5 เรื่องแปลก...แต่จริง
แสงสว่างแห่งความตาย
ภาพนี้ไม่ใช่ภาพจากภาพยนตร์ไซไฟ และไม่ใช่ภาพที่ถูกแต่งขึ้น (และไม่ใช่แมลงสาบเรืองแสงของแอดหมี) แต่มันเป็นภาพจริงจากอุทยานแห่งชาติอีมาส ในบราซิล
ภาพนี้คือภาพตัวอ่อนของแมลงจำพวกด้วงซึ่งอาศัยอยู่ชั้นนอกของเนินดินและจอมปลวก ในตอนกลางคืนที่มืดสนิทและอากาศชื้น พวกมันจะออกมาจากที่ซ่อนและเปล่งแสงสีเขียวออกมา แสงนี้เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในเซลล์พิเศษของสัตว์ที่ทำให้อวัยวะเรืองแสงได้
ตัวอ่อนพวกนี้จะใช้แสงหลอกล่อเหยื่อที่เป็นแมลงตัวเล็กว่ารวมถึงปลวกเจ้าของบ้านออกมาให้มันจับกิน และถ้ามันรู้สึกว่าถูกบุกรุก มันก็จะเปล่งแสงจ้ากว่าเดิม เพื่อขับไล่ศัตรูไป
ฟอสซิลนิ้วมือ?
มีการค้นพบฟอสซิลกระดูกคล้ายมือที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาที่แทนซาเนีย
กระดูกฟอสซิลชิ้นนี้มีอายุอย่างน้อย 1.84 ล้านปี ซึ่งเก่าแก่กว่าอายุมนุษย์มาก กระดูกนี้มีลักษณะคล้ายชิ้นส่วนของกระดูกนิ้วมือ และบังเอิญเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดีกับกระดูกนิ้วก้อยซ้ายของมนุษย์สมัยใหม่
โดยนักโบราณคดีกล่าวว่าฟอสซิลชิ้นนี้อายุมากกว่า แต่ดูทันสมัยกว่าฟอสซิลกระดูกคล้ายมือที่เก่าที่สุดที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้เสียอีก แต่ทั้งนี้เรายังไม่ทราบว่ามันเป็นฟอสซิลของสัตว์ชนิดใด
มังกรดำแปซิฟิค
ปลาโบราณน้ำลึกอีกสายพันธุ์หนึ่งที่หน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ แต่หน้าตาคงไม่จำเป็นในที่มืดๆ
ชื่อของมัน Pacific Blackdragon มีที่มาจากลักษณะพิเศษของผิวหนัง เนื่องจากเหยื่อแทบทุกชนิดของมันเรืองแสงได้ ส่วนท้องของมันจึงออกแบบไม่ให้แสงทะลุผ่านได้เลย
หมึกมองเห็นทางผิวหนัง
หมึกเป็นสัตว์มีตา และมีตาใหญ่ด้วย แต่มันไม่ได้ใช้ตาในการมองเห็นได้อย่างเดียว การทดลองล่าสุดพบว่ามันสามารถมองเห็นด้วยผิวหนังได้ (University of California)
ผิวของสัตว์จำพวกหมึกจะเปลี่ยนไปมาตามสภาพแวดล้อม เพื่ออำพรางตัวในการล่าและหลบซ่อนจากนักล่า มันเปลี่ยนสีได้เร็วมากและน่าอัศจรรย์
จากการทดลองกับผิวหนังของหมึกที่ยังสด พบว่าผิวของมันมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงและตอบสนองต่อแสงนั้นได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาลูกตา และไม่ต้องใช้สมองด้วยซ้ำ
เมื่อฉายแสงสีขาวและฟ้าไปที่ผิวหนังของหมึก มันจะตอบสนองด้วยการเปลี่ยนสีทันทีโดยอัตโนมัติ นั่นทำให้หมึกสามารถเปลี่ยนสีได้อย่างสมูธและรวดเร็ว ดังที่เราเห็นในสารคดี
Rinorea niccolifera ต้นไม้ดูดพิษ
แม้พืชที่สามารถดูดโลหะหนักจากพื้นดินจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรมาก แต่ Rinorea niccolifera ที่เพิ่งถูกค้นพบบนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์นี้ สามารถดูดซับโลหะหนักได้มากกว่าพืชชนิดอื่นถึง 1000 เท่า
Rinorea niccolifera เป็นพืชที่สามารถดูดโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น นิกเกิล ออกจากดินบริเวณพื้นที่ๆมีการปนเปื้อนได้ โลหะหนักที่ดูดขึ้นมาได้จะถูกเก็บสะสมไว้ในลำต้นและใบของมัน
และเนื่องจากมันสามารถดูดซับโลหะได้ในปริมาณที่สูงมาก ทำให้เหมาะที่จะใช้ปลูกในพื้นที่ที่ดินเกิดการปนเปื้อนสารเคมีและโลหะเป็นพิษ นอกจากนี้เรายังสามารถถลุงเอาโลหะที่สะสมในเนื้อเยื่อของมันมาใช้งานได้ด้วย
แต่โชคร้ายที่พืชชนิดนี้เป็นพืชที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยขณะที่ค้นพบ(2014) มันกระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณแคบๆเท่านั้น
เขียนโดย ลูกสาวอบต
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ผู้หญิง 90% ทิ้ง “บราเก่า” ผิดวิธี! รู้แบบนี้ก่อน เสียดายทีหลังนะ
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
นอร์เวย์น่าอยู่จริงไหม สวัสดิการ ฟยอร์ด และสมดุลชีวิตที่คนไทยอยากรู้
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลก
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
ชนเผ่า "เก่าแก่ที่สุดในโลก"
คนไทยนิยมไปทำงานที่ประเทศไหน มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในโลก
ต้นฝิ่นกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วประเทศญี่ปุ่น
ชนเผ่า "เก่าแก่ที่สุดในโลก"
นอร์เวย์น่าอยู่จริงไหม สวัสดิการ ฟยอร์ด และสมดุลชีวิตที่คนไทยอยากรู้
ผู้หญิง 90% ทิ้ง “บราเก่า” ผิดวิธี! รู้แบบนี้ก่อน เสียดายทีหลังนะ
ย้อนวันวาน “นิมมานนรดีกริล” เซตหรูบนชั้น 20 ราคาเพียง 250 บาท ก่อนกาลเวลาพลิกโฉมสู่โรงแรมหรูใจกลางเชียงใหม่
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
ชนเผ่า "เก่าแก่ที่สุดในโลก"
นอร์เวย์น่าอยู่จริงไหม สวัสดิการ ฟยอร์ด และสมดุลชีวิตที่คนไทยอยากรู้
จิตวิทยาการแต่งบ้าน "Small Space, Big Happiness" จัดห้องอย่างไรให้ใจไม่ป่วย
เม่นป่ากลายเป็น “ก้อนสีเขียว” ปริศนา! เรื่องจริงสุดสะเทือนใจ เมื่อสัตว์ตัวเล็กต้องเผชิญอันตรายจากน้ำมือมนุษย์



