อวสานของโนเกีย บทเรียนที่ผู้นำต้องศึกษา
บทความโดย : พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
โนเกียต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปกับการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟน เนื่องจากสภาพการบริหารจัดการภายในของบริษัท เพราะผู้บริหารทั้งในระดับบนและระดับกลางเกิดความกลัวและมีแนวคิดที่แตกต่างกัน จนนำไปสู่ความเฉื่อยชาทั่วทั้งบริษัท จนหมดหนทางในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของบริษัทแอปเปิ้ล ซึ่งความกลัวดังกล่าวกลายเป็นวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงขององค์กรนี้ไปแล้ว นั่นคือ “ผู้บริหารต่างไม่กล้าพูดความจริง”
การที่ไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายรายไตรมาสที่กำหนดไว้ ทำให้บริษัทต้องทำงานหนัก และมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ขาดการบริหารงานด้านนวัตกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิธีการจัดการกับผู้บริหารระดับกลาง แม้ว่าโนเกียจำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องดีกว่า iOS ของแอปเปิ้ล แต่พวกเขารู้ดีว่าจะต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา ซึ่ง Symbian ที่เป็นระบบปฏิบัติการของโนเกียในเวลานั้นยังคงด้อยกว่า iOS อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามผู้บริหารระดับสูงก็ยังคงเดินหน้าในการลงทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ โดยเชื่อว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้อาจจะสามารถทัดเทียมกับ iPhone ได้ในระยะเวลาไม่นาน แต่ผลออกมาคือ เดินผิดทาง
การปิดบังข้อมูลเป็นประเด็นปัญหาหลัก เนื่องจากผู้บริหารระดับกลางมีความกลัวว่าผู้บริหารระดับสูงจะตำหนิ ทำให้ผู้บริหารระดับกลางยังคงเงียบ และนิ่งเฉย โดยไม่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงต่อผู้บริหารระดับสูงให้ตระหนักถึงภัยคุกคาม ความกลัวที่จะเปิดเผยข้อมูลนี้รุนแรงมากขึ้น และสถานะภายในโนเกียเองทำให้ทุกคนเกิดความกลัวว่าทรัพยากรจะถูกจัดสรรไปที่อื่น หรือถูกลดระดับลงถ้าหากพวกเข้าต้องบอกข่าวร้ายแก่ผู้บริหารระดับสูงอย่างตรงไปตรงมา
การที่ผู้บริหารระดับสูงกลัวสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และผู้บริหารระดับกลางกลัวสภาพอ่อนแอภายในองค์กร ทำให้เกิดมุมมองที่แตกแยกกันระหว่างผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลาง ในประเด็นการตัดสินใจในการพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สู่ตลาดให้รวดเร็วกว่า iPhone และรวมทั้งการพัฒนาซอฟท์แวร์รุ่นใหม่ที่จะต้องสามารถทัดเทียมกับ iOS ของ iPhone ให้ได้
การได้รับสัญญาณในแง่บวกจากผู้บริหารระดับกลางแบบไม่ตรงกับความจริง จึงทำให้ผู้บริหารระดับสูงไม่เป็นกังวลว่าการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาทัดเทียม iPhone นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเท่าไรนัก ซึ่งผู้บริหารระดับสูงทำแค่ยึดเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่านั้น การเต็มไปด้วยความกลัวของบุคลากรในโนเกีย ทำให้โนเกียต้องสูญเสียอำนาจในตลาด ความประมาทในด้านนวัตกรรมทำให้การ launch ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ชื่อ MeeGo ของโนเกีย เกิดความล่าช้าในการออกสู่ตลาดอย่างน้อยถึงหกเดือน
ในทางตรงกันข้าม แอปเปิ้ลมีจุดเด่นด้านการบริหารงานนวัตกรรมที่โดดเด่นกว่า โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของแอปเปิ้ล ก็คือการที่ผู้บริหารของแอปเปิ้ลเป็นวิศวกร และใช้แนวทางด้านวิศวกรรมในการขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมๆกับการบริหารธุรกิจ แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้บริหารโนเกีย กลับไม่มีพื้นความรู้ที่แท้จริงในด้านซอฟท์แวร์เลย เพียงแต่ใช้ความรู้ด้านธุรกิจในการขับเคลื่อนเท่านั้น
ในช่วงปี 2006 คุณภาพของโทรศัพท์ระดับไฮเอนด์ของโนเกียค่อยๆเสื่อมถอยลง และในปี 2007 โนเกียจึงพยายามผลักดันสมาร์ทโฟนรุ่น N95 ออกสู่ตลาด ซึ่งมีคุณสมบัติในการเล่นเพลง, มีระบบ GPS, หน้าจอใหญ่ (แม้จะไม่ใช่จอสัมผัส) และความสามารถในการเล่นอินเทอร์เน็ตแบบเต็มรูปแบบ ซอฟท์แวร์ได้รับการยอมรับ ซึ่งประสบความสำเร็จ แต่พบว่าต่อมาได้เกิดปัญหาด้านคุณภาพที่เสื่อมถอยขึ้นอีก เมื่อเทียบกับคุณภาพจอสัมผัสของ iPhone
ในปี 2008 โนเกีย ได้ออกโทรศัพท์รุ่นหน้าจอสัมผัสรุ่นแรกของโนเกียขึ้นคือรุ่น 5800 ซึ่งมีราคาต่ำกว่า iPhone จึงถือเป็นความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แต่ 18 เดือนต่อมา เกิดปัญหาการพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้น และในปี 2009 รุ่น N97 ก็ได้เปิดตัวขึ้นและหวังจะโค่นล้ม iPhone แต่สุดท้ายผู้บริหารระดับสูงก็ออกมายอมรับว่าโทรศัพท์ของโนเกียรุ่น N97 มีความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในแง่คุณภาพ
อย่างไรก็ตาม Stephen Elop, CEO คนใหม่ของโนเกียในปี 2010 คิดว่าโนเกียจะต้องดีขึ้น และได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับไมโครซอฟท์ โดยในปี 2011 ไมโครซอฟท์ได้เข้าซื้อกิจการโนเกีย
ในปี 2013 มูลค่าตลาดของโนเกียลดลงถึง 90% ในระยะเวลาเพียง 6 ปี หรือประมาณ 100 พันล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การที่มีการวิจัยพัฒนาอย่างมาก ทั้งในด้านเทคนิค และมองการณ์ไกลมาก่อน ทำให้สิทธิบัติของโนเกียก็ยังคงสร้างมูลค่าได้ แต่สุดท้ายโนเกียก็ต้องล้มเหลวเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในองค์กรในประเด็นที่ได้กล่าวมาแล้ว
สรุปก็คือบุคลากรของโนเกียเองที่ทำให้โนเกียอ่อนแอ จึงทำให้บริษัทมีความเสี่ยงมากขึ้นในการแข่งขัน เมื่อบุคลากรทุกระดับในองค์กรเต็มไปด้วยความกลัว และต่างปกป้องทรัพยากรของหน่วยงานภายในของตัวเอง ผู้บริหารระดับสูงไม่มีแรงจูงใจให้ผู้บริหารระดับกลางดำเนินการตามความจริง และพวกเขาก็ต้องเจอความมืดมนกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนทุกอย่างอวสานลง
—————
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
20 พฤศจิกายน 2559 19:00
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
ขนมงาทอด
วิธีแก้อาการไอและเจ็บคอ
ร่างกายเป็นชาย แต่หัวใจเป็นหญิงร้อยเปอร์เซ็นต์... ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ 'เพศก้ำกึ่ง'
ความเชื่อโบราณ "ผีบ้านผีเรือน ผีบันได ผีประตู ผีเตาไฟ ผีตะล่อมข้าว"
นักร้องดัง "หลัว จื้อ เสียง" ปรากฎตัว หลังมีข่าวลือว่าเขาตายแล้ว
ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ ที่คุณอาจไม่รู้จัก
หมดเวรหมดกรรมเรื่องส่งต่องาน! ออฟฟิศจีนผุดเทรนด์สร้าง "ร่างโคลน AI" นั่งทำงานแทนตอนลาออก... ล้ำหรือหลอน?
วงการแพทย์สะเทือน! ตะลึง "โรงพยาบาล AI 100%" แห่งแรกของโลก รักษาคนไข้ 3,000 คนในวันเดียว โดยไม่มีหมอตัวจริง?!
“คนไทยไม่แพ้ชาติใด!” เปิดนวัตกรรม Tower Light เตือนแผ่นดินไหวตึกสูง ต้นทุนถูกกว่าต่างชาติ 5 เท่า
เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ "Aircela" เปลี่ยนอากาศให้กลายเป็นน้ำมัน
