หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ว่าด้วยเรื่อง...สิทธิประโยชน์!!! "ก่อนและหลังคลอดบุตร"

บอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ช.. เนื้อหาโดย คนสารพัดขี้

ขอบคุณภาพจากเว็บ http://www.maerakluke.com/topics/3688

 

หลังจากที่ผมได้ตั้งกระทู้ วิเคราะห์เจาะลึก!!! ความแตกต่างระหว่างเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับ...?ตามลิงค์  https://board.postjung.com/984981.html  วันนี้ได้โอกาสมาต่อยอดเรื่อง "สิทธิประโยชน์ ก่อนและหลังคลอดบุตร" ถึงแม้ว่าท่านผู้นำประเทศ "ในชุดเครื่องแบบ" จะเพียรพยายามลดทอน สิทธิและเสรีภาพ อันพึงมีพึงได้ของปวงชนชาวไทย ...ก็ใช่ว่าท่านจะใจร้ายใจดำ ปล่อยให้ประชาชนคนไทยอย่างพวกเรา อดอยากปากแห้งเสียทีเดียว ( ก็ถ้าอดอยากแล้วจะเอาเงินที่ไหนส่งไปให้รัฐฯ ) 

ซึ่งล่าสุด...ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ( ที่คะแนนเสียงผ่านพ้นไป ) มาตรา ที่ 48 ก็ได้เมตตาสงสาร มอบสิทธิประโยชน์สุขให้แก่มารดาผู้ให้กำเนิดบุตร "ทั้งก่อนและหลังคลอด"  

ถามว่า โครงการนี้ดีไหม? ตอบได้เลยว่า...ดี!!! และดีมากด้วย แต่จะดีมากกว่านี้ถ้าทารกน้อยที่เพิ่งจะลืมตาขึ้นมาดูโลกนั้น ได้รับการอุปถัมค้ำชู้ตั้งแต่เกิดไปจนถึงเรียนจบปริญญาตรี ( ราวกับอารยประเทศที่เจริญแล้ว ) โดยที่พ่อแม่ไม่ต้อง ( หน้าดำคร่ำเครียด ) ทำงานหนักๆเพื่อหาเงินส่งลูกเรียน 

แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้มานี้ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย!!! 

ทีนี้ "คนสารพัดขี้" เลยอยากจะขอ ( เสี่ยงตาย ) วิเคราะห์เจาะลึก!!! ความเป็นมาของโครงการ ว่าสามารถเอื้ออำนวยสิทธิประโยชน์ให้แต่ใครได้บ้าง 

บุคคลผู้ควรค่าแต่การได้รับ 

1.ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า...ผู้ซึ่งอยากมีบุตร ( ในยุคที่ข้าวกำลังปลูกยาก และหมากกำลังขายแพง ) หากสามารถให้กำเนิดบุตร จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ดี สามารถดำเนินเรื่องร้องของสิทธิประโยชน์นี้ได้เลย 

2.เอื้ออำนวยสิทธิประโยชน์ให้กับเด็กและเยาวชนไทย ที่มักง่ายและใจแตก!!! ( ในเครื่องแบบนักศึกษาและนักเรียน ) ที่ยังไม่มีปัญญาหางานทำ ยังคงแบมือของเงินพ่อแม่ใช้ มีลูกมีเต้า...ก็เอามาฝากให้พ่อแม่เลี้ยง ซึ่งสถิติการท้องก่อนแต่งของเด็กและเยาวชนไทยเรานั้น ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าชนชาติใดในโลกใบนี้เลย ในขณะที่ท่าน ( ผู้นำประเทศในชุดเครื่องแบบ ) ได้เล็งเห็นปัญหาในด้านนี้มายาวนาน จึงคิดจะสงเคราะห์และอนุเคราะห์ กลุ่มสตรี "ผู้มีคัน" ทั้งหลายเหล่านั้นให้ได้รับสิทธิประโยชน์กันถ้วนหน้า 

นี่ก็อดคิดไม่ได้ว่า...สิทธิประโยชน์ของ "มาร" ดา ก่อนและหลังคลอดบุตรนี้ จะไม่เป็นการไปสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทย "...ไว" และ "ใจเร็ว" ไปหรือเปล่า ซึ่งปกติก็...ไวใจเร็วอยู่แล้ว เพราะบริบทขสองสังคมไทยเรานั้น ต่างจากชาวต่างชาติมาก 

สาเหตุของเด็กวัยรุ่นไทยที่ท้องก่อนแต่ง...ก็เพราะพ่อกันแม่มัวแต่ "ตากแดดตากฝน" ฝืนทนทำงาน เพื่อหาเงินมาส่งเสียลูกเรียน จนไม่มีเวลาอบรมสั่งสอน ทำให้เด็กและเยาวชนไทย ( ในบางกลุ่ม ) คิดไม่เป็น พูดไม่เป็น และทำไม่เป็น ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขลงได้ ถ้าระบบการปกครองไทยของเรานั้น สามารถมอบทุนด้านการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย "ฟรีๆ" ตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกคนทุกหลังคาเรือน โดยไม่แคร์ว่าใครจะจนหรือรวย ลดภาระการทำงานอันหนักหน่วงของพ่อแม่ ที่กลับถึงบ้านก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงยิ้มให้คนในครอบครัว 

3.เอื้อสิทธิประโยชน์ ( เป็นอย่างมาก ) ให้กับฝูงชนชาวไทย ( มุสลิม ) ...เนื่องจากสังคมของชาวมุสลิมนั้น เจริญเติบโตมาพร้อมกับวัฒนธรรม "มากเมีย" และมีบุตรได้แบบไม่จำกัดโคต้า จึงมีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์กันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง  

ถามว่า...แล้วคนไทย "พุทธ" มีเมียมากไม่ได้เหรอ? ตอบว่า...ได้!!! แต่จะมีปัญญาเลี้ยงหรือเปล่าล่ะ?  เนื่องจากสังคมไทยพุทธเรานั้น เน้นหนักไปที่การทำเกษตรกรรม คือการทำนาทำไร่ ปลูกพืชผักเอาไว้ขาย เราไม่ได้มีเหมืองแร่เหมืองพลอย บ่อน้ำมัน และสวนยางพารา ซึ่งทำเงินได้ดีกว่าการปลูกนาข้าว พวกเขาเหล่านั้น จึงสามารถมีบุตรได้อย่างเต็มที่ "ปี้ได้อย่างเมามันส์" 

ซึ่งในที่นี้...ก็ยังมีคนไทยพุทธกลุ่มหนึ่ง อยากร่ำอยากรวยด้วยการปลูกยางพารา จึงพากันปลูกยางพาราในพื้นถิ่นแถบอีสาน เหนือ ตก แต่สภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศนั้นแห้งแล้ง ( ไม่เหมือนภาคใต้ ) ทำให้การเจริญเติบโตของยางพารา ไม่ได้สวยสดงดงามอย่างที่คิด หนำซ้ำถ้ามีคู่อริ ก็อาจจะถูกรังแก ด้วยการจุดไฟเผาต้นยางพารา และยางพาราที่เพียรปลูกกันมาเป็นสิบๆปี ก็สลายหายวับไปในพริบตา ทุนหายกำไรหด อดอยากและปากแห้ง  

และนี่ก็คือที่มาของสิทธิประโยชน์ก่อนและหลังคลอดบุตร 

แถมให้อีกเรื่อง!!! 

"วงจรชีวิต" กับความแตกต่างระหว่างรัฐบาล 

พูดถึงการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ทั้งสิ้น สำหรับผู้ใช้ชีวิตอยู่บนทางธรรม เพราะมันเป็นการบ่มทุกข์ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าคนทางโลก จะปล่อยปะละเลยเสียทีเดียว "คนสารพัดขี้" อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำกันพอหอมปากหอมคอ 

1.พรรคไทยรักไทย...ซึ่งนำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ริเริ่มโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งในวงจรชีวิตที่ว่าด้วยการ "เกิด แก่ เจ็บและตาย" รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับ "ความเจ็บ" มากกว่าสิ่งอื่นใด มองว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ในชีวิตของความเป็นคน คือวันเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วย และโดยเฉพาะคนจนที่มีรายได้ไม่มากพอ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้กันอย่างทั่วถึง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะ "ขยันเจ็บ" มากกว่ากัน 

2.พรรคเพื่อไทย...นำโดย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ต่อยอดโครงการของพี่ชาย โดยการให้ความสำคัญกับความแก่มากที่สุด มองว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตของมนุษย์ มีอีกช่วงหนึ่งก็คือ "ตอนแก่" นั่นเอง จึงได้มอบสิทธิประโยชน์ ให้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีเป็นต้นไป ซึ่งเป็นโครงการที่ดี สำหรับประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า ไม่เว้นศาสนา ทั้งคนจนและคนรวย ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ 

3.ดำเนินมาถึงพรรค "คสช." ซึ่งนำโดยรัฐบาลในชุดเครื่องแบบ มุ่งเน้นความสำคัญไปที่เด็กแรกเกิด มองว่าในช่วงวันเวลาที่ยากลำบากที่สุด ของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย!!! คือช่วงของการซื้อนมให้บุตรกิน ซึ่งท่านอาจจะลืมนึกไปว่า...แม้การให้กำเนิดบุตรจะลำบากยากแค้น แสนทรมาน แต่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัส เท่ากับการสอนลูกให้เป็นคนดี ตลอดจนส่งเสียให้เรียนจบ เพราะถ้าขาดตกบกพร่องด้วยมูลเหตุทั้งสองข้อนี้ ต่อให้ประชาชนคนไทย ให้กำเนิดบุตรมากมายสักแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะทำให้สังคมไทยในปัจจุบันของเรา อยู่เย็นเป็นสุขขึ้นมาได้ 

โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนกันจุดพลุ ต้อนรับเด็กแรกเกิด สู่โลกใบใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ( มากมือหลายตีน ) ในฐานะที่คุณเกิดมาเป็นคน เราจึงมอบสิทธิประโยชน์เป็นค่าน้ำนมให้ แต่หลังจากนั้น จะแก่ เจ็บ และตายยังไง ก็อีกเรื่องหนึ่ง ( 555 ) 

จะเห็นได้ว่าระดับจิตและทัศนคติของแต่ละช่วงรัฐฯนั้น ไม่เหมือนกันเอาเสียเลย!!! 

ทีนี้...มาต่อกันที่ความจนกับความรวย ท่านผู้นำประเทศในชุดเครื่องแบบ ให้ความสำคัญกับคนจนมากว่า มองว่า "คนจน" เป็นบุคคลที่น่าสมเพชเวทนา จึงได้เมตตาสงสาร มอบสิทธิประโยชน์ คือเบี้ยยังชีพสำหรับผู้ยากไร้ เอาไว้ให้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงมนุษยธรรมอันดีงามในจิตใจของท่าน ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีผู้ยากจนและอยากจน เดินทางไปขึ้นทะเบียนกันมากมาย แต่เจ้ากรรม!!! การจะได้เบี้ยยังชีพที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...ต้องผ่านการพิจารณาแล้วพิจารณาอีก คัดแล้วคัดอีก เพื่อให้ได้  "คนจน" ที่มีคุณภาพมากที่สุด อุปมาเหมือนการประกวดนางงาม จะต้องเฟ้นหาหญิงงามที่ดีเลิศประเสริฐศรี แบบหาที่ติมิได้ กรณีนี้ก็เช่นกัน ถ้าจะจนก็ต้องจนแบบไม่มีที่ติ 

ถามว่า...ผมอยากได้ไหม เบี้ยยังชีพคนจน ตอบเลยว่า "ไม่อยากได้!!!" เพราะไม่อยากจน แต่เบี้ยยังชีพคนแก่อยากได้ไหม..."อยาก!!!" และอยากมีชีวิตอยู่ไปจนถึงแก่ด้วย 

แต่แนวคิดนี้ ตรงข้ามกับ "อดีต" นายกรัฐมนตรี "สองพี่น้อง" ที่ให้ความสำคัญกับคนรวยมากกกว่า มองว่า "ความจนทำให้คนเห็นแก่ตัว!!!" จึงคิดจะกำจัดคนจน ด้วยการทำคนจนให้เป็นคนรวย แต่ก็น่าเสียดาย ที่โครงการนี้ไม่สำเร็จ ก็หมดวาระและภาระไปก่อนวัยอันควร 

ถึงตัวอักษรนี้ ผมก็ยังยืนยัน ว่าสิทธิประโยชน์ "ก่อนและหลังคลอดบุตร" เป็นโครงการที่ดี แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือก ระหว่างเงินเกิดกับเงินแก่ ผมขอเลือกเบี้ยยังชีพสำหรับคนแก่มากกว่า เพราะเป็นเบี้ยยังชีพที่ประชาชนคนไทย "ทุกหมู่เหล่า" ทุกเพศ ทุกวัย มีสิทธิ์ได้หมด โดยไม่จำเป็นต้องสละโสด!!! 

จบนะ!!! 

เนื้อหาโดย: คนสารพัดขี้
https://thestupidarticles.blogspot.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: คนสารพัดขี้
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: แมวฮั่ว แมวขี้น้อยใจ
 
ว่าด้วยเรื่อง...สิทธิประโยชน์!!! "ก่อนและหลังคลอดบุตร"
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
ชุดไทยพระราชนิยม | ชุดประจำชาติไทย ๘ แบบ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ก.ทรวงมหาดไทยทำหนังสือ กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียตินางเจ้าฯพระบรมราชินีสาวฟลอริดาสุดช็อก เจอจระเข้ยักษ์โชว์ปีนข้ามรั้วต่อหน้าต่อตา งานนี้ใครรั้วบ้านเตี้ยๆต้องมีผวาแบบบ้านจำลองสไตล์โมเดิร์น พร้อมระเบียงพักผ่อนหน้าบ้าน และพื้นที่จอดรถชุดไทยพระราชนิยม | ชุดประจำชาติไทย ๘ แบบบลิ๊งค์จะไม่ทน!! หนุ่มข้างบ้านเคลมลิซ่า แถมบอกว่าLGBTไทยเยอะที่สุดในโลก6 คนดังศิษย์เก่ารร.ชายล้วน "ทวีธาภิเศก"ประมวลภาพ อเมริกันประท้วง ลุกลามอย่างรุนแรง!!ยาต้านโควิดรัสเซียพร้อมส่งแล้วให้ใช้ฟรีด้วย“24 ดาราสาว”ที่พิสูจน์แล้วว่า การมีเบ้าหน้าดีต่อให้แต่งลุกค์ไหนก็ดูสวยดูขึ้น เป็น“นางพญาหงส์”ได้ทุกลุกค์สรุปดราม่า ยูทูบเบอร์รับเด็กพิเศษมาเลี้ยง ทำคลิปจนดังและรวยแล้วยกเด็กให้คนอื่นหมีดำพยายามเปิดประตูรถ เพื่อหาของกิน แต่ต้องตกใจและถอยห่างออกไป เมื่อได้ยินเสียงบางอย่างส่องกลยุทธ์ธุรกิจน้อยใหญ่ในช่วงโควิด ใครปรับตัวได้ไวคนนั้นรอด"ตั๊ก บงกช" เผยว่าจะไม่ยอมให้ลูกชาย "น้องข้าวหอม" วัย 7 ขวบ ไปโรงเรียนหากยังไม่มีวัคซีนรักษาโควิด-19 เพราะเป็นห่วงและหวั่นว่าเด็กจะป้องกันไวรัสได้ไม่ดีพอ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
เกณฑ์ทหาร ครั้งหนึ่งในชีวิตของชายไทยคำคมความรัก ep.04กว่าจะเข้าใจชีวิตก็เลยมาแล้วครึ่งชีวิตเหตุผลหนึ่งที่ทำอะไรไม่สำเร็จ
ตั้งกระทู้ใหม่