หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 มารยาทแปลก ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรรู้ก่อนเดินทาง

เขียนโดย thoughtloop

การเดินทางไปต่างประเทศมีเรื่องให้เตรียมตัวมากกว่าพาสปอร์ต เงิน และที่พัก เพราะสิ่งที่ดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรา อาจกลายเป็นเรื่องเสียมารยาทในอีกประเทศหนึ่งได้

การยื่นมือทักทาย การใช้ตะเกียบ การให้ทิป การถอดรองเท้า หรือแม้แต่การนั่งไขว่ห้าง ล้วนมีความหมายแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม

บางอย่างฟังแล้วแปลก แต่เมื่อเข้าใจที่มา จะรู้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อทำให้นักท่องเที่ยวลำบาก เพียงแต่แต่ละสังคมมีวิธีแสดงความเคารพที่ไม่เหมือนกัน

ก่อนเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ลองรู้จักมารยาท 10 เรื่องที่อาจช่วยให้เที่ยวต่างประเทศได้อย่างสบายใจกว่าเดิม

1. ที่ญี่ปุ่น อย่าปักตะเกียบลงในชามข้าว

ถ้าไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วเผลอปักตะเกียบตั้งตรงลงไปในชามข้าว อาจทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกไม่ดี

เหตุผลมาจากธรรมเนียมในพิธีศพของญี่ปุ่น ซึ่งมักวางตะเกียบตั้งตรงไว้ในชามข้าวที่จัดให้ผู้เสียชีวิต

ดังนั้นการทำแบบเดียวกันบนโต๊ะอาหารจึงมีความหมายเกี่ยวข้องกับความตาย

อีกเรื่องที่ควรจำคือ ไม่ควรใช้ตะเกียบส่งอาหารจากตะเกียบหนึ่งไปยังอีกตะเกียบหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมหลังการฌาปนกิจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเช่นกัน

วิธีง่ายที่สุดคือ ตักอาหารใส่จานหรือวางไว้ตรงกลางให้คนอื่นหยิบเอง

2. ที่อินเดีย การใช้มือซ้ายกินอาหารอาจไม่เหมาะสม

ในบางพื้นที่ของอินเดีย การใช้มือขวารับประทานอาหารหรือส่งของให้ผู้อื่นถือเป็นมารยาทที่เหมาะสมกว่า

ส่วนมือซ้ายมีความเกี่ยวข้องกับกิจวัตรด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลตามวัฒนธรรมดั้งเดิม จึงไม่ควรนำมาใช้รับประทานอาหารหรือยื่นของให้ผู้อื่น โดยเฉพาะในบริบทที่เคร่งครัด

แน่นอนว่าอินเดียเป็นประเทศขนาดใหญ่และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก มารยาทจึงไม่ได้เหมือนกันทุกพื้นที่

แต่ถ้าไม่แน่ใจ การใช้มือขวาในการรับประทานอาหารหรือส่งของถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

3. ที่เกาหลีใต้ อย่าใช้มือเดียวรับของจากผู้ใหญ่

ในสังคมเกาหลีใต้ การแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสกว่ามีความสำคัญ

เวลารับหรือส่งของให้ผู้ใหญ่ หลายคนจึงใช้สองมือ หรือใช้มือหนึ่งรับของพร้อมกับอีกมือแตะบริเวณข้อมือหรือแขนของมือที่กำลังส่ง

ไม่จำเป็นต้องทำท่าทางใหญ่โต

เพียงการใช้สองมือก็สามารถสื่อถึงความสุภาพได้แล้ว

และเรื่องที่ควรจำอีกอย่างคือ หากดื่มเครื่องดื่มกับผู้ที่อาวุโสกว่า การหันหน้าออกเล็กน้อยขณะดื่มเป็นมารยาทที่พบได้ในสังคมเกาหลี

4. ที่ฝรั่งเศส การรีบพูดภาษาอังกฤษทันทีอาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีที่สุด

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนฝรั่งเศสไม่ชอบภาษาอังกฤษ แต่การเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำทักทายภาษาฝรั่งเศสสั้น ๆ อย่าง “Bonjour” มักเป็นมารยาทที่ดี

โดยเฉพาะเมื่อเดินเข้าไปในร้านค้า ร้านอาหาร หรือสถานที่ให้บริการ

แค่กล่าวทักทายก่อน แล้วจึงถามว่าสามารถพูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรมากขึ้น

เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้บางครั้งสร้างความแตกต่างระหว่าง “นักท่องเที่ยวที่เข้ามาถามอะไรบางอย่าง” กับ “คนที่ให้เกียรติพื้นที่ของเรา”

5. ที่อิตาลี อย่าสั่งกาแฟแบบไม่ดูเวลา

วัฒนธรรมกาแฟของอิตาลีมีรายละเอียดมากกว่าที่นักท่องเที่ยวหลายคนคิด

เครื่องดื่มอย่าง cappuccino มักถูกมองว่าเหมาะกับช่วงเช้า และคนอิตาลีจำนวนมากไม่ได้ดื่ม cappuccino หลังมื้ออาหารกลางวันหรือมื้อเย็นเหมือนที่นักท่องเที่ยวบางประเทศทำ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องของธรรมเนียมมากกว่ากฎตายตัว

ถ้าเดินเข้าไปในร้านแล้วสั่ง cappuccino ตอนบ่าย ไม่มีใครเอาคุณออกจากร้าน

เพียงแต่อาจทำให้คนท้องถิ่นรู้ทันทีว่าเป็นนักท่องเที่ยว

6. ที่สิงคโปร์ อย่าคิดว่าการทิ้งขยะเป็นเรื่องเล็ก

สิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและการบังคับใช้กฎในพื้นที่สาธารณะอย่างจริงจัง

การทิ้งขยะหรือทำให้พื้นที่สาธารณะสกปรกอาจมีโทษปรับ และมีกฎเกี่ยวกับพฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะหลายเรื่องที่นักท่องเที่ยวควรศึกษา

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ “มารยาท” แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมายด้วย

ถ้าไปสิงคโปร์แล้วเห็นถังขยะก็ใช้ให้เป็นนิสัย อย่าคิดว่าเศษกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ไม่มีใครเห็น

บางทีเมืองทั้งเมืองอาจกำลังมองอยู่

7. ที่เยอรมนี การตรงต่อเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญ

ในหลายบริบทของเยอรมนี การตรงต่อเวลาถือเป็นการให้เกียรติผู้อื่น

หากนัดเวลา 10 โมง การไปถึง 10 โมงตรงอาจถือว่าเหมาะสม แต่ถ้ารู้ตัวว่าจะสายก็ควรแจ้งล่วงหน้า

โดยเฉพาะนัดหมายทางธุรกิจ การท่องเที่ยวแบบจองเวลา หรือกิจกรรมที่มีตารางแน่นอน

อย่าคิดว่า “สายแค่ 15 นาทีเอง”

เพราะสำหรับบางคน 15 นาทีนั้นอาจเป็นเวลาที่อีกฝ่ายจัดสรรไว้ให้คุณโดยเฉพาะ

8. ที่สวิตเซอร์แลนด์ อย่าเสียงดังในพื้นที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น

สวิตเซอร์แลนด์มีภาพลักษณ์เรื่องความเป็นระเบียบและการเคารพพื้นที่ส่วนรวม

การส่งเสียงดังในช่วงเวลาพักผ่อน หรือรบกวนเพื่อนบ้านจึงเป็นเรื่องที่ควรระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่พักอาศัย

หากพักโรงแรมหรืออพาร์ตเมนต์ อย่าคิดว่าการคุยเสียงดังกลางดึกเป็นเรื่องปกติเหมือนอยู่ในห้องตัวเอง

การเดินทางที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่สนุก แต่ต้องไม่ทำให้คนที่อยู่ที่นั่นเดือดร้อนด้วย

9. ที่ไทยเอง การแตะศีรษะคนอื่นอาจถือว่าไม่สุภาพ

เรื่องนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติควรรู้ แต่คนไทยเองก็อาจเผลอลืมไปว่าไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกวัฒนธรรม

ในวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม ศีรษะถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญและสูงของร่างกาย การจับหรือลูบศีรษะคนอื่นโดยไม่ได้สนิทหรือได้รับอนุญาตจึงอาจถือว่าไม่เหมาะสม

โดยเฉพาะกับเด็กหรือคนที่เพิ่งรู้จัก

ในทางกลับกัน เท้าถูกมองว่าเป็นส่วนที่ต่ำกว่า จึงควรระวังไม่ใช้เท้าชี้คน พระพุทธรูป หรือสิ่งของสำคัญ

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “กฎแปลก ๆ” แต่เป็นวิธีที่วัฒนธรรมไทยใช้แสดงความเคารพ

10. ที่ตะวันออกกลางบางประเทศ การแต่งตัวและการแสดงออกต่อเพศตรงข้ามต้องระวัง

ประเทศในตะวันออกกลางไม่ได้มีวัฒนธรรมเหมือนกันทั้งหมด และกฎหมายก็แตกต่างกันอย่างมาก จึงไม่ควรเหมารวมทั้งภูมิภาค

แต่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ทางศาสนา นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามกฎของสถานที่

การแสดงความรักในที่สาธารณะก็อาจมีข้อจำกัดมากกว่าประเทศตะวันตกบางแห่ง

วิธีที่ดีที่สุดคือศึกษากฎของประเทศและสถานที่ที่จะไปก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้าเป็นสถานที่ทางศาสนา หรือประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งกายและพฤติกรรมในที่สาธารณะอย่างชัดเจน

จริง ๆ แล้วมารยาทเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความยุ่งยากให้กับนักท่องเที่ยว

มันสะท้อนสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับโลกใบนี้

มนุษย์ทุกคนมีวิธีแสดงความเคารพไม่เหมือนกัน

การใช้สองมือรับของในเกาหลี
การไม่ปักตะเกียบในข้าวที่ญี่ปุ่น
การใช้มือขวารับประทานอาหารในบางพื้นที่ของอินเดีย
การทักทายก่อนพูดคุยในฝรั่งเศส
การตรงต่อเวลาในเยอรมนี

สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ สำหรับคนที่มาเยือน แต่สำหรับคนท้องถิ่น มันคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่พวกเขาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต

เพราะเมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศ เราไม่ได้แค่ไปดูโลกของคนอื่น

แต่กำลังเข้าไปเป็น “แขก” ในโลกใบนั้นชั่วคราว

การรู้ว่าควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร จึงเป็นเหมือนกุญแจดอกเล็ก ๆ ที่ช่วยเปิดประตูให้เราได้สัมผัสวัฒนธรรมของสถานที่นั้นอย่างเข้าใจมากขึ้น

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 109 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/10/69สื่อนอกเผย "น้ำท่วมในประเทศไทย คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 23 ราย"ส่องแนวทางตัวเลขแม่นมากขั้นเทพ งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2569คดีพลิก! "ผลไม้ต้องห้าม" ในสวนอีเดน... ที่แท้ไม่ใช่ "แอปเปิล" อย่างที่เราเข้าใจกันมาเป็นร้อยปี?!พนักงานกว่า 1 ใน 3 ของบริษัทต่าง ๆ ชอบโม้ความเก่งในการใช้ AI เกินจริงไปมากเลขคู่แฝด “เสี่ยสั่งลุย” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดคู่เลขเด่น 2-8 พร้อมชุด 2 ตัวและ 3 ตัว5 วัดไทยที่เคยร้าง ก่อนกลับมามีพระสงฆ์อีกครั้ง เรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้29 ก.ย. หรือ 1 ต.ค. ตกลง “วันกาแฟ” วันไหนกันแน่? จริง ๆ แล้วเป็นคนละวันรหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569ส่องตัวเลขแบบคนชอบตัวเลข เลขปฏิทิน “หลวงปู่ศิลา” งวดนี้ มีอะไรน่าสนใจ?ฟันมนุษย์แข็งแค่ไหนเมื่อเทียบกับฟันฉลาม2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คดีพลิก! "ผลไม้ต้องห้าม" ในสวนอีเดน... ที่แท้ไม่ใช่ "แอปเปิล" อย่างที่เราเข้าใจกันมาเป็นร้อยปี?!5 วัดไทยที่เคยร้าง ก่อนกลับมามีพระสงฆ์อีกครั้ง เรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ลูกฟิกที่เรากินเกี่ยวข้องกับตัวต่อจริงแค่ไหนราคา 199 บาททำให้ของดูต่างจาก 200 บาทได้อย่างไรอำเภอที่มีประชากรน้อยกว่า3000คนในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คดีพลิก! "ผลไม้ต้องห้าม" ในสวนอีเดน... ที่แท้ไม่ใช่ "แอปเปิล" อย่างที่เราเข้าใจกันมาเป็นร้อยปี?!ถ้า 'สยาม' แปลว่าคนผิวคล้ำ... ทำไมเราถึงยอมใช้เป็นชื่อประเทศ?"กระดาษ A4 พับ 42 ครั้งจะหนาแค่ไหนชื่อนั้นสำคัญฉะนี้... เปิดตำนานความเชื่อยุคโบราณ "ตั้งชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" และพลังลึกลับแห่งอักษร!
ตั้งกระทู้ใหม่