนรูปทรงประหลาด

ห้องเช่าในญี่ปุ่นราคา 4,200 บาทต่อเดือนมีอยู่จริง แต่ต้องแลกกับการปวดหัวแทบทุกวัน

ปิดกิจการอีกราย! พนักงาน 50 ชีวิตสะอื้น โดนบีบให้ลาออกแลกเงินเดือนที่ค้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เทคนิคการจัดแจกันดอกไม้ ให้สวยสด อยู่ได้นาน..ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO ติดดินเอาจริงเอาจังของ มาเลย์ เมื่อมีการจับกุมเจ้าของรีสอร์ต หลังอนุญาตคนพุทธใช้ห้องละหมาดของชาวมุสลิมสวดมนต์ควรเลือกทานวิตามินบำรุงสมองแบบไหนที่จะช่วยให้ฉลาดและหุ่นดี
ตั้งกระทู้ใหม่