หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

The Pied Piper of Hamelin ตำนานที่เป็นเรื่องจริง


โพสท์โดย

 
ใครเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างเอ่ย...?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในปี 1284 เมืองฮาเมลินในเกิดมีฝูงหนูแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมาก ชาวเมืองต่างก็เดือดร้อน
เนื่องจากหนูเหล่านี้นอกจากจะกัดแทะเสบียงอาหาร อีกทั้งพวกมันยังเป็นพาหะนำโรคร้ายมาอีกด้วย แม้แต่แมว
ก็ยังต้องหนีเพราะหนูซึ่งมีจำนวนมากมาย ถึงขนาดจะเข้ามารุมทำร้ายแมวเสียด้วยซ้ำ


บรรดาชาวเมืองจึงพากันออกเงินรวมกันก้อนหนึ่งเพื่อให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จะมาปราบหนูเหล่านี้ได้
แต่จนบัดนี้ก็ไม่มีใครอาสามาปราบฝูงหนูเหล่านี้เลย

และในยามนี้เองที่ปรากฏชายลึกลับผู้หนึ่งเสนอตัวจะปราบหนูขึ้นมา



ชาวเมืองก็ให้คำสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทนใดๆก็ได้ตามที่เขาต้องการ เมื่อตกลงกับชาวเมืองเรียบร้อย
ชายลึกลับก็หยิบปี่ถุงออกมาและเป่าพร้อมกับออกเดินไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของชาวเมืองนั้นเอง
หนูก็พากันวิ่งออกมา หนูทั้งหลายจากทั่วมุมเมืองพากันเดินตามหลังชายเป่าปี่ไปราวกับหลงไหลในเสียง
เพลงของเขา และเมื่อไปถึงแม่น้ำเวเซอร์ซึ่งอยู่ใกล้เมือง ชายนักเป่าปี่ก็หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ ในขณะที่
ฝูงหนูพากันกระโจนลงน้ำไปเรื่อยๆ จนในไม่ช้าก็ไม่มีหนูเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว

ชายนักเป่าปี่กลับมาในเมืองและเรียกร้องของค่าจ้างของตัวเอง หากชาวเมืองที่นึกเสียดายเงินขึ้นมา
จึงปฏิเสธโดยกล่าวว่า

"นักเป่าปี่ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย พวกหนูกระโดดลงน้ำไปเองต่างหาก"

และยังขู่จะจับขังนักเป่าปี่อีกด้วยถ้าเขายังมามัวตื๊ออยู่  นักเป่าปี่โกรธแค้นและกล่าวทิ้งท้ายว่า

"พวกคุณต้องรักษาสัญญา ฉันจะเอาสิ่งสำคัญที่สุดของพวกคุณไป"



หากไม่มีใครสนใจ ยังกลับหัวเราะเยาะเขาเสียอีก และในวันที่ 26 มิถุนายน 1284 นักเป่าปี่กลับมา
ยังเมืองฮาเมลินอีกครั้ง เขาเริ่มเป่าปี่บนถนน และทันใดนั้นเอง เด็กๆที่มีอายุมากกว่า 4 ปีต่างก็มารวมกัน
และเดินตามเขาไปจนในไม่ช่าเด็กชายหญิงจำนวนกว่า 130 คนต่างก็เต้นรำร้องเพลงตามทำนอง
ของเสียงปี่ออกไปนอกเมือง และไม่มีใครได้เห็นพวกเขาอีกเลย

ไม่ว่าชาวเมืองจะโศกเศร้าเสียใจและพยายามค้นหาเด็กๆเหล่านั้นเช่นไร เด็กที่หายไปและชายนักเป่าปี่
ก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ฮาเมลินอีกเป็นครั้งที่สอง อย่างที่เห็นข้างต้น นิทานเรื่องนี้ น้อยคนไม่มีใครไม่รู้จัก
และทุกท่านรู้ไหมว่าเมืองฮาเมลิน (Hamelin หรือ Hameln ในภาษาเยอรมัน) และมีจริงในประวัติศาสตร์
และยังอยู่จนถึงปัจจุบัน

ฮาเมลินเป็นเมืองในแคว้นเนียเดอร์แซสเซน ประเทศเยอรมันนี ปัจจุบันมีประชาการประมาณ 60,000 คน
เมืองนี้อยู่เลียบแม่น้ำเวเซอร์ ใกล้กับถนนเมลเพนอันมีชื่อเสียง แต่ที่เมืองนี้มีชื่ออยู่ในความทรงจำของคน
ส่วนใหญ่นี้เป็นเพราะนิทานเรื่องข้างต้นนี้เอง ซึ่งนิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อกว่า
700 ปีก่อน ต้นแบบของมันคือเรื่องราวประหลาดในกระจกสีของโบถส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นประมาณปี 1300
เป็นที่น่าเสียดายที่กระจกสีนี้ปัจจุบันถูกทำลายไปแล้ว กระจกสีอันปัจจุบันเป็นบานใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นตาม
บันทึกที่เหลือไว้เท่านั้นเอง



และนี้คือเรื่องจริงเกี่ยวกับตำนานนี้
               
"วันที่ 26 มิถุนายน 1284 เมืองฮาเมลิน ประเทศเยอรมันเกิดคดีเด็กจำนวนกว่า 130 คน
หายสาบสูญไปอย่างกะทันหัน"


นี้แหละคือต้นกำเนิดของตำนานที่บันทึกปี 1440 ซึ่งเป็นบันทึกเก่าที่สุดเท่าที่เหลืออยู่
(เรื่องของหนูถูกเพิ่มเข้ามาราวศตวรรษที่ 16) ไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร
และเด็กๆหายไปได้อย่างไร หากด้วยเหตุนี้เมืองฮาเมลินจึงมีการตั้งกฏว่าห้ามร้องเพลง
เต้นรำบนถนนที่ถูกกำหนดไว้อยู่เป็นเวลานานทีเดียว

จะอย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องนี้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 1606 โดยริชาร์ด โลรัน เวลส์เทกัน
เวลาของคดีก็กลายเป็น 22 กรกฎาคม 1376 และเมื่อพี่น้องตระกูลกริมม์ทำการเรียบเรียงเรื่องนี้
ในปี 1816 ก็ได้มีการเพิ่มเรื่องของเด็กขาแพลงกับเด็กตาบอดซึ่งไม่ได้หายตัวไปลงไปด้วย



มีการสันนิษฐานเกี่ยวกับสาเหตุมากมาย และที่มีมูลมากที่สุดได้แก่ 4 ทฤษฎีข้างล่างนี้

- เด็กๆเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ (จนน้ำในแม่น้ำเวเซอร์หรือตายในภูเขาฮอบเปนเบิร์ก) เนื่องจาก
วันที่ 26 มิถุนายน 1284 เป็น"วันเซนต์โยฮันส์และเปาโล" ฮาเมลินมีธรรมเนียมจะจุดไฟบนภูเขา
ฮอบเปนเบิร์กซึ่งมีภูมิประเทศเป็นหน้าผาตัด ข้างล่างเป็นบึงลึก เป็นไปได้ว่าเด็กๆได้พากันขึ้นเขานี้
ไปตอนกลางคืนและเดินตกหน้าผาไป 

- เกิดโรคระบาดขึ้นและเด็กถูกพาไปอยู่ที่อื่น  ยุโรปเคยมีกาฬโรคระบาดซึ่งก็ตรงกับปี 1376
ในฉบับของผู้เขียนอีกคน นักเป่าปี่อาจจะเป็นเครื่องหมายแทนยมฑูตก็เป็นได้

- เด็กๆพากันรวมตัวออกไปจาริกแสวงบุญ และไม่ได้กลับมาอีกในกรณีนี้ นักเป่าปี่ก็คือหัวหน้ากลุ่มนักเดินทาง

- เด็กๆพากันออกจากหมู่บ้านไปเพื่อสร้างหมู่บ้านใหม่ ในช่วงปีนี้เป็นยุคที่มีหมู่บ้านใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย
เด็กชาวเมืองฮาเมลินอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้



จะอย่างไรก็ดี ในบันทึกซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี 1602 ได้มีจารึกไว้ดังนี้

"ปี 1284 วันเซนต์โยฮันส์และเปาโล26 มิถุนายนนักเป่าปี่ใส่เสื้อหลากสีหลอกล่อเด็กๆ 130 คน
ออกมาจากเมืองฮาเมลินหายไปยังลานนักโทษใกล้เนินเขา"

               
เอาเถอะถึงไม่รู้ว่าเรื่องจริงจะเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เราก็รู้อยู่อย่างคือตำนาน นิทาน
มักมีเค้าร่างมาจากเรื่องจริงเสมอ

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Faithbook's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,671 ครั้ง
โพสท์โดย Faithbook
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอจังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหวอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทยจังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมืองนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยเปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชาเปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ในช่วงที่อากาศร้อนควรดื่มน้ำประเภทไหนที่ทำให้ร่างกายสดชื่นมากที่สุดอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทยกันยุงจากกระเทียมและน้ำส้มสายชู ใช้ประโยชน์จากพลังแห่งธรรมชาติได้ผลจริงไหมนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย😯 ชวนลองเข้ามาดูวัตถุลึกลับพร้อมคำตอบที่ทำให้ผู้คนตะลึงกับจุดประสงค์ของมัน 😁
ตั้งกระทู้ใหม่