ผลไม้ คล้ายมังคุด สีเหลือง-ชมพู วิจัยพบ มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง-ยับยั้งเชื้อเอดส์
วันนี้จะพาไปรู้จักผลไม้หน้าตาคล้ายกับมังคุดที่เรารับประทานกัน แต่เจ้าผลไม้ชนิดนี้แตกต่างจากมังคุดก็ตรงที่ เปลือกเป็นสีเหลืองนวล และ สีชมน่ารับประทานมากๆ ซึ่งมีชื่อว่า "พะวา"
ชื่ออื่นๆ มะป่อง, สารภีป่า, มะระขี้นก, มะดะขี้นก, ขวาด, กวักไหม, หมากกวัก, ชะม่วง, วาน้ำ, กะวา, พะยา
พะวา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมังคุด มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย พม่า และเกาะนิโคบาร์ ส่วนในประเทศไทย สามารถพบเห็นได้ทั่วทุกภาค ซึ่งมีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ตามป่าดิบชื้นที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลในระดับปานกลางไปจนถึงประมาณ 700 เมตร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเปลาตรง เปลือกลำต้นบาง มีสีเทาอมดำ แตกกิ่งก้านสาขาและใบหนาทึบเป็นทรงพุ่มรูปโดม มีขนาดความสูงของลำต้นประมาณ 10-18 เมตร ส่วนของลำต้น ใบ และผลมียางสีขาวอมเหลือง
ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้ามกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรี รูปไข่กลับ รูปขอบขนาน หรือรูปรีแกมขอบขนาน แผ่นใบเรียบค่อนข้างหนา มีสีเขียวเข้มเป็นมัน โคนใบสอบ ปลายใบแหลมหรือมนกว้าง ขอบใบเรียบ มีขนาดความกว้างของใบประมาณ 4-8 ซม. ยาวประมาณ 8-15 ซม. แตกใบดกและหนาทึบ
ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะแยกกันอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมรีสีเหลืองอ่อนและหนาจำนวน 4 กลีบ มีกลีบเลี้ยงจำนวน 4 กลีบ มีเกสรเพศผู้อยู่บริเวณกลางดอกเป็นจำนวนมาก ขนาดดอกที่บานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. และร่วงโรยไปภายใน 1-2 วัน ส่วนดอกเพศเมียจะออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ลักษณะคล้ายกับดอกเพศผู้ แต่กลีบดอกจะยาวกว่า มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยงสีเหลืองจำนวน 4 กลีบ มีเกสรเพศเมียอยู่บริเวณกลางดอกซึ่งจะพัฒนาเป็นผลต่อไป เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเท่ากับดอกเพศผู้ ดอกเพศเมียมักร่วงโรยไปภายในเวลา 1 วัน เริ่มให้ดอกในช่วงประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม และในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ดอกมีกลิ่นหอม
ผล
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
มีลักษณะเป็นรูปทรงไข่ ผิวผลเรียบ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ 1-2 ซม. ยาวประมาณ 1.5-3 ซม. ผลอ่อนมีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดงเมื่อสุก บนขั้วผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ภายในผลมีเนื้อเป็นกลีบคล้ายกับมังคุดแต่จะมีความใสกว่า เนื้อผลมีรสฝาดเปรี้ยว สามารถรับประทานได้ เริ่มติดผลในช่วงประมาณเดือนเมษายนและในฤดูฝน
เมล็ด
มีลักษณะแบนยาวเป็นสีน้ำตาล
การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และวิธีการปักชำกิ่ง ซึ่งใน 1 เมล็ด สามารถงอกเป็นต้นกล้าได้ประมาณ 4-10 ต้น หรือนำมาตัดแบ่งเพื่อนำไปเพาะได้ประมาณ 1-4 ส่วน ต้นพะวา เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ต้องการความชื้นสูง
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
สรรพคุณทางยาของพะวา
1.ดอกมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร ด้วยการใช้ดอกแห้งพอประมาณ นำมาต้มกับน้ำกิน (ดอก)
2.ช่วยรักษาลมและโลหิตพิการ ด้วยการใช้ดอกแห้งพอประมาณ นำมาต้มกับน้ำกิน (ดอก)
3.ใช้ดอกแห้งพอประมาณ นำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไข้ (ดอก) ส่วนน้ำต้มจากเปลือกต้นและใบมีสรรพคุณเป็นยาลดไข้ (เปลือกต้น, ใบ)
4.น้ำต้มจากเปลือกต้นและใบ มีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน ช่วยรักษาแผลในปาก (เปลือกต้น, ใบ)
5.เปลือกผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องเสีย (เปลือกผล)
6.ใช้ใบแห้งนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาระบายอ่อน ๆ (ใบ) ส่วนผลมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยาระบายได้เช่นกัน (ผล)
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของพะวา
เปลือกเมื่อนำมาสกัดและแยกสารสกัดที่ได้ให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีโครมาโตกราฟีและการตกผลึก จนได้สาร 4 ประเภท คือ benzophenones, biphenyls, triterpenes และ xanthones ซึ่งเมื่อนำสาร biphenyls และ triterpenes บริสุทธิ์มาวิเคราะห์หาโครงสร้างทางเคมี และเมื่อนำไปทดสอบการออกฤทธิ์ทางชีวภาพก็พบว่า สารดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านเชื้อเอดส์ได้ทั้งในระดับเซลล์และในระดับโมเลกุลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งและช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี สารดังกล่าวยังต้องนำไปทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่งเพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษาต่อไป (น.ส.ปานฤทัย ภัยลี้ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
ประโยชน์
1. เนื้อไม้-มีสีน้ำตาลแดง เสี้ยนไม้ละเอียด มีความแข็งแรงทนทาน สามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี
2. ผลสุก-มีรสฝาดเปรี้ยว สามารถนำมารับประทานเป็นผลไม้ได้ แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก และอาจทำให้ท้องเสียได้หากรับประทานมากจนเกินไป
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
ภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
ขอบคุณข้อมูลจาก : medthai , vichakaset
ขอบคุณภาพจาก : ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ "ชัญญานุช สำราญ"
เรียบเรียงโดย : สุริยวงศ์ หิรัญเตโช
http://www.partiharn.com/contents/abu/6435
Ref. https://www.trf.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=704:-lesa&catid=50:2011-03-29-09-41-58&Itemid=164&option=com_content&view=article&id=704:-lesa&catid=50:2011-03-29-09-41-58&Itemid=164
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
คลิป "Fireplace 10 hours" ที่อัปโหลดในปี 2016 ทำเงินได้ 39 ล้านบาท และมียอดวิว 156 ล้านครั้งใน 9 ปี ทำให้เจ้าของมีเงินเกษียณได้เลย
หนุ่มต่างชาตินั่งกินบวบฉ่ำข้างถนน..ชาวบ้านสุดทน! ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป
สม รังสี บอก คิวต่อไปคือฮุนเซนหลังสหรัฐ จับผู้นำ เวเนซุเอลา
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
เสาไฟสารพัดสัตว์มีราคาแพงมากแค่ไหนกัน?
Pig Beach ชายหาดหมูและหมูอยู่ชายหาด
















