หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้ง Report เนื้อหาเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ข่าวร้าย! การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำสถิติใหม่อีกครั้ง

บอร์ด ข่าวสิ่งแวดล้อม เรียบเรียงโดย TRUMPED

 

        การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจะทำลายสถิติใหม่ในปี พ.ศ. 2561 แม้ว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะมองเห็นแนวโน้มที่ค่อนข้างนิ่ง แต่สัญญาณล่าสุดบอกกับเราว่าการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่งเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

        การเพิ่มขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากจำนวนรถยนต์บนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการกลับมาใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้น หมายความว่าโลกกำลังเดินไปตามเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นเดิม อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และปศุสัตว์

        งานวิจัยโดย the Global Carbon Project เผยแพร่ในการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ ในประเทศโปแลนด์ ซึ่งเผยแพร่ความแปลี่ยนแปลงของประชาคมโลกร่วม 200 ประเทศที่ลงนามในข้อตกลงปารีสเมื่อ พ.ศ. 2558 รายงานดังกล่าวระบุถึงระดับการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 พ.ศ. 2561 และร้อยละ 1.6 พ.ศ. 2560

 

        แทบทุกประเทศต่างมีส่วนในการเพิ่มขึ้นดังกล่าว โดยการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากประเทศจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 สหรัฐอเมริการ้อยละ 2.5 และอินเดียร้อยละ 6.3 ในพ.ศ. 2561 ส่วนสหภาพยุโรปยังค่อนข้างคงที่ หลังจากที่ปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

        “ปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นในระดับโลกเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะหากเราต้องการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราก็ควรจะเปลี่ยนแนวโน้มจากบวก เป็นลบ เพื่อให้เข้าใกล้ศูนย์ในท้ายที่สุด” Corinne Le Quere อาจารย์จากมหาวิทยาลัย East Anglia ผู้นำคณะวิจัยในรายงานฉบับดังกล่าวและแผยเพรในวารสาร Nature ให้สัมภาษณ์ “เรายังมองไม่เห็นโครงการหรือการกระทำที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว”

        นานาชาติลงนามในข้อตกลงปารีสโดยจะจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 3 องศาเซลเซียส ในขณะที่การเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 องศาเซลเซียสก็อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหลายประเทศในโลก อ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์หลากหลายแขนง Corinne Le Quere กล่าวเสริมว่า “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่านานาประเทศจะกลับมาพร้อมกับข้อเสนอที่เข้มข้นขึ้นใน พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นวาระการประชุมครั้งถัดไป”

        ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) ก็แสดงให้เห็นถึงปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน Fatih Birol ผู้บริหาร IEA ระบุว่า “แนวโน้มที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นน่าจะเป็นสัญญาณเตือนต่อรัฐบาลนานาประเทศที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว”

        “ทุกๆ ปี การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นทำให้ที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านชีวิตอยู่ในความเสี่ยง” Christiana Figueres แถลงในการณรงค์ Mission 2020 เธอคือตัวแทนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ “เราอยู่ในยุคที่นวัตกรรมสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเราต้องมั่นใจว่าทางออกดังกล่าวจะต้องกำชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้” เธออ้างอิงถึงนวัตกรรมอย่างพลังงานหมุนเวียน และรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้วก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

        อาจารย์ David Reay จากมหาวิทยาลัยแห่ง Edinburgh สหราชอาณาจักรระบุว่า “ตัวการปล่อยแก๊สเรือนกระจกในระดับโลกข้างต้นมีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ เป็นสัญญาณที่รุนแรงว่าเรากำลังอยู่ในช่วงติดลบ และกำลังจะดิ่งลงไปเรื่อยๆ เพื่อปกป้องอนาคตของพวกเรา ผู้นำในระดับโลกควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว”

        Herjeet Singh จากองค์กรไม่แสวงหากำไร ActionAid International ระบุว่าสถิติดังกล่าวน่าจะทำให้สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงความเป็นจริงบ้าง “เพราะบรรยากาศการประชุมดูจะมีแต่การพูดถึงความสำเร็จ”

        ข่าวร้ายจากระดับการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น มาพร้อมกับแนวโน้มที่น่าตระหนกอีกสองสามอย่าง อ้างอิงจากอาจารย์ David Victor จากมหาวิทยาลัยแห่ง California, San Diego ซึ่งเผยแพร่ผลงานกับคณะวิจัยในวารสาร Nature เช่นเดียวกัน โดยค้นพบว่ามลภาวะฝุ่นละอองในอากาศซึ่งมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนวงจรภูมิอากาศระยะยาวของมหาสมุทรแปซิฟิกก็เข้าสู่ช่วงอบอุ่น เขาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง แนวโน้มทั้ง 3 อย่างรวมกันจะทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 20 ปีข้างหน้ารุนแรงมากขึ้นไปอีก”

        รายงาน The Global Carbon Budget ซึ่งจัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์ 76 ชีวิตจากสถาบันวิจัย 57 แห่งจาก 15 ประเทศ พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นใน พ.ศ. 2561 คือการใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของประเทศจีนและอินเดีย รวมถึงการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมขนส่ง แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ยังไม่ทันความต้องการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

        “เราเคยหวังว่าประเทศจีนจะเลิกใช้พลังงานถ่านหินอย่างรวดเร็ว แต่สถิติช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด” Jan Ivar Korsbakker จากศูนย์วิจัยภูมิอากาศนานาชาติ (Centre for International Climate Research) ประเทศนอร์เวย์ แสดงความเห็น

 

        ช่วง 3 ปีหลังจากมีการลงนามในข้อตกลงปารีส สถาบันการเงินทั่วโลกได้ลงทุนมากกว่า 478 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินชั้นนำกว่า 120 แห่ง อ้างอิงจากรายงานโดยองค์กรภาคเอกชน Urgewald และ Banktrack โดยธนาคารสัญชาติจีนนับว่าอยู่ในแนวหน้าการลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนธนาคารญี่ปุ่นคือผู้นำด้านการปล่อยสินเชื่อ

        ในสหรัฐอเมริกา การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นมาจากอากาศที่หนาวและร้อนมากผิดปกติ ทำให้มีความต้องการใช้ระบบปรับอากาศในที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น แต่คาดว่าการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลงภายใน พ.ศ. 2562 เพราะแก๊สธรรมชาติ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกกำลังเข้ามาทดแทนถ่านหิน ปัจจุบัน การใช้ถ่านหินลดลงร้อยละ 40 ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 และถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2512

        การเพิ่มขึ้นของการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แม้แต่ในประเทศร่ำรวย และพัฒนาแล้วเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง Antonio Marcondes ตัวแทนประเทศบราซิลในการประชุมขององค์การสหประชาชาติระบุว่า “การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็เหมือนการสร้างหนี้บัตรเครดิต ยิ่งเราทิ้งไว้นานมากเท่าไหร่ การแก้ไขปัญหาก็ยิ่งราคาแพงและเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ

 ถอดความและเรียบเรียงจาก ‘Brutal news’: global carbon emissions jump to all-time high in 2018 โดย Damian Carrington ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

เรียบเรียงโดย: TRUMPED
แหล่งที่มา: มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
⚠ Report เนื้อหา 


โพสท์โดย: TRUMPED
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ข่าวร้าย! การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำสถิติใหม่อีกครั้ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ชาวบ้านแห่ช่วย "คู่lกย์" ร้องลั่นบ้านให้ช่วย หลัง "ฝ่ายรุก" อวัยวะติดดึงไม่ออก ขยับตัวทีแทบขาดใจ (มีคลิป)

สั่งตั้งกรรมการสอบแล้ว หลังมีภาพ ครูบาอริยชาติ สวมมงกุฏทองคำหนัก 47 บาท เข้าพิธี เถราภิเษกฯ

นักดำน้ำบังเอิญเจอไพโรโซน ที่มีความยาวถึง 8 เมตร

มิติใหม่แห่งวงการ "พ่อหมอ" ใช้มือชำเรๅให้ชายที่มาทำพิธีเมตตามหานิยม (ชมคลิป)

เปิดชีวิตล่าสุด เอมี่ อาเมเรีย หลังจากพักงานในวงการบันเทิง เปลี่ยนไปราวคนละคน

หนุ่มขับเก๋งโผล่ก้มกราบขอโทษ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ วอด 80 ล้าน ลั่น ไม่เคยคิดโกรธเคือง

ตำรวจพูดแล้ว หลังชาวเน็ตแห่แชร์ภาพกู้ภัยนั่งเฝ้าศพยันเช้า งานนี้เหมือนหนังคนละม้วน

ตลกพร้อมฮา..ฮาบ้าบอ 26

เห็นพระธุดงค์ เดินข้างถนน แถมมีหมาอยู่ในย่าม สงสัยหนักตัดสินใจเข้าไปถาม ท่านเล่าชัดๆ แห่สาธุทั้งโซเชียล

ฮากรามค้างกันวันหยุด!! "ที่ตรูจะไม่ยอมเห็นภาพนี้คนเดียว

ตูนหา 18+ !! ตอน อควาแมนกระชากหัว

เจ้าของหมา รุมขย้ำเด็ก โต้ไม่ผิด ฉะแม่ไม่ดูลูกให้ดี จ่ายได้เท่าที่ไหว (คลิป)
Hot Topic อื่นๆของ TRUMPED
ไลเคนเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบธรรมชาติเถียงกับคนที่เป็น “โรคประสาท” ไม่มีวันชนะหรอกดอยหลวงเชียงดาว….กับเรื่องราวที่เปลี่ยนไปรณรงค์รถยนต์เลิกเติม ‘น้ำมันดีเซล’ ลดค่าฝุ่น ลุยสุ่มตรวจโรงงานปล่อยควันพิษ-สั่งหยุดทันที
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าวสิ่งแวดล้อม
หยุด ‘ตรุษจีน’ ทำลายสิ่งแวดล้อม รณรงค์ลดการเผา-เลิกหูฉลามกรุงเทพฯ เมือง(ไม่)น่าอยู่ตลอดกาลไทยอาจปรับมาตรฐานคุณภาพอากาศหลังปี 65 เร่งยกระดับน้ำมันยูโร 5-6 จับตาฝุ่นละออง PM1‘ไบโอดีเซล’ ลดเขม่าลงครึ่ง-บรรเทาฝุ่นได้ นักวิจัยตั้งคำถาม ‘ไทย’ รอเมื่อไรเปลี่ยน?
ตั้งกระทู้ใหม่