ลองพิสูจน์ด้วยตา กับความเชื่อที่ว่า ‘ของกินสีฟ้า’ ทำให้ความอยากอาหารลดลง!?
โพสท์โดย Phitsanulok
ถึงจะเป็นสีสันแสนสวยและเป็นหนึ่งในสีสุดโปรดของใครหลายๆ คน แถมยังอยู่ในขนมหวานหลายชนิดอีกด้วย แต่ก็มีงานวิจัยของทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศที่ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่า อาหารที่มีสีฟ้านั้นนอกจากจะดูไม่น่าอร่อยแล้ว ยังทำให้ความรู้สึกอยากอาหารของมนุษย์ลดน้อยลงด้วย แต่ถ้าไม่เชื่อ…งั้นลองมาพิสูจน์ด้วยตาของคุณเลยดีกว่า
ถึงจะดูไม่น่าเชื่อ แต่จากข้อมูลในเว็บไซต์ colormatters.com ได้ระบุว่า…หากสีที่ช่วยให้เจริญอาหารคือสีแดงและส้ม สีที่ให้ผลตรงข้ามกันคือสีฟ้าและน้ำเงิน เพราะมันเป็นสีที่ทำให้รู้สึกว่าอาหารจานนี้เย็นชืด จนไม่น่ากิน
ขณะเดียวกันในธรรมชาติยังมีสัตว์บางชนิดที่ใช้สีโทนนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าว่ามันมีพิษและไม่น่าอร่อย แถมหากมีสีดำผสมมาด้วยยิ่งจะทำให้ความรู้สึกนี้รุนแรงขึ้นอีก และดูเหมือนทฤษฎีนี้จะได้ผลกับมนุษย์ซะด้วย เพราะมีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้สีนี้มาช่วยในการควบคุมอาหาร

อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69
สินค้าที่ประเทศไทยส่งออกให้กัมพูชามากที่สุด
สัมผัสเสน่ห์ "แมวโคราช" แมวมงคลไทยแท้ ที่ทั่วโลกต่างหลงรัก
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
ด่วน! ขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก 3.50 บาท/ลิตร ดันราคาทะลุ 44.24 บาท มีผล 2 เม.ย. 69
เลิกหลอกตัวเองเสียที! 5 ความจริง “สายดาร์ก” ที่เราถูกล้างสมองให้เชื่อจนชีวิตพังไม่รู้ตัว
วิกฤตฝุ่นควัน เมื่อเมืองไทยกลายเป็น "แชมป์โลก" ด้านมลพิษ
อันดับโลกเริ่มสั่น! เปิดประเทศนำเข้าอาหารทะเลไทยมากสุด
ทำไมเราถึง “ใจง่าย” ให้กับคนที่เหมือนตัวเอง? เปิดหน้ากาก 10 ความจริงทางจิตวิทยาที่ทำให้คุณโดนตกแบบไม่รู้ตัว!
ระวัง! ร่างกายคุณกำลัง “กรีดร้อง” 10 สัญญาณเตือนภัยเงียบที่คุณนึกว่าแค่เพลีย แต่จริงๆ คือขาดน้ำขั้นสุด!
มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?




