อดีตแห่งความอัปยศของขบวนการ ‘ค้าทาส’ ที่ทำราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์
จุดเริ่มต้นของการค้าทาสนั้นเริ่มมาพร้อมๆกับการล่าอาณานิคมนั่นล่ะครับ โดยชนชาติที่บุกเบิกการเดินเรือเพื่อล่าดินแดนใหม่นั้นก็คือพวกโปรตุเกสกับสเปน ซึ่งทั้งสองชนชาตินี้ได้เปิดฉากล่าดินแดนใหม่จากมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ ๑๕ กับรัฐใกล้เคียงกับตนคือหัวเมืองตามแนวชายฝั่งแอฟริกาเหนือ จากนั้นก็ลามไปถึงหมู่เกาะคานารีนอกชายฝั่งแอฟริกา ซึ่งแม้ว่าจุดมุ่งหมายแรกของพวกโปรตุเกสและสเปนก็คือการแสวงหาทรัพยากรและสินค้าแปลกใหม่จากดินแดนอื่นเพื่อนำไปค้าขายในประเทศและโลกยุโรปเพื่อแสวงหาผลกำไร แต่พวกเขาก็ได้พบว่า ในดินแดนกาฬทวีปแห่งนี้กลับมีสงครามระหว่างอาณาจักรและชนเผ่าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบรรดาผู้ชนะสงครามก็ล้วนแต่จับเชลยมาขายให้กับชาวอาหรับและชาวยุโรปกันอย่างเปิดเผย เพื่อหวังแลกเปลี่ยนอาวุธชั้นดีกว่าชาติที่เจริญเหล่านั้นนั่นเอง
โดยทาสส่วนใหญ่นัั้นจะเป็นคนผิวสีที่ถูกนำมาใช้แรงงานราวกับว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ รวมถึงยังมีการทารุณกรรมต่างๆ อีกด้วย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีของมนุษยชาติที่เรื่องเหล่านี้ได้เลือนหายไปเป็นเวลานานแล้ว และฝากไว้เพียงความทรงจำอันเป็นบทเรียนสำหรับคนรุ่นหลังเท่านั้น เช่นเดียวกับรูปภาพเหล่านี้ที่สะท้อนให้เห็นถึงความลำบากของทาสในยุคนั้นอีกด้วย
ชีวิตประจำวันของทาสในอเมริกา ที่ต้องเก็บฝ้ายหามรุ่งหามค่ำ ก่อนที่จะมีการประกาศเลิกทาส
โดยชุดภาพที่ทุกท่านกำลังจะได้เห็นนี้ เป็นภาพที่ถูกถ่ายขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 150 ปีก่อน ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงความเป็นจริงอันโหดร้าย ที่กลุ่มทาสในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องทนทุกข์ทรมานกับการกดขี่ ทำร้ายร่างกายและใช้แรงงาน
ภาพเหล่านี้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในวันครบรอบ 153 ปีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1865 เป็นการประกาศเลิกทาสท่ามกลางสงครามกลางเมือง โดยใช้อำนาจยามสงครามของตน มิใช่กฎหมายที่ผ่านรัฐสภาคองเกรส
และนี่คือภาพในสมัยก่อนที่จะประกาศเลิกทาส ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่าทาสนั้นมีความลำบากขนาดไหน…
การทำร้ายทาสเป็นเรื่องที่ดูธรรมดามากในสมัยนั้น และนี่คือภาพของคนงานเก็บฝ้ายคนหนึ่งในรัฐจอร์เจีย
ทาสหลายคนต้องอดทนทำงานหนักทั้งวัน ในการเก็บฝ้ายในพื้นที่ของบางรัฐอย่างเช่น ในรัฐจอร์เจีย
ประธานาธิบดีลินคอล์นได้เซ็นสัญญาปลดปล่อยทาสทั้งหมดในสหภาพตั้งแต่เดือนมกราคมปี 1863 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ในปี 1865 นั้นทำขึ้นเพื่อจะขยายอาณาเขตของกฎหมายให้ครอบคลุมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา
ทาสส่วนใหญ่ในสมัยนั้นเป็นคนผิวสี
การเก็บฝ้ายกลายเป็นงานหลักของทาสไปโดยปริยาย
สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในหลายพื้นของประเทศ ในเวลานั้น
Joseph Carpenter ผู้นำการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ ถ่ายภาพคู่กับเด็กหญิงที่เป็นทาส
หนังสือพิมพ์ในยุคสมัยนั้น มีการโฆษณาซื้อขายรวมถึงประมูลทาสกันอย่างแพร่หลาย
คนผิวสีกลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพของผู้ดูแลคุกที่ใช้คุมขังแรงงานทาส ระหว่างที่เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น อันเป็นผลมาจากการถกเถียงเรื่องทาสเป็นเวลานาน
ลินคอล์นกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ในปีพ. ศ. 2407 ว่า “การเป็นทาสเกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวในธรรมชาติของมนุษย์”
ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศตะวันตกแห่งสุดท้ายที่ยกเลิกระบบทาส และผลของอดีตที่โหดร้ายยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
เขียนโดย ลูกสาวอบต
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
ประโยคสุดแซ่บ ตอบกลับคนชอบสาระแน
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ใครบ้างเสี่ยงซึมเศร้า สัญญาณเงียบที่อาจเริ่มจากชีวิตประจำวัน
นอนกี่ชั่วโมงถึงจะไม่เพลีย? รู้จักเวลานอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
เตือนแล้วนะ! 10 ต้นไม้อัปมงคล ห้ามปลูกในบ้าน โบราณทัก ชีวิตตกต่ำ-อันตรายกว่าที่คิด
คอนโดมิเนียมที่มีราคาแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ทำไมเข็มขัดนิรภัยดึงแรงแล้วล็อก? กลไกเล็ก ๆ ที่ช่วยชีวิตคนนับล้านบนท้องถนน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
วัดที่ตั้งอยู่ในสถานที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย
ครูอัตราจ้างรายได้เท่าไหร่? เปิดเงินเดือนล่าสุด พร้อมความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้
10 โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ศูนย์การแพทย์สำคัญที่ดูแลผู้ป่วยนับล้านคน
สารตะกั่วอันตรายยังไง ทำไมเด็กเล็กต้องระวังเป็นพิเศษ
10 พิธีกรรมแปลกจากทั่วโลก ที่ยังมีผู้ปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้













