เซเลอร์มูน หรือจะสู้ ข้าวเหนียวมูน เมนูของหวานสารพัดหน้า
ข้าวเหนียวกับคนไทย ถือเป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอีสานเท่านั้น เพราะทางภาคกลางก็มีเมนูข้าวเหนียวที่เป็นของหวานอยู่มากมาย แต่ที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้ เป็นเมนู ข้าวเหนียวมูน ที่กินกับหน้าต่างๆ ได้สารพัดไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวมะม่วง ทำอย่างไรไปมูนกัน
ข้าวเหนียวมูน เป็นของหวานยืนพื้นที่สามารถนำไป ดัดแปลงกินกับเครื่องต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูขนมหวานไทยที่ดังไกลระดับโลกอย่างข้าวเหนียวมะม่วง หรือหน้าอื่นๆ อย่างข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา หน้าไข่แมงดา หน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง หน้ากลอย หน้ากระฉีก (มะพร้าวผัดกับน้ำตาลปี๊บจนเหนียว) เป็นต้น เอาเป็นว่ามาดูส่วนผสมกันเลย

ส่วนผสมน้ำกะทิราดหน้า
- กะทิ 50 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน
- ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเก่า 1 1/2 กิโลกรัม (แช่น้ำไว้ 1 คืน เพราะเป็นข้าวเหนียวเก่า)
*สาเหตุที่ต้องใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพราะข้าวเหนียวชนิดนี้พอนึ่งแล้วเม็ดจะยาว เรียวสวย แถมนึ่งสุกแล้วมีมันวาว กลิ่นหอมกว่าข้าวเหนียวทั่วไปค่ะ - เกลือ 3 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 400 กรัม
- กะทิ 500 มิลลิลิตร
- ใบเตย 3 ใบ
- สารส้ม 1 ก้อน
วิธีทำ
1. แกว่งสารส้มลงไปในข้าวเหนียมที่แช่น้ำซาวข้าวไว้แล้ว โดยแช่ 10 นาที แล้วล้างน้ำทิ้ง 1 รอบ เพราะสารส้มมีรสชาติฝาด ถ้าไม่ล้างน้ำ ข้าวก็จะมีรสฝาด ชิมน้ำดูว่าน้ำซาวข้าวฝาดหรือยัง ถ้าฝาดแสดงว่าเราแกว่งสารส้มได้พอดีแล้ว
2. ตั้งน้ำเดือดในลังถึง รองด้วยผ้าขาวบาง แล้วใส่ข้าวเหนียวที่แช่ไว้ใส่ลงไปให้ทั่ว เพื่อให้ข้าวสุกทั่วกัน ตลบผ้าลงไป แล้วปิดไฟ นึ่งประมาณ 40 นาที
3. พอนึ่งข้าวเหนียวไปสักประมาณ 30 นาที ก็มาเริ่มทำน้ำกะทิที่จะใช้มูนข้าวเหนียว กะเวลาให้พอดีให้ทั้งน้ำกะทิและข้าวร้อนทั้งคู่จึงจะมูนได้ ซึ่งส่วนน้ำกะทิ เริ่มจากตั้งไฟ ใส่กะทิลงไปในหม้อตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ คนไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย แต่อย่าให้กะทิเดือดมาก เพราะการทำข้าวเหนียวมูน เราไม่ต้องการให้กะทิแตกมัน พอน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่ใบเตยลงไปต้มพร้อมกัน คนต่อให้น้ำตาลละลาย

4. เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้ว ปิดไฟ ครบเวลาเปิดฝาหม้อข้าวเหนียว เมื่อสุกพอดี ก็นำมาใส่ภาชนะเพื่อมูนข้าวเหนียว เทน้ำกะทิใส่ลงไปในข้าวที่กำลังร้อน ใช้ไม้พายคนข้าวเหนียวให้เข้ากับน้ำกะทิ ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

5. พอครบเวลาก็เปิดฝา ใช้ไม้พายคน ตลบข้าวเหนียวจากด้านล่างขึ้นมา ปิดไว้อีก 10 นาที ให้น้ำกะทิถูกดูดไปจนหมด
6. เมื่อครบเวลาดีแล้ว ตักใส่จานราดหน้าด้วยน้ำกะทิสำหรับราดหน้า เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ กินกับหน้าอะไรก็อร่อย
7. น้ำกะทิราดหน้าก็ทำง่ายๆ เพียงแค่นำกะทิขึ้นตั้งไฟ แล้วใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป คนจนเดือดเบาๆ อย่าให้แตกมัน เป็นอันใช้ได้
หากใครที่เป็นคนชอบสีสัน ก็สามารถดัดแปลงเป็นข้าวเหนียวมูน 5 สีได้ไม่ยากเลย ขั้นตอนการทำเหมือนกันหมด เพิ่มมาแค่สีผสมอาหารจากธรรมชาติ เช่น สีฟ้าจากดอกอัญชัน สีเหลืองจากผงขมิ้น สีเขียวจากใบเตยผสมลงไปในน้ำกะทิแล้วมูนตามปกติ ส่วนข้าวเหนียวแดงก็เป็นการใช้ข้าวเหนียวดำผสมข้าวขาว แช่ในน้ำเดือดจัด จนได้เป็นข้าวเหนียวแดง สีขาวอีกสี ครบ 5 สีพอดี จะกินกับหน้าอะไร เลือกเอาเลยค่ะ
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
ประเทศที่ไม่มีทะเลแต่มีกองทัพเรือ
8 วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ฉบับคนขี้เกียจ
"หนุ่ม กะลา" เคลื่อนไหวเบาๆ ติดตามสถานการณ์ทองคำ
เลขเด็ด "นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69 บินมาให้โชคแล้ว..รีบส่องด่วน!
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
สนามบินดูไบกลับมาเปิดให้บริการแล้วแต่ยังจำกัดเที่ยวบิน
ทึ่งทั่วไทย : "วัดไผ่โรงวัว" วัดสวย มีชื่อ แห่งจ.สุพรรณบุรี
เลขเด็ด "นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69 บินมาให้โชคแล้ว..รีบส่องด่วน!
ปรับเปลี่ยนชีวิต พิชิตความขี้เกียจ ความขี้เกียจ จัดการได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เข้าใจสาเหตุ






