รีวิวหนัง Green Book มิตรภาพคนขับรถผิวขาว กับนักดนตรีผิวสี หนังในยุคเหยียดสีผิว ที่คว้าถึง 3 รางวัลออสก้าร์ 2019
Green Book (Peter Farrelly, 2018) คะแนน B+
"ความสัมพันธ์ต่างสีผิวถูกบอกเล่าได้อย่างเพลิดเพลิน" ถ้าจะมองหาหนังที่มีประเด็นทางสีผิวดราม่าแต่กลับบอกเล่าเรื่องราวได้เพลิดเพลินสนุกสนาน ดูแล้วรู้สึกเบาสบายผ่อนคลาย Green Book คือหนึ่งในหนังที่ให้อารมณ์เหล่านั้นได้อย่างถึงที่สุด ทั้งมุขตลก และความสัมพันธ์ระหว่างชายสองคนที่ต่างสีผิว ต่างเชื้อชาติ ตัวหนังเล่าเรื่องจริงของนักเปียโนผิวสีชื่อดัง 'ดอน เชอร์ลีย์ (มาเฮอร์ชาลา อาลี)' ที่จะต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา และจำเป็นต้องใช้หนังสือปกเขียวสำหรับนักท่องเที่ยวนิโกร (The Negro Motorist Green Book) รับสมัครคนขับรถส่วนตัว 'โทนีลิป (วิกโก มอร์เทนเซน)' จึงได้งานนี้เพราะมีชื่อเสียทางด้านจัดการความไม่สงบเรียบร้อย ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่กำลังตกงานพอดี ทั้งสองคนต้องเดินทางไปแต่ละเมืองทางตอนใต้ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ดินแดนทางใต้ที่ไม่ต้อนรับนิโกร เต็มไปด้วยอันตรายตลอดเส้นทาง ทั้งสองคนจึงได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่สุดแสนจะฟีลกู๊ด
แน่นอนว่า ตัวภาพยนตร์พาเราไปพบกับความขัดแย้งและประเพณีต่างๆที่คนผิวสีถูกกระทำในช่วงยุด 60’s สอดแทรกผ่านตัวละครหลักในเรื่อง แม้ว่าภาพทั้งหมดจะไม่ได้ชัดเจนหรือสะท้อนให้เรารับรู้ถึงความโศกเศร้าของคนดำในยุคสมัยนั้นเหมือนที่หนังเรื่องอื่นๆเคยทำ เพราะประเด็นของหนังไม่ได้ให้น้ำหนักในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของคนผิวสีในประเทศแห่งนี้ แต่ให้เรามองภาพผ่านตัวละครผิวสีที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนขาวกับคนดำ 'ดอน เชอร์ลีย์' นักเปียโนผู้โด่งดังและฐานะดี จึงเป็นตัวละครที่อยู่ตรงกลางเส้นแบ่งนี้ เราจึงได้รับรู้ความรู้สึกอีกมุมหนึ่งผ่านตัวละครตัวนี้ ซึ่งตัวหนังเองทำได้ดีและประสบความสำเร็จ การแสดงของ 'มาเฮอร์ชาลา อาลี' สามารถสร้างตัวละครที่เปลี่ยวเหงา สับสน และมีจุดยืนที่พยายามพิสูจน์บางสิ่งบางอย่างในความเชื่อของตัวเอง ส่วนการแสดงของ 'วิกโก มอร์เทนเซน' นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และช่วยทำให้ตัวหนังครบสมบูรณ์ พร้อมทั้งมอบการแสดงที่ยอดเยี่ยมน่าชื่นชม
ท้ายสุด 'Green Book' ให้แง่มุมความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนได้น่ารักน่าชัง มีความสนุกสนานขบขัน มีบทภาพยนตร์ที่กลมกล่อมและสะท้อนภาพชีวิตจิตใจของตัวละครได้ดี ให้ภาพสะท้อนสังคมในยุค 60's ชนิดที่ไม่โหดร้ายเกินไปจนสูญเสียอรรถรสสไตล์หนังคอมเมดี้ นักแสดงนำทั้งสองคนรับส่งบทและถ่ายทอดตัวละครออกมาได้มีเสน่ห์ ประกอบกับเสียงดนตรีจากเปียโนอันไพเราะ บรรยากาศของหนังช่วงคริสต์มาสส่งท้ายปี ความดราม่าผสมความตลกในหนังจึงสร้างรอยยิ้มและเรียกความซึ้งใจได้ในน้ำหนักพอเหมาะพอดี ดังนั้น Green Book จึงน่าจะได้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชาย สมทบชาย, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บทเวทีออสการ์ที่จะถึงในปีนี้ และน่าจะมีสิทธิได้รางวัลติดไม้ติดมือมาพอสมควร... 
ขอให้มีความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ครับ 
ตัวอย่าง
นี้คือที่มาของ คนดำต้องหนังสือคู่มือ การเดินทางท่องเดียว
แหล่งที่มา: https://pantip.com/topic/38425808
https://www.youtube.com/watch?v=qj0YfwPb0mE
เขียนโดย ลูกสาวอบต
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
หมาไทยทำไมต้องหลังอาน
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว






