หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บริษัทอสังหาฯ มหาชนครอง 78% ของตลาด, SMEs จะรอดไหม

           จากข้อมูลการเปิดตัวโครงการในครึ่งแรกของปี 2560 บริษัทพัฒนาที่ดินที่เป็นบริษัทมหาชน ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 78% แล้วอย่างนี้บริษัทพัฒนาที่ดิน SMEs จะรอดหรือไม่ น่าหาคำตอบ

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) สำรวจพบว่าในบรรดา 50 บริษัทพัฒนาที่ดินที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งบริษัทในเครือ ได้เปิดตัวโครงการต่าง ๆ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ถึง 78% ของมูลค่าทั้งหมดที่เปิดตัวกัน 182,647 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทเล็ก ๆ นับร้อยๆ แห่งได้เปิดตัวโครงการเพียง 22% หรือ 39,789 ล้านบาทเท่านั้น ถ้าพิจารณาในแง่จำนวนหน่วยจะพบว่าบริษัทเล็ก ๆ ที่เป็น SMEs เปิดตัวเพียง 23% หรือ 12,269 หน่วย จากทั้งหมด 54,281 หน่วยที่เปิดตัวในห้วงเวลาดังกล่าว

           จะเห็นได้ว่าบริษัท SMEs เปิดขายในราคาเฉลี่ย 3.243 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือมหาชนที่เปิดขายในราคา 3.344 และ 3.521 ล้านบาทตามลำดับ แต่ความแตกต่างนี้ก็ไม่มีนัยสำคัญอะไร แสดงให้เห็นว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็เปิดขายสินค้าในราคาที่ไม่แตกต่างจากบริษัทเล็ก ๆ บริษัทเล็ก ๆ จึงอาจเสียเปรียบบริษัทมหาชนที่มีต้นทุนทางการเงินถูกกว่าเสียอีก ความสามารถในการแข่งขันของของบริษัทเล็ก ๆ จึงอาจมีจำกัดไปด้วย

           ยิ่งกว่านั้นหากพิจารณาจากจำนวนที่ยังเหลือขาย ปรากฏว่าบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์เหลือขายอยู่น้อยกว่า แต่ปรากฏว่าสำหรับอัตราการขายได้ต่อเดือน บริษัทเอกชนนอกตลาดหลักทรัพย์ ขายได้ 14.21% ในเดือนแรก ในขณะที่บริษัทในตลาดและบริษัทในเครือสามารถขายได้ 15.66% และ 19.16% ตามลำดับ ซึ่งกลายเป็นว่าบริษัทในตลาดขายได้ดีกว่า

           อันที่จริงรัฐบาลควรส่งเสริมการพัฒนา SMEs แต่ในความเป็นจริง บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีต้นทุนทางการเงินถูกกว่า จะได้เปรียบ ในญี่ปุ่น ปรากฏว่า สำหรับตลาดอาคารชุด มีบริษัทใหญ่ๆ ราว 4 แห่ง สามารถครอบส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 90% ของทั้งตลาด แต่สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ กลับปรากฏว่าไม่มีใครครองส่วนแบ่งตลาดได้เลย แนวโน้มแบบนี้อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคตได้

           รัฐบาลควรเร่งให้การคุ้มครองเงินดาวน์ของคู่สัญญาคือผู้ซื้อและผู้ขายได้ถูกบังคับใช้เสมอหน้ากันทั้งบริษัทมหาชนและบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้แต่ละบริษัทมีการคุ้มครองผู้บริโภคเหมือนกัน เป็นการสร้างแบรนด์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน อันเป็นการสร้างประโยชน์ต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ขาย เพราะผู้บริโภคจะมีความมั่นใจในการซื้อมากขึ้น ผู้ขายก็จะขายสินค้าได้ดีขึ้นนั่นเอง

 

เนื้อหาโดย: doctorsopon
ที่มา: http://bit.ly/2uhrmcX
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
VOTED: XxICExX, boyman02, taotong, doctorsopon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"เจน ญาณทิพย์" เตือนสายเหลือง​ แอบมองผัวชาวบ้าน​ แค่คิด​หรือมโนไปเองก็ผิดศีล​ไก่ทอดเจ้าดังต้องสะเทือน เมื่อเจอไก่ทอดเจ้านี้มาดูทารกโลกตะลึง เด็กดำ ที่สุดในโลก เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีภาวะผิวเผือกแตกต่างกันอย่างไรภาพตลกๆ น่ารักๆ ของสัตว์ตัวน้อยทุ่มงบพันล้าน! สร้างถ้ำหลวง "The caventure" ตามรอย 13 หมูป่ารวมประติมากรรม อันน่าทึ่ง จากทั่วโลก!อาลัย!! “น้องอาย” นักศึกษาแพทย์ มข. เสียชีวิตคาที่ จากอุบัติเหตุรถชนในมหาวิทยาลัยเมื่อแฟนสาวแต่งหน้าด้วยแอพฯ เราก็ดูดีไปด้วย50 แคปชั่นวันแม่สุดยอดมาก! นี่คือ "นรก" จากจินตนาการของ Aiสุดสงสาร! เผยภาพ สาวเวียดนาม เหยื่อไฟไหม้ผับ "เม้าท์เทน บี"เผยสาเหตุ "ปั้นจั่น" เลิกแฟนสาวญี่ปุ่น เผย พยายามประคับประคองแล้วสุดยอด "Soft Power" ไม้กวาดไทย ดังไกลทั่วโลกแพนเค้ก เผยแล้ว ชีวิตคู่หลังแต่งงาน เป็นแม่บ้านสายละเมอ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
รีวิวบ้านสไตล์ Modern Resource สำหรับผู้ชอบความเป็นส่วนตัว บนทำเลติดเมือง นครราชสีมาตัวอย่างการเช่าที่ดินแค่ 30 ปีก็คุ้มแล้ว ไม่ต้องถึง 99 ปีทำไมชัชชาติ ทักษิณไปซื้อบ้านในเมกา ไม่ถือว่าขายชาติราชการประเมินที่ดินสีลมแพงสุด. . .ไม่จริง
ตั้งกระทู้ใหม่