หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จิตเวชโคราช จัดทีมฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัยที่ชัยภูมิ สุรินทร์  ย้ำเตือน!! อย่าปล่อยคนเศร้า เหม่อลอย อยู่คนเดียว!!   

เนื้อหาโดย New Delight

        รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ จัดแผนฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโพดุลและคาจิกิในจ.ชัยภูมิและสุรินทร์หลังน้ำลด  เน้นพิเศษ 4 กลุ่ม พร้อมแนะประชาชนช่วยดูแลจิตใจกัน ให้สอดส่องคนใกล้ตัวที่มีพฤติกรรมผิดปกติเช่น ร้องไห้ เหม่อลอย สีหน้าเศร้าหมองไม่สดใสเหมือนเก่า หากพบอย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว ขอให้รีบเข้าไปพูดคุย รับฟังอย่างใส่ใจ และส่งมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นที่มีเช่นน้ำดื่ม อาหาร หากอาการยังไม่ดีขึ้นให้พาไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อรับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

 

         นายแพทย์กิตต์กวี  โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล(รพ.) จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์  จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมจากพายุโพดุล และพายุคาจิกิว่า  จากการติดตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยล่าสุด มีพื้นที่ในเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล 2 จังหวัดคือที่ชัยภูมิและสุรินทร์ ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายและเข้าสู่ระยะของการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ     โดยรพ.จิตเวชนครราชสีมาฯได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง2 จังหวัดและรพ.ที่อยู่ในพื้นที่จัดแผนฟื้นฟูจิตใจ โดยจัดทีมเยียวยาจิตใจแก่ผู้ประสบภัยหรือทีมเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team: MCATT) ลงพื้นที่เพื่อติดตามประเมินผลกระทบทางจิตใจ  ซึ่งในช่วงหลังน้ำลดนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ  เนื่องจากเป็นช่วงที่สภาพความเสียหายจากน้ำท่วมปรากฏชัดเจน อาจส่งผลกระทบทางจิตใจ  โดยเฉพาะความเครียดที่อาจแสดงอาการได้หลายรูปแบบ เช่นปวดศีรษะ สมาธิลดลง เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ  นอนไม่หลับ เป็นต้น  ความรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับความสูญเสียและพื้นฐานทางจิตใจของแต่ละคน โดยเน้นพิเศษ 4 กลุ่มได้แก่กลุ่มที่มีความสูญเสีย เช่นทรัพย์สิน ไร่นาเสียหาย กลุ่มผู้สูงอายุ   กลุ่มที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิมเช่นโรคความดันโลหิตสูง     และกลุ่มที่ป่วยทางจิตเวชอยู่แล้วเช่น  ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผลจากน้ำท่วมอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ หากพบรายใดมีปัญหาจะให้การดูแลฟื้นฟูตามมาตรฐานของกรมสุขภาพจิตจนกว่าจะเป็นปกติ

          นายแพทย์กิตต์กวีกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ส่งผลกระทบในวงกว้าง  จึงขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันดูแลจิตใจกันในเบื้องต้น  โดยใช้หลัก 3 ส. เพื่อประคับประคองจิตใจ ลดความเครียด และส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวหลังจากประสบภัย  ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ทันที ประกอบด้วย 1.ให้สอดส่อง มองหาคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างที่กำลังมีความทุกข์และต้องการความช่วยเหลือ  โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมง่ายๆเช่น นั่งเหม่อลอย    มีสีหน้าเศร้าหมองไม่แจ่มใสร่าเริงเหมือนที่เคยเป็น ร้องไห้ เป็นต้น  หากพบอย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวอย่างเด็ดขาด  ขอให้รีบเข้าไปพูดคุย   2. ให้ใส่ใจรับฟัง เพื่อให้เขาได้ระบายความทุกข์ ความในใจออกมา จะช่วยผ่อนจากหนักให้เป็นเบาได้   โดยอาจใช้ภาษากายช่วยด้วยเช่นการจับมือ หรือโอบกอด จะช่วยให้ผู้ที่มีทุกข์รู้สึกดีขึ้น และไม่เกิดความรู้สึกว่าโดดเดี่ยว  และ3. คือการส่งความช่วยเหลือเบื้องต้นเท่าที่ตนเองมี เช่น น้ำดื่ม อาหาร เสื้อผ้า เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน  หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบพาไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่  เพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกวิธีต่อไป              

          สำหรับวิธีการจัดการความเครียด  ขอแนะนำให้ผู้ประสบภัยปฏิบัติตัวดังนี้ 1. หากิจกรรมทำตามปกติ เช่น ดูแลเก็บบ้าน  2. พูดคุยกับบุคคลใกล้ชิดหรือเพื่อนที่คุ้นเคย จะช่วยระบายความทุกข์ในใจ  สบายใจขึ้น  3.ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย เช่นสะบัดแขน ขา ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ  จะช่วยผ่อนคลายขึ้น   4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  และ5.ให้ปรับเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นผู้รับการช่วยเหลือ เป็นผู้ให้การช่วยเหลือคนอื่นตามศักยภาพที่มีอยู่  จะช่วยให้จิตใจดีขึ้นและเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน  หากทุกคนมีสภาพจิตใจดี ก็จะสามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 จะปรับตัวได้ภายในระยะเวลา  1-3 เดือน  

เนื้อหาโดย: New Delight
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
New Delight's profile


โพสท์โดย: New Delight
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: New Delight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดินจังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสานประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชียประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย“หินสีชมพู” ใต้แอนตาร์กติกายาว 100 กม. ตัวแปรลับเร่งละลายน้ำแข็ง-ชี้ชะตาน้ำท่วมโลกเมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทยรู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาดเกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทยจังหวัดเดียวมีทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าและเขื่อนชลประทานมากที่สุดในไทยเลขเด็ด "ปฏิทินรวย รวย" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..ส่องเลย รวยก่อนใคร!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ข่า สรรพคุณที่มากกว่า “เครื่องต้มยำ” สามารถต้านเซลล์มะเร็งได้สิ่งที่พบเมื่อปล่อยแมวให้อยู่ลำพังที่บ้านเป็นเวลา 26 วัน ในช่วงวันหยุดตรุษจีนถอดรหัสความเรียบง่ายของ "เทพเหว่ย": อัจฉริยะคณิตศาสตร์ผู้เลือกใช้ชีวิตสมถะ สวนทางโลกวัตถุนิยม“หินสีชมพู” ใต้แอนตาร์กติกายาว 100 กม. ตัวแปรลับเร่งละลายน้ำแข็ง-ชี้ชะตาน้ำท่วมโลก😃 ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบของนักออกแบบที่รู้ว่าต้องทำงานของเขาให้ออกมาถูกต้องน่าประทับใจได้ยังไง 😉จิ๋วแต่แจ๋วหลบไป! "น้องชอน จูเนียร์" ทารกยักษ์นิวยอร์ก หนัก 5.8 กก. ทุบสถิติโรงพยาบาล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าวสารสาระดีๆกับนิวดีไลท์
ดีลใหญ่สายยุติธรรม! "นักกฎหมาย-ขุนพลธรรมาภิบาล" จับมือปั้นบุคลากรพันธุ์ดุ เสริมเกราะวิชาการต้านทุจริตสบส. ชี้วัยทำงานป้องกันฝุ่น PM 2.5 ต่ำ เร่งสร้างทักษะ–แรงจูงใจปรับพฤติกรรม ผ่านเครือข่าย GEN-Hยกระดับวินัยจราจร: ตร. สั่ง "เตือนก่อนปรับ" ผ่านระบบ PTM ดีเดย์ถึงมีนาคมนี้"ปอป้อ-โอโม่" พร้อมลุย! ทัพขนไก่ไทยลงสนามจริง มุ่งเป้าคว้าชัยไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026
ตั้งกระทู้ใหม่