หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชมพู่ทับทิมจันทร์ เป็นชมพู่ที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าชมพู่สายพันธุ์อื่นๆ

โพสท์โดย กิตตินันท์

ชมพู่ที่ขึ้นแท่นขายดีกว่าชมพู่สายพันธุ์อื่นๆ ก็คือ ชมพู่ทับทิมจันทร์ เนื่องจากชมพู่ชนิดนี้จะมีลักษณะผลใหญ่ ไม่มีเมล็ด เนื้อแน่น รสชาติหวาน กรอบ ผิวมันเป็นประกายสีแดงสดสวย อีกทั้งผิวของมันก็ค่อนข้างหนาดังนั้นมันจึงสามารถขนส่งได้ไกลโดยที่ไม่ช้ำอีกด้วย

 

ชมพู่ทับทิมจันทร์ นั้นถือว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว มันจึงสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญมันเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากรวมไปถึงตลาดต่างประเทศก็นิยมชมชอบชมพู่ทับทิมจันทร์เช่นกัน ดังนั้นมันจึงเป็นผลไม้ที่ขายได้ราคาค่อนข้างดี ยิ่งในช่วงนอกฤดูของมันหากเกษตรกรทำให้ออกผลผลิตนอกฤดูได้จะยิ่งทำให้ขายได้ราคาสูงมากเลยทีเดียว

 

วิธีการปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์

การปลูก ชมพู่ทับทิมจันทร์ นั้นสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนและแบบไร่ ซึ่งถ้าเป็นการปลูกแบบสวนจะต้องทำการยกร่อง จนาดกว้างประมาณ 6 เมตร ร่องกว้าง 2 เมตร แต่ถ้าปลูกแบบไร่ก็คือปลูกบนพื้นที่ราบ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป โดยถ้าเป็นการปลูกในพื้นที่ราบชมพู่จะมีขนาดเล็กแต่หวานกว่าเพราะขาดน้ำ แต่ถ้าปลูกแบบยกร่องชมพู่ทับทิมจันทร์จะมีผลที่ใหญ่กว่าแต่มีรสจืดเพราะบังคับน้ำไม่ได้ และหลังจากเตรียมพื้นที่ปลูกแล้วก็ให้ทำการขุดหลุมปลูกโดยให้หลุมกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 1 เมตร แล้วนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วรองก้นหลุมจากนั้นก็นำกิ่งพันธุ์ลงปลูกได้เลย

 

 

 

การปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์สามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนและแบบไร่

เมื่อปลูกแล้วให้หาหลักไม้มาปักแล้วผูกเชือกกันลมโยกต้น เมื่อปลูกเสร็จให้รดน้ำอย่างต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ เมื่อต้นแข็งแรงให้เว้นระยะการรดน้ำเป็น 2-3 วันรดน้ำครั้ง พอ 2 เดือนไปแล้วให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1 ช้อนโต๊ะ/ต้น จากนั้นทุกเดือนให้ปุ๋ยเช่นเดิมและในอัตราเดิมจนกว่าต้นจะสมบูรณ์ จนเมื่อชมพู่ทับทิมจันทร์ออกผลก็ให้ทำการห่อผล โดยก่อนห่อให้ปลิดผลที่ไม่แข็งแรงออกไปให้เหลือช่อละ 4-5 ผล แล้วจึงใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาด 7×15 นิ้ว ที่เจาะรูขนาดเล็กที่ก้นถุง ผูกที่เหนือกิ่งเป็นอันเสร็จสิ้นทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันแมลงวันทองศัตรูตัวฉกาจของชมพู่ทับทิมจันทร์ จนเมื่อผ่านไปอีกประมาณ 25 วัน หรือเมื่อชมพู่มีสีแดงผลใหญ่ประมาณ 5-7 ผล/กิโลกรัม ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย

 

ชมพู่ทับทิมจันทร์มีขนาดผลใหญ่ขนาด 5-7 ผล/กิโลกรัมเลยทีเดียว

สำหรับชมพู่ทับทิมจันทร์นั้นถึงแม้ว่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแต่ว่าเกษตรกรบางรายก็ประสบปัญหาดินเสื่อมจนทำให้ต้องเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน แต่ถ้าหากเกษตรกรรู้จักปรับปรุงบำรุงดินอยู่เสมอ การปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ขายก็จะกลายเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

อ้างอิง: http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=65928.4704

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กิตตินันท์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5,329 ครั้ง
โพสท์โดย กิตตินันท์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (4/5 จาก 10 คน)
VOTED: zerotype, ซาอิ, เอ๋ง ไม่ดัดจริต, newwin, เผลอหัวใจ, MAC Mask, ginger bread, แยมโรลลลลลล ณ โพสจัง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุดทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุดจังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุดทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 5 โรงเรียนที่มีนักเรียนสอบติดโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามากที่สุด ปี 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โรงเรียนขยายโอกาสที่โดดเด่นที่สุดในไทยแพะที่ดูบ้าบินที่สุดในโลกสายสืบชาวบ้าน วันนี้เตือนระวังพูดไม่ดีปากพาซวย แถมกลายเป็นผู้ต้องหาอีก💡 ไม่ต้องรอให้พร้อม 5 ทักษะทำเงินปี 69 ที่คนรู้ก่อน ได้เปรียบก่อน 💸
ตั้งกระทู้ใหม่