ประวัติ Adidas และ Puma รองเท้ากีฬาชั้นนำของโลก
หากพูดถึงรองเท้ากีฬาที่เหล่าผู้เล่นชื่อดังระดับโลกเลือกใช้ในการแข่งขันที่สำคัญของพวกเขา ย่อมมีชื่อของAdidas และ Puma ปรากฏเป็นชื่อแรก ๆ ในฐานะ 2 แบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในแวดวงกีฬา แต่ทราบกันไหมครับว่าจริง ๆ แล้วทั้ง Adidas และ Puma นั้นเกิดจากเรื่องราวที่แสนขมขื่นของพี่น้องชาวเยอรมันตระกูลดาสเลอร์ (Dassler) 2 คนชื่อ Adi (แอดดิ) และ Rudi (รูดิ)
วันนี้ Lexussociety.com ขอพาคุณไปรับรู้เรื่องราวความไม่ลงรอยกัน ของสองพี่น้องผู้ให้กำเนิดรองเท้ากีฬาเลื่องชื่อกันครับ
ในเมืองแฮร์โซเกเนารัก (Herzogenaurach) ทางตอนเหนือของรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน ปี 1920 อดอล์ฟ (แอดดิ) ดาสเลอร์ เป็นชายหนุ่มเสียงนุ่มผู้คลั่งไคล้กีฬา เขามักใช้เวลาอยู่กับการออกแบบรองเท้าภายในห้องทำงานของตัวเอง ขณะที่ รูดอล์ฟ (รูดิ) ดาสเลอร์ เป็นเซลส์แมนผู้นิยมเข้าสังคม
ทั้งสองคนเริ่มต้นธุรกิจผลิตรองเท้ากีฬาเย็บมือด้วยกันภายในห้องซักผ้าของแม่ โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า“Dassler”
สองพี่น้องใช้เวลาเพียงไม่นานทำให้รองเท้ากีฬาของพวกเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อนักวิ่งระยะสั้นชาวอเมริกัน เจสซี่ โอเวนส์ มาเยือนเยอรมันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ปี 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน แอดดิเดินทางจากบาวาเรียไปยังหมู่บ้านนักกีฬา เขาพบกับโอเวนส์และขอให้ลองใส่รองเท้าตะปูของดาสเลอร์ลงแข่ง และโอเวนส์ก็ได้เหรียญทอง 4 เหรียญ จากการใส่ดาสเลอร์ลงสนาม ทำให้หลังจากนั้นรองเท้าดาสเลอร์ขายได้ถึงกว่า 2 แสนคู่ต่อปี จนกระทั่งก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
แม้นั่นจะถือเป็นความสำเร็จอย่างมากของดาสเลอร์ แต่ว่าทั้งคู่ก็บ่มเพาะความคับข้องใจต่อกันมาตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ พวกเขามีความเห็นไม่ตรงกันทั้งในเรื่องการเมือง อนาคตของบริษัท หรือแม้แต่การเลือกภรรยา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าทั้งแอดดิและรูดิจะเข้าร่วมกับพรรคนาซี แต่ดูเหมือนว่ารูดิจะมีความภักดีต่อฮิตเลอร์มากกว่า เรื่องที่คนทั่วไปรู้เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นความขัดแย้งของสองพี่น้องตระกูลดาสเลอร์ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ ภายในครอบครัว แต่ก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดที่แท้จริง
จุดแตกหักของผู้ก่อตั้งรองเท้าดาสเลอร์ทั้งสองเดินทางมาถึงในปี 1948 รูดิแยกตัวออกมาตั้งบริษัทผลิตรองเท้ากีฬาใหม่ในชื่อ “Ruda” หรือชื่อในปัจจุบันว่า“Puma” ขณะที่แอดดิใช้ชื่อแบรนด์รองเท้าของตัวเองว่า “Adidas” และทั้งสองแบรนด์ก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดร้องเท้ากีฬาระดับโลก นี่อาจเป็นข้อดีที่สุดที่ทำให้สองแบรนด์นี้ทรงอิทธิพลมากและมีดาวกีฬาชื่อดังระดับโลกมากมายสวมใส่รองเท้าของพวกเขา
หลังจากยืนกันคนละฝั่งมากว่า 60 ปี ท้ายที่สุดแล้วความบาดหมางของทั้งสองตระกูลก็คลี่คลายลงในปี 2009 เมื่อพนักงานของพูม่าและอดิดาสออกมาจับมือและเล่นฟุตบอลร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่ทั้งสองแบรนด์ออกมาให้ข่าวว่าร่วมกันจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนองค์กร One Day Peace
ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ผู้ถือหุ้นหลักในพูม่าคือ กลุ่มบริษัท PPR ที่ดูแลบริษัทผลิตสินค้าระดับ Luxury รวมถึง Gucci จากฝรั่งเศส ส่วนอดิดาสกลายเป็นบริษัทมหาชน ปัจจุบันแม้ผู้สืบทอดตระกูลดาสเลอร์จะไม่ได้เป็นผู้ดูแลบริษัทผลิตรองเท้ายักษ์ใหญ่ทั้งสองแล้วก็ตาม แต่หลานชายของรูดิ นาม แฟรงค์ ดาสเลอร์ ก็ยังทำให้ผู้คนในเมืองแฮร์โซเกเนารัก ช็อค เมื่อรู้ว่าเขาทำงานให้กับทั้งพูม่าและอดิดาสครับ
ออกจะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับครอบครัวของสองพี่น้อง ที่ต้องมาขัดแย้งกันเองเป็นเวลากว่า 60 ปีนะครับ ทั้งที่ทั้งคู่ต่างมีความสามารถทำให้แบรนด์ของตัวเองเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและทำรายได้มหาศาลเช่นนี้ และหากไม่มีเรื่องบาดหมางกัน ใครจะรู้ว่าบางทีเราอาจมีโอกาสได้ใส่รองเท้ากีฬาคุณภาพดีที่ชื่อ “ดาสเลอร์” ก็เป็นได้.
เีครดิต http://www.lexussociety.com/scoop/sports/231/
ระหว่างพูม่า กับอดิดาสคุณชอบอันไหนครับ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เจาะลึกความแปลกประหลาดทางภูมิศาสตร์ที่โลกต้องทึ่ง
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง





