หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

รู้จักกระต่ายกันอีกนิด

กระต่าย 🐰🐰🐰
ถือเป็นสัตว์เลี้ยงในกลุ่ม exotic species ที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือใช้การดูแลแบบเดียวกับสุนัขและแมวได้ เพราะทั้งลักษณะทางกายวิภาค ธรรมชาติการใช้ชีวิต อาหาร และพฤติกรรมของกระต่ายนั้นแตกต่างจากสุนัขและแมวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่าง “อาหาร” ที่อยากให้เจ้าของน้องกระต่ายทุกคนหันมาศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้น้องกระต่ายได้ชีวิตอย่างมีความสุขตามแบบของเค้า...และอยู่กับพวกเราไปนานๆ
.
รู้หรือไม่
.
🐰 กระต่าย จัดเป็นสัตว์กินพืช (herbivore) ที่มีกระเพาะเดียว (แตกต่างจากโค-กระบือที่มี 4 กระเพาะ)
🐰 กระต่ายอาเจียนไม่ได้ เพราะพวกมันมีหูรูดกระเพาะที่แข็งแรงมาก
🐰 ธรรมชาติกระต่ายจะกินอาหารประมาณ 30 ครั้งต่อวัน นานครั้งละ 3-4 นาที เป็นเหตุให้เราควรวางอาหารและน้ำทิ้งไว้ให้กระต่ายได้กินอย่างเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง (โดยกำหนดปริมาณต่อวัน) ไม่ได้ให้เป็นมื้อๆ เหมือนกับสุนัขและแมว
🐰 Hind gut fermentation กระต่ายไม่ได้ย่อยหญ้าและพืช (สารอาหารจำพวกไฟเบอร์) ที่กระเพาะอาหาร แต่หมักย่อยที่ลำไส้ใหญ่ส่วน caecum (อ่านว่า ซี-กั้ม) ที่มีความจุมากถึง 40% ของทางเดินอาหารทั้งหมด (มากกว่ากระเพาะถึง 10 เท่า)
🐰 กระต่ายกินอึตัวเอง หรือที่เรียกว่า caecotrophy (แตกต่างจาก coprophagy) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งกระบวนการจำเป็นของการย่อยและดูดซึมสารอาหาร
.
ทำไมอาหารไฟเบอร์สูง ถึงสำคัญ?
.
🐰 เมื่ออาหารผ่านกระเพาะและลำไส้เล็กมาแล้ว จะถูกแยกเป็นสองส่วน คือ อาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์ขนาดมากกว่า 0.5 มิลลิเมตร จะผ่านไปสู่ไส้ตรงและทวารหนัก ออกไปเป็นอุจจาระก้อนกลมๆ แข็งๆ ส่วนเส้นใยไฟเยอร์ที่มีขนาดเล็กกว่านั้น จะถูกแยกเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ส่วน caecum
.
🐰 กระต่ายมีแบคทีเรียอยู่ใน caecum ที่จะคอยทำหน้าที่หมักย่อยไฟเบอร์จากหญ้าและพืชต่างๆ จนได้ผลผลิตเป็นสารอาหารที่ดูดซึมได้ โดยกระต่ายได้รับแบคทีเรียเหล่านี้ครั้งแรกจากการกินอุจจาระของแม่กระต่ายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ต่อมาแบคทีเรียก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และทำหน้าที่ของมันเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะไม่เกิดขึ้นหากกระต่ายได้รับอาหารที่มีไฟเบอร์ไม่เพียงพอ นอกจากนี้การที่อาหารมีแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) มากเกินไป แบคทีเรียในลำไส้กระต่ายจะหมักย่อยได้เป็นกรด volatile fatty acid ซึ่งจะทำให้ pH ใน caecum กลายเป็นกรดมากขึ้นเรื่อยๆ (แทนที่ควรจะเป็นเบส) แบคทีเรียชนิดดีก็จะทยอยตายไป แบคทีเรียชนิดก่อโรคก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นแทน นั่นคือทำให้เกิดอาการท้องอืด และเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของกระต่ายที่ได้รับสัดส่วนอาหารอย่างไม่ถูกต้อง
.
🐰 เมื่อผ่านไป 8 ชั่วโมง (ส่วนมากตรงกับเวลากลางคืน เจ้าของจึงไม่ค่อยได้สังเกตเห็น) ผลผลิตที่ได้จากการหมักย่อยใน caecum จะออกมาเป็นอุจจาระเม็ดขนาดเล็กๆ และมีเมือกเหนียวหุ้มอยู่ ลักษณะคล้ายพวงองุ่น หรือที่เรียกว่า caecotroph ซึ่งกระต่ายจะกินอึชนิดนี้กลับเข้าไปใหม่ เพราะในอึชนิดนี้มีทั้งแบคทีเรียจำเป็นบางส่วน มีเอนไซม์ และสารอาหารบางขนิดที่สามารถย่อยและดูดซึมได้อีกครั้งที่ลำไส้เล็ก
.
สัดส่วนอาหารที่ควรให้กระต่ายกิน
🥗 หญ้า* 80%
🥗 ผักใบเขียว 10%
🥗 อาหารเม็ด ที่มีองค์ประกอบครบถ้วน 5%
🥗 อาหารอื่นๆ เช่น พืชหัว หรือผลไม้ 5%
*หญ้าและพืชที่ให้กระต่าย ควรมั่นใจว่าไม่มียาฆ่าแมลง
.
สิ่งที่ "ไม่ควร" ให้กินเป็นอาหาร "หลัก" 🙁🙁🙁
.
🥗 พืชที่มีไฟเบอร์ต่ำ (หรือผักกรอบๆ ที่เราไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก) เช่น กวางตุ้ง ตำลึง คะน้า กะหล่ำปลี ผักหวาน แตงกวา บวบ
🥗 พืชหัวหรือผลไม้ หลายชนิดแม้จะมีไฟเบอร์สูง แต่ก็มีคาร์โบไฮเดรตสูงเช่นกัน ซึ่งอาจรบกวนสภาพ pH และการหมักย่อยภายในลำไส้ใหญ่ได้ (สามารถให้กินได้บ้างเล็กน้อย เสริมกับหญ้า แต่ต้องไม่ใช่อาหารหลัก) เช่น แครอท (กระต่ายไม่ได้ชอบกินแครอท เพราะฉะนั้นอย่าเข้าใจผิด!) แอปเปิ้ล กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ 
.
สิ่งที่ห้ามให้กระต่ายกิน ❎❎❎
.
🥗 พืชที่มียาง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อกระต่ายได้ เช่น ผักบุ้ง
🥗 Grain mix, เมล็ดพืช และถั่วชนิดต่างๆ เพราะมีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงที่อาจรบกวนสภาพ pH และการหมักย่อยภายในลำไส้ใหญ่ได้
🥗 ผักกาดแก้ว
🥗 หัวหอม, หอมใหญ่, กระเทียม
🥗 มันฝรั่ง, ขนมปัง, ข้าวโอ๊ต
.
โดยสรุปคือ แม้ว่าอาหารเม็ดบางชนิดจะระบุว่ามีส่วนประกอบไฟเบอร์ % สูงเพียงพอ หรือมีการผสมหญ้าที่ผ่านการตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ปนอยู่ด้วยก็ตาม แต่สัตวแพทย์ก็ยังคงแนะนำให้มีหญ้าหรือพืชไฟเบอร์สูงๆ วางไว้ให้กระต่ายได้เลือกกินเองในทุกๆ วัน (ตลอดทั้งวัน) เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมการหากินตามธรรมชาติแล้ว การที่กระต่ายได้ใช้ฟันขบเคี้ยวใยอาหารจากพืชเหล่านั้น จะช่วยลดปัญหาฟันงอกยาวได้อีกด้วย
.
อ้างอิงข้อมูล
http://citeseerx.ist.psu.edu/viewdoc/download…
https://www.unusualpetvets.com.au/…/Rabbit-and-Guinea-Pig-F…

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: คุณกระต่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
รู้จักกระต่ายกันอีกนิด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมภาพตลก....สุดจัดปลัดบอก..!!เจนนี่โดนสับไม่หยุด ล่าสุดมีแชทหลุดเด็กทะยอยออกค่ายมหาเศรษฐีฮ่องกงสอนวิธีก้าวขึ้นไปสู่ความรวย ด้วยการแบ่งเงินออกเป็น 5 กองแฟนๆ ช็อค!!! มินอา AOA กรีดข้อมือเลือดท่วมอีกครั้งรายชื่อนักร้อง K-Pop ที่ร่ำรวยสุด 10 อันดับในปี 2020นักร้อง "กลุ่มประเทศกูมี" แถลงหลังปรากฏมีชื่อในกลุ่มผู้ต้องหา 31 คน7 ดารา ดังอยู่เรื่องเดียวสาวโวย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 50 บาท มันได้น้อยไปมั้ย? เตือนชาวเน็ตอย่าหลงซื้อบี้ เคพีเอ็น ตัดใจทิ้งบ้านราคา 30 ล้าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Exotic Pet (สัตว์เลี้ยงพิเศษ)
ท่องให้ขึ้นใจ ไม่พร้อม ต้องไม่เลี้ยง....เคสกระต่าย 71 ตัว กำลังรอความช่วยเหลือค่ะ!15 ข้อ สุดเซ็ง! ที่กระต่ายไม่อยากเจอHeat strokeอยากให้เป็นเพียงฝัน.....(ขอแค่ความรักเปลี่ยนเป็นความผูกพันเพื่อให้ฉันได้อยู่กับเธอ)
ตั้งกระทู้ใหม่