โจน จันได กับการบรรยาย ปรัชญาการใช้ชีวิตง่ายๆ ที่ต่างชาติยอมรับ ยอดวิวกว่า2ล้านวิว!
ชายร่างกำยำ กายกร้านแดด สวมเสื้อยืดเก่าคร่ำคร่า สีมอซอเช่นเดียวกับกางเกงเลที่สวมใส่ เดินเท้าเปล่านำหน้าไปยังบ้านดินที่อยู่บนยอดเนินเขา บ้านดินที่เขาอาศัยอยู่กับลูกและภรรยาชาวอเมริกัน
โจน จันได คือชายผู้นั้น ลูกชาวนาแห่งยโสธร ผู้บุกเบิกและก่อตั้งศูนย์พันพรรณ ชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง ที่พำนักของผู้คนที่ต้องการใช้ชีวิตง่าย ๆ
“ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องทำให้มันยาก” ปรัชญาชีวิตที่ผ่านการตกผลึกของเขา
เขาเรียนหนังสือจนจบ ป.๗ รุ่นสุดท้าย ก็มาบวชเป็นสามเณรในกรุงเทพฯ อาศัยเรียนการศึกษานอกโรงเรียน จนกระทั่งจบการศึกษาผู้ใหญ่มัธยมศึกษาตอนปลายที่วัดสัมพันธหงษ์ แล้วก็ลาสิกขาไปเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนได้ราว ๓ ปี ก็เริ่มถามตัวเองว่า “เรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร” ในที่สุดก็ตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษา พาตัวเองไปอยู่เชียงใหม่ เงินที่พอมีอยู่นำไปซื้อที่ดินจนหมด
อยู่ที่นั่นไม่ได้กินข้าวเป็นเดือน เพราะไม่มีเงินซื้อ กินหน่อไม้ กินผัก แรก ๆ ปลูกปลูกผักบุ้งเพราะอายุเก็บเกี่ยวสั้น ได้กินเร็วกว่าผักอย่างอื่น แล้วปลูกข้าวโพด ปลูกผักไว้กินกิน ปลูกเสร็จไม่มีอะไรทำ ก็เดินเล่นตามป่า ขึ้นเขา ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ราว ๗ เดือน เป็นที่มาของปรัชญาชีวิต “ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ”
“...ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราทำให้มันยาก เราใช้เวลาไม่มากนักในการทำมาหากิน มันเหลือกินแล้ว แต่ว่าเราใช้เวลาเยอะมากในการหาเพื่อครอบครัว เราทำให้ชีวิตซับซ้อน จนไม่มีเวลาคิดถึงตัวเอง คิดถึงแต่เรื่องงาน หาเงิน ใช้เงิน ทำงานหนักไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลากิน ทำงานหนักขนาดนี้ ทำไมไม่ทำชีวิตให้ง่าย เรื่องชีวิตนี้มันง่าย ทำไมต้องทำให้มันยาก...”
เขาตอกย้ำความง่ายของชีวิต เมื่อครั้งที่กลับคืนสู่ท้องทุ่งอีสานบ้านเกิดเมืองนอน ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานที่ศูนย์พันพรรณ ว่า
“...ผมเคยลองไปทำนา ทำแค่ปีละ ๒ เดือน ได้ข้าวมา ๔ ตัน ปีนึงคน ๖ คนกินข้าวไม่ถึงครึ่งตัน ที่เหลือก็ยังได้ขาย บ้านก็ทำเป็นบ้านไม้ไผ่ อยู่ได้สบายไม่มีปัญหา ใช้เวลารดน้ำผักวันละ ๓๐ นาที มีผักเลี้ยงคน ๖ คนต่อวัน ยังมีเหลือพอเอาไปขายที่ตลาดอีก ได้เงินวันละห้าสิบวันละร้อย มีบ่อปลา ๒ บ่อ ก็รู้สึกว่าทำไมชีวิตมันง่ายอย่างนี้ ไม่มีอะไรยากเลย...”
อย่างไรก็ตามวิถีชีวิตที่เขาดำรงนั้น แม้จะดูไม่ผิดแผกไปจากชาวบ้าน แต่เขาก็ไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน
“...ผมกลับไปอยู่บ้าน แต่ไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาปลูกเพื่อขาย ยิ่งทำก็ยิ่งไม่เหลืออะไร ยิ่งปลูกก็ยิ่งมีหนี้ ทันทีที่คิดจะลงทุน ต้องหาเงินไปจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ายา ค่าปุ๋ย เริ่มต้นจากการเป็นหนี้ แล้วก็เสี่ยงเพราะปลูกผักจะได้หรือไม่ได้มันขึ้นกับดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง ขึ้นอยู่กับคนที่มารับซื้อ ชาวไร่ชาวนาจึงอยู่ในสถานะของนักการพนันที่แย่ที่สุด ไม่มีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้ ถ้าปลูกเพื่อขายเราจะติดกับดักทันที คนที่คิดจะปลูกเพื่อขาย ไม่มีใครรวย ไม่มีใครไม่เป็นหนี้...
...ที่ผมปลูก ปลูกเพื่อกิน พริก มะเขือ หอม กระเทียม ปลูกไว้แค่ไม่เกินอย่างละ ๕ ต้นก็อยู่ได้แล้ว กินไม่เคยหมด เหลือเก็บไปขายก็ยังได้เงินสองร้อยสามร้อยบาทต่อวัน อย่างกระจอกที่สุดก็ห้าสิบบาท ในสายตาคนทั่วไปเงินห้าสิบบาทอาจไม่มีค่าอะไรเลย แต่ครอบครัวไม่มีค่าใช้จ่าย เงินห้าสิบบาทถือว่ามากแล้ว...
...ผมต้องการให้ชีวิตง่ายและสุขขึ้น ชีวิตเราสั้นมาก จะใช้ชีวิตบนโลกนี้ไปเพื่ออะไร เราควรหาความสงบสุข หาความง่ายให้ตัวเอง ให้มีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัวมากขึ้น...”
โจน จันได เชื่อเรื่องการพึ่งตนเอง เชื่อว่าคนจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเขาสามารถพึ่งตนเองได้ สามารถที่จะเข้าถึงปัจจัยสี่ได้โดยง่าย แต่สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนเข้าถึงปัจจัยสี่ได้ยากขึ้น แพงขึ้น ชีวิตเป็นอยู่ยากขึ้น
“..ผมมีความเชื่อว่าชีวิตที่พัฒนาที่ดีที่สุด ชีวิตที่มีความสุขที่สุดคนต้องเข้าถึงปัจจัยสี่ได้ง่ายที่สุด แต่ทุกวันนี้รู้สึกว่ามีแต่จะแย่ลง...
...ทุกวันนี้คนกว่าจะได้บ้านหลังหนึ่ง ต้องทำงานเก็บเงินเป็นยี่สิบสามสิบปี อาหารก็แพง และไม่มีความปลอดภัยเลย ชีวิตผู้คนทุกวันนี้หาสิ่งที่เป็นสาระไม่ได้ ทำไปด้วยความงมงาย ไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำชีวิตให้ยากขึ้น จนลืมไปว่าชีวิตเกิดมาทำไม ครอบครัวเป็นยังไง มีความสำคัญยังไง ธรรมะคืออะไร ความสุขเป็นยังไง ไม่มีใครสอนเลย คนมีแต่ซื้อ ๆ ๆ ๆ เพื่อจะให้มีความสุข แต่ถามจริง ๆ ว่ามันใช่ไหม...
...สุดท้าย เราก็เลยกลับมาชีวิตว่า ชีวิตที่มีความสุข คือชีวิตที่ง่าย บริโภคน้อยลง พึ่งตนเองได้ เราก็เลยกลับมาที่ปัจจัยสี่ อาหาร บ้าน ผ้า และยา...
...อย่างการมีอาหาร คนทำงานในเมืองวันละ ๘-๑๒ ชั่วโมงแต่ไม่พอกินสำหรับคนเดียว ทำเพื่ออะไรกัน ผมทำสวนวันละ ๓๐ นาที ปลูกและรดน้ำผัก ผมมีอาหารเลี้ยงคน ๗-๘ คนได้สบาย เวลาที่เหลือพักผ่อน ทำในสิ่งที่อยากทำ อยู่กับครอบครัว หาความสุขให้ชีวิต ง่ายมากเลย นี่คือความง่าย...”

ภาพประกอบจาก internet
แหล่งที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=21j_OCNLuYg
https://www.youtube.com/watch?v=cuxeyDWgANE
บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย หนานเกียรติ
https://www.gotoknow.org/posts/314518
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
บริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
วิเคราะห์เลขตารางทักษาอาจาร์ออร่า งวดวันที่ 16 เมษายน 2569
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
มหาวิทยาลัยที่ยอดเยี่ยมที่สุด อันดับที่หนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
ทำความรู้จัก "กล้วยเปรี้ยว" (บักผีผ่วน) ผลไม้ป่าสีสด รสเปรี้ยวอมหวาน
แม่ค้าเขมรไม่สนดราม่า! อินฟลูแอบถ่ายขาย “แป้งไทย” ช่วงสงกรานต์ สวนกลับตรงๆ ก็ของมันขายดี จะให้หยุดได้ยังไง
เขมรมองค้อน! ต่างชาติปลื้ม “สุวรรณภูมิ” จัดเต็มสงกรานต์ แจกของที่ระลึก-โชว์หุ่นละครเล็ก สะท้อนพลัง Soft Power ไทย
“อ่าว“ที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลก


