หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 17 มกราคม 2563 สามตัว 379, 595
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

พรบ.ภาษีมรดกกับความอัปยศที่เก็บไม่ได้สักบาท

บอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน เนื้อหาโดย doctorsopon

           เราพร่ำบอกให้คนไทยรักชาติ แต่คนรวยๆ กลับไม่ยอมเสียภาษี สภาเป็นของคนรวยใช่ไหม จึงออกกฎหมายมาไม่ให้คนรวยได้เสียภาษีมรดก

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้อ่านพบในบทความหนึ่งว่า "1 ปี ภาษีมรดก ไม่สามารถเก็บได้แม้แต่บาทเดียว" (http://bit.ly/2rQxyFP) นี่แสดงชัดเจนว่า ภาษีมรดกนี้เก็บไมได้จริง แต่การมีกฎหมายภาษีมรดกก็เพื่อแสดงว่าเรามีกฎหมายนี้ แต่เป็นกฏหมายที่แทบไม่มีผลในทางปฏิบัติ นี่อาจเป็นกรณีศึกษากฎหมาย "ศรีธนญชัย" ขั้นเทพ!

           กรมสรรพากรกำหนดไว้ว่า ภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) เกิดขึ้นเมื่อเจ้ามรดกตาย ผู้รับมรดกจากเจ้ามรดก แต่ละรายได้รับมรดกสุทธิมาในคราวเดียวหรือหลายคราว รวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก ได้แก่ ผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้ามรดกที่ได้รับมาจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับเป็นมรดก หักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดกเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท (http://bit.ly/2rlm4a1)

ดังนั้นวิธีการคำนวณภาษีมรดกก็คือ

1. มูลค่ามรดกที่ได้รับทั้งสิ้น

X X X , X X X , X X X . –

2. หัก ภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดก

X X X , X X X , X X X . –

3. หัก มูลค่ามรดกที่ไม่ต้องเสียภาษี

1 0 0 , 0 0 0 , 0 0 0 . –

4. มูลค่ามรดกที่ต้องเสียภาษี

X X X , X X X , X X X . –

           บทความที่ ดร.โสภณ อ้าง ใช้ข้อมูลถึงเดือนมกราคม 2560 แต่ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 (ในรอบครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2560 ตุลาคม 2559 - มีนาคม 2560) พบว่า ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีมรดกเช่นเดิม (http://bit.ly/2rgxUH9) ยิ่งกว่านั้นยังพบว่าการจัดเก็บภาษีหลายรายการมีนัยน่าสนใจคือ

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ลดลง แสดงว่ารายได้ของประชาชนลดลง ยิ่งกว่านั้นภาษีรถจักรยานยนต์ซึ่งใช้สอยโดยผู้มีรายได้น้อยและปานกลางก็ลดลงไปด้วย
  2. แต่ภาษีรถยนต์ที่ใช้โดยผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงกลับเก็บได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาษีเบียร์ สุราที่เก็บได้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะความเครียด จึงทำให้บริโภคมากขึ้นหรืออย่างไร

           ดร.โสภณ ได้ยกตัวอย่างการเสียภาษีมรดกในต่างประเทศมาเปรียบเทียบดังนี้:

  1. ในกรณีประเทศญี่ปุ่น กำหนดให้ผู้มีมรดกไม่เกิน 10 ล้านเยน (3 ล้านบาท) ต้องเสียภาษีมรดก ต้องเสียภาษี 10% ไปจนถึงอัตราสูงสุดคือ 50% (https://goo.gl/QjyNfR)
  2. ในอังกฤษ ผู้ที่มีมรดกตั้งแต่ 350,000 ปอนด์ (18.15 ล้านบาท) ต้องเสียภาษีมรดก โดยเสียสูงถึง 40% ของมูลค่า (https://goo.gl/4q43Fx)
  3. ในสหรัฐอเมริกา ราคาขั้นต่ำของทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกเป็นเงิน 5.34 ล้านดอลลาร์ หรือ 172.319 ล้านบาทในปี 2557 ส่วนในระดับมลรัฐ ผศ.กานดา นาคน้อยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าภาษีมรดกเก็บกับทรัพย์สินที่มีค่าตั้งแต่ 2 ล้านดอลลาร์ (64.5 ล้านบาท) ขึ้นไปโดยเก็บในอัตราสูงสุด 20% (http://bit.ly/1JC2f4n) กรณีนี้หากเทียบกับค่าครองชีพของสหรัฐที่สูงกว่าไทย 4-5 เท่า ก็เท่ากับเขาเสียภาษีกันที่ระดับราคาต่ำกว่า 100 บาทของไทยเป็นอย่างมาก

           จะเห็นได้ว่าทุกประเทศกำหนดขีดคั่นที่ต้องเสียภาษีไว้ต่ำกว่า ไทยเสียอีก แต่ของไทยมีข้อยกเว้นที่หลวมกว่า ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงค่าของเงินแล้ว ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กำหนดให้ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี มีมูลค่าต่ำกว่าของไทยที่กำหนดไว้เป็นเงิน 100 ล้านบาทขึ้นไปจากราคาประเมินของทางราชการ ยิ่งกว่านั้นราคาที่ต้องเสียภาษีนั้นคิดตามราคาประเมินของทางราชการซึ่งมักต่ำกว่าราคาตลาดเป็นอันมาก แต่ในประเทศตะวันตกราคาประเมินทางราชการกับราคาตลาดใกล้เคียงกันมาก

          นี่แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าในประเทศตะวันตก เขาพยายามทำให้เกิดความเท่าเทียมกันมากกว่าไทย แต่เดิม เราเชื่อกันว่า ภาษีมรดกคงไม่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริง แม้รัฐบาลจากรัฐประหาร ก็ไม่อาจเข็นกฎหมายภาษีมรดกได้เช่นกัน เพราะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ล้วนแต่มีฐานะดีทั้งสิ้น เข้าทำนองภาษิตกฎหมายที่ว่า "ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น" นั่นเอง

          สำหรับการยกทรัพย์สินให้กับบุตรหลานในระหว่างที่เข้าของทรัพย์สินยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการให้ ตามกฎหมายระบุไว้ว่า “เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น" (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 40 พ.ศ. 2558 มาตรา 4 http://bit.ly/1KSloLY)

           ในทางปฏิบัติ หากผู้ใดคาดว่าจะมีกองมรดกไม่เกิน 100 ล้าน ก็รอให้ผู้นั้นถึงแก่กรรมเสียก่อน แล้วลูกหลานก็สามารถแบ่งกันได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่หากมีทรัพย์สินมาก ส่วนที่เกินก็ทยอยโอนให้ลูก ๆ คนละไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเสียชีวิตกันไป ก็เท่ากับว่าผู้มีทรัพย์มากทั้งหลายก็ได้เลี่ยงภาษีได้ กฎหมายภาษีมรดกจึงเป็นกฎหมายที่มีแต่เหมือนไม่มี ไม่ได้มีผลบังคับกับคนรวย ๆ ที่รู้ช่องทางในการ "วางแผนภาษี" ได้อย่างมีออาชีพนั่นเอง

           อันที่จริงแนวคิดการเสียภาษีมรดกมาจากการลดความเหลื่อมล้ำและ สร้างความเท่าเทียมกัน อภิมหาเศรษฐีฝรั่งมีค่านิยมในการบริจาคเงินมหาศาลเพื่อสังคม เพราะเชื่อตามนายแอนดรูว์ คาร์เนกี อภิมหาเศรษฐีอเมริกันที่กล่าวว่า "คนที่ตายอย่างร่ำรวย ตายอย่างน่าอับอาย" (the man who dies thus rich dies disgraced) เขาบริจาคทรัพย์เกือบทั้งหมดให้การกุศลก่อนตาย เหลือไว้ให้ทายาทบางส่วน ซึ่งต่างจากคติไทยที่ยินดีตายอย่างร่ำรวย

           ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าภาษีมรดกที่รัฐบาลออกมานั้น ก็เป็นกฎหมายที่แทบไม่มีผลในทางปฏิบัตินัก เป็นเพียงการออกกฎหมายเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ออกมาตามที่สัญญาไว้แล้ว แต่ไม่ได้มีผลต่อการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมแต่อย่างใด กฎหมายมรดกที่เกลี่ยความมั่งคั่งจะเกิดขึ้นในยุคสมัยที่ประชาชนเป็นเจ้าของ ประเทศอย่างแท้จริง (ไม่ใช่แค่ในนาม) หรือประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินเช่นในประเทศตะวันตกเท่านั้น (ซึ่งไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อไหร่)

           เราจึงควรแก้ไขภาษีมรดกนี้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ในระหว่างมีชีวิต ก็ต้องเสียภาษีเสมือนการให้ การได้รับของรางวัลทั่วไป จึงจะลดความเหลื่อมล้ำได้จริง การที่ประเทศไทยยังสามารถออกกฎหมายที่ "เพี้ยน ๆ" แบบนี้ได้ ก็แสดงว่าเรายังมีคนรวยสุดๆ ที่มีอิทธิพลทางการเมือง (แม้ในยุคข้าราชการประจำเป็นใหญ่ก็ตาม) ยังมีผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยแสดงฤทธิเดช ฟาดงวง ฟาดงา ในฐานะอภิสิทธิชนในสังคมไทย รัฐบาลของประชาชนต้องพยายามสร้างความเท่าเทียมกัน จะให้ใครแหลมมารวยสุด ๆ โดยไม่เสียภาษีตามสมควรไม่ได้

           นี่แหละจึงจะลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมในสังคม และทำให้ประเทศไทยเป็นคนไทยทั้งชาติ ไม่ใช่เฉพาะของคนรวยๆ

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
64 VOTES (4/5 จาก 16 คน)
VOTED: mhenlarbmoh, Optimus Prime, bgs, phakri, Dont sweat it, taotong, doctorsopon
 
พรบ.ภาษีมรดกกับความอัปยศที่เก็บไม่ได้สักบาท
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ย้อนดูสุดยอดภาพถ่ายสัตว์โลกจากปี 2018 ที่ควรค่าแก่การรับชม

สาวถามวิธีปฏิเสธคนที่ไม่ได้ชอบแบบมีมารยาท เจอชาวเน็ตมาตอบอย่างเด็ด ถ้ากล้าทำถือว่าสุดยอด

สยอง!ตำรวยเจอปลาจรเข้จู่โจมขณะงมศwเหยื่อฆๅตกรไอซ์

มิติใหม่แห่งวงการ คุณยายวัย 83 รับเล่นหนังผู้ใหญ่ ผู้กำกับจัดให้เข้าฉากกับพระเอกหนุ่มๆกรุบกริบๆทันที

พ่อแม่กลับมาบ้านเกือบช็อก เจอสาวล้มนอนในห้องน้ำ ยังดีที่มีข้อความเขียนบอกไว้หน้าประตู

หนุ่มสงสัย แฟนสาวบอกไปซื้อหวย แต่ไปนาน ก่อนออกไปตามถึงแผง คนรุมเพียบ

หนุ่มแวะซื้อของแปปเดียว เห็นพี่ตำรวจเขียนใบสั่ง-ล็อคล้อ เลยไปถามโดนข้อหาอะไร สุดท้ายคดีพลิก

"ร้านซีฟู้ด" งัดหลักฐานเด็ด หลังลูกค้าโวยเช็คบิลเเล้วเจอของเเถม 450 บาท
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
รวม link อสังหาริมทรัพย์ที่ควร Save เก็บไว้ระดมสมอง: อัตราผลตอบแทนในการลงทุนอเล็กซานดราลาออกจากป.ธ. Dtac ปมขัดแย้งประมูล 5G ทำหุ่นดิ่ง9.27% มาอยู่ที่ 46.50 บ.ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ได้ทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่