หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เคล็ดลับชะลอวัย อยู่ห่างไกลจากน้ำตาล

โพสท์โดย Pattama Vattanaparin

น้ำตาลนับเป็นสารอาหารสร้างความสุข สำหรับคนที่รู้สึกเครียด เบื่อหน่าย  อ่อนเพลียจากการทำงานหรือการเรียน ที่มักจะทานของหวานทั้งขนม เครื่องดื่ม หรืออาหารว่าง  เพื่อรู้สึกหายเพลีย กระปรี้กระเปร่า สดชื่น อารมณ์ดี แต่การทานน้ำตาลมากเกินไป นอกจากโอกาสที่จะเกิดโรคอ้วนและเบาหวานแล้ว ยังทำให้ร่ายกายแก่ก่อนวัยอีกด้วย

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า ไกลเคชั่น (Glycation)  และเกิดสารทำแก่ หรือเอจีอี AGEs (Advanced Glycation End-Products)  ซึ่งสาร AGEs  นี้เมื่อเข้าไปอยู่ในเซลล์ร่างกายบริเวณไหนก็จะทำให้เซลล์บริเวณนั้นเกิดการเสื่อมสภาพ  ทำงานแย่ลง ถ้าไปอยู่ที่ผิวก็จะทำลายคอลลาเจนและใยโปรตีน ทำให้เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น จุดด่างดำ  ทำให้ผิวขาดน้ำ ดูแห้ง หน้าบวม เพราะน้ำตาลจะดูดน้ำออกจากเซลล์ผิว และยังทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาดำ  ดูโทรมกว่าวัย  

ยังไม่หมดเท่านี้    การกินของหวานทำให้เป็นสิวอีกด้วย  เพราะเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูง ทำให้ต้องสร้าง "อินซูลิน" เพื่อมาลดปริมาณน้ำตาลในร่างกายของเราให้เป็นปกติ แต่การสร้างอินซูลินจะส่งผลให้เกิดไขมันที่ผิวหนัง หน้าเราก็จะมีความมันเพิ่มขึ้น โอกาสเกิดสิวก็จะมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากเรื่องผิวพรรณ ความสวยงามแล้ว น้ำตาลยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย เพราะว่าสาร AGEs  ยังมีผลต่อความเสื่อมของเซลล์สมอง และความหวานจะไปขัดขวางการดูดซึมโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อสมองของเรา เมื่ออาหารที่บำรุงสมองน้อยลง พัฒนาการของสมองก็มีสิทธิ์หยุดชะงักลงเช่นเดียวกัน

นี่เป็นแค่ภัยร้ายส่วนหนึ่งของเจ้าน้ำตาลหวาน ๆ ที่เราคุ้นเคย   ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด อ่านฉลากโภชนาการดูส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนซื้อสินค้า หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสังเคราะห์ความหวาน เลือกอาหารและเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลน้อย มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งตอนนี้ในท้องตลาดมีบางแบรนด์ใช้น้ำเกสรดอกมะพร้าวจากธรรมชาติแทนการใส่น้ำตาลทราย ที่ช่วยให้อร่อยโดยไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วย ใส่ใจการรับประทานอีกนิดจะรักษาความสดใส เยาว์วัยและสุขภาพดี ให้อยู่กับเรานานๆ

โพสท์โดย: Pattama Vattanaparin
แหล่งที่มา:
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Pattama Vattanaparin's profile


โพสท์โดย: Pattama Vattanaparin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้วประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคตประเทศที่ไม่มีทะเลแต่มีกองทัพเรือประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุดปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทยเปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดค่าครองชีพสูง รายได้สวนทาง ปี 2568เมืองที่ “อยู่ยาก” หรือ “ไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย” (จากสภาพแวดล้อมจริง)ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประวัติศาสตร์อิหร่าน จากจักรวรรดิเปอร์เซียสู่การปฏิวัติอิสลามผู้นำอิสราเอลเผย "อิหร่านแอบสร้างบังเกอร์ใต้ดิน ถ้าเราไม่โจมตีตอนนี้ มันก็จะสายเกินไป!!"ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุดประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
"หมี่หน่ำเหลี่ยว" เมนูอาหารบะหมี่ท้องถิ่น แสนอร่อย ของจังหวัดตรัง (มีวิธีทำให้ด้วยน๊า ใครอยากลองทำ แวะมาอ่านกันได้เลย)สะเดาน้ำปลาหวานจอผักกาด:แกงเหนือดั้งเดิมศึกน้ำอ้อย! ปอกเปลือกสะอาดใส หรือ ไม่ปอกเปลือกเน้นหอมนวล?"
ตั้งกระทู้ใหม่