หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนฉลาดแต่ขี้เกียจ VS คนโง่แต่ขยัน

โพสท์โดย
คนฉลาดแต่ขี้เกียจ VS คนโง่แต่ขยัน หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง แต่คงสงสัยว่าทำไม กลุ่มคนทั้งสองสามารถเป็นประเด็นในการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง การแบ่งกลุ่มผมขอหยิบยกคำนิยามของของนายพล Kurt von Hammerstein-Equord  ของกองทัพเยอรมัน (1878 – 1943)  โดยกำหนดเกณฑ์ในการแบ่งคนเพื่อไปปฎิบัติงานในกองทัพได้เป็น 4 กลุ่ม 
    1.คนฉลาดและขยัน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสามารถสูง สามารถทำได้อย่างดีเต็มประสิทธิ์ภาพและได้งานออกมาดี คนกลุ่มนี้จะควบคุมดูแลการทำงานของลูกน้องได้เป็นอย่างดี เพราะมีความเก่งและขยัน สามารถดูแลงานได้เป็นอย่างดี ตำแหน่งที่เหมาะคือ ตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง เป็นต้น
    2.คนฉลาดและขี้เกียจ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ความสามารถแต่ไม่ชอบทำงาน(หนัก) กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มพยายามหาช่องทางที่ดีที่สุดเร็วที่สุดเพื่อจะได้ประหยัดเวลาและสามารถสร้างวิธีการ ที่นอกกรอบทำให้งานเสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิ์ภาพที่ดี  ตำแหน่งงานที่เหมาะคือตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง นักวางแผน ที่ปรึกษา เป็นต้น
    3.คนโง่และขยัน  กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ทำงานในหน้าที่ และในบ้างครั้งจะทำเกินกว่าที่สั่งโดยมีโอกาศสูงที่งานจะผิดพลาดได้มาก เพราะเป็นคนขยันสั่งไว้แค่ไหนทำเกินกว่าที่สั่ง ถ้าไม่ผิดก็ดีแต่หากผิดพลาดก็อยู่จะเสียหายมาก กลุ่มคนนี้ไม่เหมาะสำหรับการทำงาน
    4.คนโง่และขี้เกียจ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ทำงานในกรอบและต้องมีการสั่ง จะไม่ทำนอกเหนือคำสั่งเพราะตัวเองเป็นคนขี้เกียจ สั่งแค่ไหนทำแค่นั้น หากผิดพลาดก็อยู่วงจำกัดที่สั่งไว้เท่านั้น ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับคนกลุ่มนี้เป็น พนักงานทั่วไป เป็นต้น
      ในปัจจุบันมุมมองของกลุ่มคนทั้ง 4 มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา คนมีความเข้าใจว่าคนโง่แต่ขยัน ดีกว่าคนฉลาดแต่ขี้เกียจ เพราะมองว่า ขยันซักวันต้องดีขึ้น เหมือนกับเต่าที่ขยันเดินจนถึงเส้นชัย เหมือนคนขยันก็มีโอกาศประสบความเร็จ คนโง่ก็มีทางฉลาดได้ถ้าขยันมากๆ แต่ถ้ามองในคำนิยามของคนโง่แปลว่าคนที่มีอวิชชา หรือความไม่รู้ นั้นเอง คือ"ถ้าเราไม่รู้ตัเองก็แสดว่าเรายังเป็นคนโง่ แต่หากเรารู้ตัวว่าเราไม่รู้นั้นแสดงว่าเราไม่ได้เป็นคนโง่" ดังนั้น คนโง่ในความหมายนี้อาจจะหมายถึง คนที่ไม่รู้ตัวเอง ไม่พัฒนาตัวเอง ทำเรื่องผิดพลาดซ้ำซาก โดยไม่แก้ไขและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ถ้าเอาความขยันทำในสิ่งที่ผิดพลาดเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นผลดีกับตนเอง ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของหน่วยงาน องค์กรณ์ต่างๆ เลย อีกกรณีถ้าตัวเองขยันพัฒนาความรู้ ความสามารถ แก้ไขในความผิดพลาดที่ทำผิดพลาดมาก่อนหน้านี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก แสดงเขาไม่ใช่คนโง่แต่เป็นคนฉลาดและยิ่งมีความขยันเพิ่มขึ้น เขาก็จะกลายเป็น คนฉลาดและขยัน สามารถเจริญก้าวหน้าต่อไปได้  ส่วนในกลุ่มของ คนฉลาดและขี้เกียจ จะมองได้ 2 มุมมองคือ คนฉลาดที่ไม่ยอมทำอะไรเลย หาทางหลบเลี่ยงงานโยนงาน หาช่องขี้เกียจ อู้งาน คนประเภทนี้อาจจะไม่มีประโยชน์กับองค์กรและหน่วยงานเลย อีกมุมคือคนฉลาดที่ทำทุกอย่างให้ง่าย สร้างวิธีการประหยัดเวลา ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ หาวิธีการที่ง่าย และมีประสิทธิ์ภาพได้ กลุ่มนี้จำเป็นอยู่ในองค์กรและหน่วยงาน เพราะใช้ในการแก้ปัญหา สร้างกลยุทธใหม่ และแหวกแนว นอกกรอบอย่างทีเราคาดไม่ถึงเลยที่เดียว
      บทสรุปจากบทความที่กล่าวมาแล้วนั้น คนสองกลุ่ม คือกลุ่มคนฉลาดและขี้เกียจ กับ กลุ่มคนโง่และขยัน ก็มีจุดดีจุดด้อยที่แตกต่างกันไม่มีอะไรที่ตายตัว ดังนั้นเราจะสรุปไม่ได้เลยว่ากลุ่มใดดีกว่ากลุ่มใด อาจจะบอกได้แค่เพียงว่า งานนี้เหมาะกับคนประเภทใด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้คงให้แง่มุมในการบริหารบุคคลได้ไม่มากก็น้อยครับ 
 
                "ความผิดพลาดครั้งแรกถือเป็นครู ทำผิดครั้งที่สองถือว่าเป็นความโง่"                  
 
ข้อคิดจากดร. เทียม โชควัฒนา
 
 
ขอบคุณที่มา: https://storylog.co/story/571c5a3bc30c0e760a961645
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ไฟซ์ ไรเดอร์กลิ้งผ่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4,504 ครั้ง
โพสท์โดย ไฟซ์ ไรเดอร์กลิ้งผ่า
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
16 VOTES (4/5 จาก 4 คน)
VOTED: chuanb, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 19549 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบทำให้ร่างกายขาดน้ำจริงไหม?ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อนเเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่างเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันสองโลกหลังควันปืน: ชีวิตทหารอเมริกันในเกาหลี ปี 1954สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69เเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบทำให้ร่างกายขาดน้ำจริงไหม?พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ประโยคต้องห้ามสำหรับคนที่กำลังโกรธหรือเสียใจอยู่สินสอดปี 2026 ควรตั้งจากกำลังของคู่สมรส ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวไม่ต้องรู้สึกผิด กับคนที่ทำร้ายคุณก่อนTHE INSTITUTIONAL MIND" (วิเคราะห์ตลาดแบบระดับรายใหญ่)
ตั้งกระทู้ใหม่