หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผยสูตร และ วิธีการทำ “ไข่เยี่ยวม้า” ปลอดภัย ไร้สารตะกั่วปนเปื้อน ทำกินเองง่ายๆ ทำขายก็รวย!!


เขียนโดย NIXA

เผยสูตร และ วิธีการทำ “ไข่เยี่ยวม้า” ปลอดภัย ไร้สารตะกั่วปนเปื้อน ทำกินเองง่ายๆ ทำขายก็รวย!!

ไข่เยี่ยวม้า หรือ ไข่สำเภา เป็นการแปรรูปไข่อีกแบบหนึ่งของคนจีนที่มานาน สามารถทำได้ทั้งไข่เป็ด ไข่ไก่ และไข่นกกระทา โดยนำไข่ไปแช่หรือหมักในส่วนผสมที่มาจาก ปูนขาว เกลือ โซเดียมคาร์บอเนต ใบชาดำ ซิงก์ออกไซด์ และน้ำ ใช้เวลาหมักประมาณ 15-20 วัน เพื่อให้ไข่เกิดความเป็นด่าง

ซึ่งสาเหตุที่ไข่เยี่ยวม้ามีเปลือกเป็นสีชมพูในปัจจุบันส่วนมากเกิดจากพ่นสีหรือทาสีลงไปที่เปลือกไข่หลังจากผ่านกระบวนการหมัก หรือแต่ถ้าเป็นสมัยก่อนจะทาด้วยปูนแดงที่กินกับหมาก บางทีก็มีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการผสมโซเดียมคาร์บอเนตหรือปูนขาวลงไป

จึงทำให้ไข่มีสีที่แตกต่างไปจากเดิม สำหรับการเก็บรักษาไข่เยี่ยวม้าอย่างถูกวิธีและสะอาดนั้น ทำให้สามารถเก็บไข่เยี่ยวม้าได้นานเกือบ 6 เดือน

ส่วนผสม

1. ไข่ไก่หรือไข่เป็ด 50 ฟอง

2. ใบชาดำ 30 กรัม

3. ขี้เถ้าแกลบ 2 ลิตร

4. เกลือ 150 กรัม

5. ปูนขาว 150 กรัม ผสมกับน้ำเปล่า 1-2 ลิตร

6. โซดาคาร์บอเนต 150 กรัม

7. แกลบสำหรับคลุกไข่หลังจากนำไข่จุ่มส่วนผสมแล้ว

วิธีทำ

1. นำเกลือมาต้มรวมกับน้ำจนเกลือละลายเข้ากันดี เอาส่วนผสมที่เหลือเติมลงไป ใช้ไฟอ่อนประมาณ 15 นาที (ให้ส่วนผสมขลุกขลิก และข้น) หลังจากนั้นทิ้งพักไว้ให้เย็น (ถ้าข้นเกินก็เติมน้ำต้มสุกได้ ห้ามใช้น้ำที่ยังไม่ได้ต้มไข่จะเสีย)

2. นำไข่มาล้างด้วยน้ำอุ่นเช็ดให้สะอาด จุ่มลงในส่วนผสมจนทั่ว นำมาคลุกแกลบ และนำมาวางในลังไม้หรือภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หมักไว้ประมาณ 30-45 วัน นำมาแกะส่วนผสมที่พอกออก ก็นำมาทำอาหารได้ตามชอบแล้วค่ะ (ควรกลับไข่ทุก 7 วัน ไข่แดงจะอยู่ตรงกลาง)

www.deemagna.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
NIXA's profile
เขียนโดย NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: BumBum
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีจากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม""น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี20265 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุดห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทยเงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
5 ไอเดียของเล่นทำง่ายขายคล่องหน้าโรงเรียนอาหารหากินง่ายสำหรับคนที่อยากกรวยตั้งนานทั้งวันทั้งคืนไม่ควรพลาดพริกเอกลักษณ์อาหารไทย ดังที่ไทยแต่เกิดที่ไหนอาหารคาวที่เห็นแล้วทำให้รู้สึกอยากอาหารทันที
ตั้งกระทู้ใหม่