รู้จัก'โรคชอบหยิบฉวยของคนอื่น'และโรคทางจิตที่พบบ่อยในโลกโซเชี่ยล
เพิ่งจบไปได้ไม่นานกับละครสะท้อนสังคมแนวจิตวิทยา ของทางช่อง 3 "วัยแสบสาแหรกขาด" ซึ่งมีพฤติกรรมการแสดงออกต่าง ๆ ที่เราอาจไม่เคยได้ยิน แล้วก็เกิดคำถามว่า "เอ๊ะ เป็นโรคจริงหรอ หรือว่าเป็นนิสัยส่วนตัว" รวมถึงข่าวคนดังทางโซเชี่ยลมีพฤติกรรมนี้ด้วย หนึ่งในนั้นก็คือโรค ชอบหยิบฉวยของคนอื่น Kleptomania
อาการ มักจะขโมยสิ่งของที่ตัวเองไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หรือสิ่งของที่ไม่มีราคา ก่อนลงมือ ผู้ป่วยจะมีความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากลงมือขโมยของแล้วจะรู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป
สาเหตุ สมองหลั่งสารเซโรโทนินน้อยลง เช่นเดียวกับโรคซึมเศร้าหรือโรคอื่น ๆ
(เซโรโทนิน เป็นฮอร์โมนควบคุมอารมณ์ การย่อยอาหาร ความรู้สึกอยากหรือเบื่ออาหาร รวมไปถึง การนอนหลับ)
เกิดจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก ความเครียดความกดดัน ความไม่พอใจพ่อแม่หรือบุคคลที่มีอำนาจในชีวิต หรือพันธุกรรม ผลักดันให้มีนิสัยชอบขโมยของเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย สร้างความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง หรือสร้างความอับอายให้กับบุคคลที่มีอำนาจในชีวิต
แต่การขโมยโดยยโรคต่างกับขโมยโดยกมลันดาร ตรงที่ ผู้ที่เป็นโรคปกติมักไม่มีการวางแผนแยบยลเป็นเรื่องเป็นราวได้นาน และไม่ได้เป็นคนคิดร้ายต่อผู้อื่นให้เกิดความเสียหายเท่าไหร่
โรคชอบมโน (Pseudologia fantastica)
ผู้ใช้โซเชี่ยลบางกลุ่มมักสร้างโลกเสมือนขึ้นมาเพื่อหาความสุข ความผ่อนคลาย การยอมรับที่ไม่ได้รับในชีวิตจริง
อาการ ชอบสร้างโลกมโน ที่ดูดี จิตแพทย์เชื่อว่าเป็นการต้องการหนีปัญหารูปแบบหนึ่ง มีความต้องการเติมเต็มส่วนที่ขาด มีปัญหาต่อต้านสังคม ขาดสังคม หรือพฤติกรรมขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง โกหกเป็นเรื่องเป็นราว
สาเหตุ เกิดจากปัญหาวัยเด็ก เช่น ไม่ได้รับใส่ใจ ไม่เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง จากผลักตัวเองเข้าโลกจินตนาการของตัวเอง
โรคเสพติดยอด like
การเสพติดยอดไลก์ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง ต้องการความยอมรับในสังคมและอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้
นพ. อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (2018) กล่าวว่า การอัพรูป แต่งรูปแล้วโพสต์ลงโซเชี่ยลเป็นเรื่องปกติ แต่ ! ถ้ามีอาการไม่สบายใจ เมื่อโพสต์แล้วรู้สึกกังวล ไม่สบายใจเมื่อยอดไลก์น้อย เป็นสัญญาณว่าเป็นโรคเสพติดยอดไลก์ ไม่มีความพอใจในตัวเองได้
การโพสต์แล้วเฝ้ารอ คาดหวังว่ามีใครมาไลก์ของเราบ้าง จะทำให้มีความผิดปกติทางจิตได้ (ข้อมูล แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร)
วิธีแก้ หากิจกรรมอย่างอื่นทำ สร้างความมั่นใจตัวเองในโลกแห่งความจริง ยอมรับในความแตกต่างของคน และฝึกขืนใจตัวเอง ยับยั้งชั่งใจไม่ให้โพสต์บ่อยเกินไป
โรคชอบโพสต์ข้อมูลส่วนตัวรัวๆ
จากผลการศึกษาของ Freie Universität นักวิทยาศาสตร์จากเยอรมัน พบว่า คนที่ชอบโพสต์บ่อย ๆ มีร่องรอยการทำงานของสมองทั้งส่วนคอร์เทกซ์กลีบหน้าผากส่วนหน้า และส่วน precuneus หนักมาก อีกทั้งยังลามมาทิ้งรอยหยักที่สมองส่วนข้างและด้านหลัง (lateral orbitofrontal cortex)
สมองส่วน precuneus ทำหน้าที่สะท้อนความเป็นตัวตน และตระหนักรู้เกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง
อาจเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เป็นคนเก็บกด และใช้โลกออนไลน์แสดงความรู้สึกหรือหลีกหนีความจริง
การแสดงออกสัมพันธ์กับความรู้สึกนึกคิด ถ้าเราสังเกตตัวเอง เราก็จะเข้าใจตัวเอง ถ้าพบว่าไม่ดีแล้วคิดจะเปลี่ยนนิสัย ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง แล้วจะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่มีปัญหา ^^
แหล่งที่มา: https://www.scholarship.in.th/post-social-all-the-time/
https://www.theactkk.net/home/homenew1/print_news.asp?id=6996
wikipedia
https://www.hfocus.org/content/2014/02/6371
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
รถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
รสขมในอาหารโลก จากสัญญาณเตือนภัย สู่รสชาติที่คนหลายวัฒนธรรมเลือกกิน
ทำไม น้ำมูกถึงไหล เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด




