โรคสุดสยองที่ถูกเรียกว่า “โรคศพเดินได้”
โรคสุดสยองที่ถูกเรียกว่า “โรคศพเดินได้”
บนโลกใบนี้มีโรคทางจิตวิทยามากมายที่เราไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง และอีกโรคหนึ่งที่หลายคนไม่เคยรู้ก็คือ อาการหลงผิดกอตาร์ (Cotard Delusion) หรือถูกเรียกอีกชื่อว่า โรคศพเดินได้ (Walking Corpse Syndrome) ที่ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว และถ้าพวกเขาคิดว่าตนเองตายไปแล้ว พวกเขาจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรล่ะ ?
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1880 ศาสตราจารย์ ฌูล กอตาร์ ประสาทแพทย์ชาวฝรั่งเศสได้พูดถึงอาการนี้เป็นครั้งแรกในการบรรยายที่กรุงปารีส ซึ่งเขาให้คำจำกัดความอาการนี้ว่า “อาการเพ้อโดยปฏิเสธไม่ยอมรับ” ซึ่งมีระดับอาการที่แตกต่างกันตั้งแต่เบาไปจนถึงหนัก
อาการของโรคศพเดินได้นี้ ปรากฏเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ระยะแรกที่มีอาการซึมเศร้าพร้อมกับอาการจิตเภทอื่นๆ ระยะที่สองจะมีอาการหลงผิดเพิ่มเข้ามา และระยะที่สามจะเริ่มหลงผิดอย่างรุนแรง และซึมเศร้าแบบเรื้อรัง
เมื่อผู้ป่วยมีอาการ พวกเขาจะปฏิเสธว่าตนเองมี “ตัวตนอยู่” หรือมี “บางส่วนของร่างกายอยู่” พวกเขาจะไม่สุงสิงกับคนอื่น ละเลยความสะอาดและสุขภาพของตนเอง ก็ทำไมต้องสนใจล่ะ ในเมื่อพวกเขาได้ตายไปแล้ว คนตายไปแล้วก็จะไม่ตายอีก จนบางคนคิดว่าตนเองกลายเป็นอมตะก็มี รวมถึงบางคนก็เชื่อว่าร่างกายของตัวเองเน่าสลายจากภายใน ร่างกายไม่มีเลือดเนื้อหรือไม่มีอวัยวะบางส่วน
ศาสตราจารย์กอตาร์ เคยยกตัวอย่างอาการของคนไข้รายหนึ่ง เธอคิดว่าตัวเองไม่มีตัวตน และไม่จำเป็นต้องทานอาหารเนื่องจากถูกคำสาปจากพระเจ้า ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นอมตะ สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตเนื่องจากการอดอาหารเป็นระยะเวลานาน
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1990 ณ ประเทศสกอตแลนด์ ชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บที่สมอง หลังจากนั้นเขาคิดว่าตนเองได้เสียชีวิตไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจริงหรือกำลังฝันอยู่
หลังจากออกจากโรงพยาบาล แม่ของเขาได้พาเขาไปยังประเทศแอฟริกาใต้ แต่ตัวเขาเชื่อว่าตนเองถูกพาตัวไปยังนรก (นั่นอาจเป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัด) และตัวเขาได้เสียชีวิตไปจากอาการติดเชื้อ (ซึ่งเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อจริงในช่วงระยะแรกของการฟื้นตัว)
นอกจากนั้นเขายังหลงผิดคิดว่าตนเองเสียชีวิตจากโรคเอดส์ (เป็นเพราะเขาได้อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับคนไข้โรคเอดส์ที่เสียชีวิตเพราะภาวะติดเชื้อ) และเขายังเชื่อว่า แม่ของเขายังคงนอนหลับอยู่ที่สกอตแลนด์ แต่ส่งวิญญาณออกจากร่างมาเพื่อพาเขาไปทัวร์นรกอีกด้วย
ฟังดูเหมือนพวกเขาเหล่านี้จะเพี้ยนๆ แต่ไม่มีพิษมีภัย แต่ในบางกรณีก็เกือบทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนไปด้วย เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเชื่อว่าตนเองได้ตายไปแล้ว และขอเข้าไปอยู่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ต่อมาเธอพยายามจะเผาบ้านตัวเองจนต้องถูกนำตัวไปรักษาในที่สุด
ส่วนผู้หญิงอีกคนที่เป็นโรคนี้ เธอไม่กิน ไม่อาบน้ำ ไม่นอน มานานเป็นปี เพราะเธอเชื่อว่าอวัยวะภายในของเธอเน่าสลายไปหมดแล้ว ถึงแม้หมอจะบอกว่าเธอยังเป็นคนปกติ แต่เธอเองคิดว่าหมอโกหก รวมถึงชายแก่วัย 88 ปี จากเบลเยียมที่คิดว่าตัวเองตายไปแล้วเช่นกัน จนเขากลายเป็นโรควิตกกังวลว่าตัวเองยังไม่ได้รับการทำพิธีศพอย่างเป็นทางการ
ถึงแม้จะฟังดูค่อนข้างรุนแรง แต่ทางการแพทย์เองก็มีการรักษาผู้ป่วยที่สำเร็จไปแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการช็อตด้วยไฟฟ้า
โชคดีที่โรคนี้ถือเป็นโรคที่ค่อนข้างหาได้ยาก ซึ่งถ้าหากใครมีมีญาติพี่น้องที่เป็นโรคศพเดินได้นี้อยู่ล่ะก็ จะต้องปวดหัวมากกับพฤติกรรมของพวกเขาแน่นอน
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
Toy Story 5 เมื่อ "ของเล่น" ต้องแข่งกับ "แท็บเล็ต" เพื่อแย่งความสนใจเด็ก
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
ทำไมรถบรรทุกบางคันต้องห้อยโซ่ไว้ใต้ท้องรถ?
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า
เผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
ทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้น
การชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน อันตรายและทำให้แบตเสื่อมจริงไหม
10 มือถือแอนดรอยด์ยอดนิยมในไทย 2026
เรื่องจริงเกี่ยวกับวัยรุ่นต่างจังหวัด(วัยรุ่นไทบ้าน)
Toy Story 5 เมื่อ "ของเล่น" ต้องแข่งกับ "แท็บเล็ต" เพื่อแย่งความสนใจเด็ก
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล














