หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มรสุมรุมเร้า บ้านถูกยึด หนี้สินบานเบอะ ออกจากงานมาค้าขายกลายเป็นสร้างหนี้เพิ่มค่ะ

โพสท์โดย ทิมมี่ ทิมมี่

Q: "เมื่อ 6 ปีก่อน เริ่มต้นที่ครอบครัวมีฐานะปานกลางครอบครัวที่อยู่ด้วยกันมี4คนคือ ยาย แม่ น้องชายและตัวนู๋

นู๋ได้มีโอกาสมาเรียนอยู่กทม. แม่ทำงานเปิดร้านอาหารในห้างต้องทำงานแต่เช้าเลิกงานก็ค่ำ มีวันนึงพี่ชายของแม่ มาหายายหลังจากที่ไม่เคยเจอกันมาหลายสิบปีเพื่อมาขอเงิน แต่ยายไม่มีให้ จึงต้องเอาที่ดินและบ้านไปให้กับนายทุนรายหนึ่ง

เราโดนโกง ทั้งที่แม่และนู๋ไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้วมาเช่าบ้านอยู่ ร้านอาหารแม่เริ่มแย่ลง ทุกอย่างเราต้องใช้เงินเพราะนู๋และน้องกำลังเรียนทั้งคู่ เรามีหนี้สินที่พอกพูนขึ้นจากที่ต้องกู้ยืมมาเพื่อช่วยเหลือทุกคนในบ้าน

ตอนนี้นู๋ยังไม่มีบ้าน แม่ใช้หนี้ยังไม่หมด นู๋ต้องออกจากงานเดิมเพื่อมาเริ่มต้นใหม่ ออกมาค้าขายเพราะทางฝั่งแฟนคอยช่วยเหลือด้านเงินทุน แต่ก็ต้องหาใช้คืนอยู่ดีเพราะเกรงใจและเป็นกังวลไปหมด

นู๋รู้สึกท้อมากเลยค่ะ กังวลต้องจ่ายหนี้ตัวเองและจ่ายหนี้ทางฝั่งแฟน กังวลหารายได้ไม่ทันเพราะตอนนี้นู๋เหมือนคนตกงาน ร้านที่เราเริ่มทำกันมันเหมือนมรสุมที่เข้ามาไม่มีวันหมด นู๋เหนื่อยและท้อใจสุดๆเลยค่ะ นู๋ควรทำยังไงดีคะ"

A: หนูควรเริ่มจากสะกดคำว่า "หนู" ให้ถูกก่อน
คล้ายกับที่หนูต้องสะกดคำว่า "สติ" ให้เป็น

เรามีงานค้าขาย มีร้านที่ทำอยู่ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองตกงานล่ะ
คำว่ามีงานทำ ไม่ได้แปลว่าหมายถึงการเป็นลูกจ้างเขาเท่านั้นนะ

พี่ก็ออกจากงานประจำ มาทำงานเป็นวิทยากรฝึกอบรม
มาเป็นโค้ชแนะนำการปรับทัศนคติ เปลี่ยนการใช้ชีวิตให้ผู้คน

ไม่มีออฟฟิศ ไม่มีนายจ้าง ทำงานไม่เป็นเวลา
พี่ก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองว่างงานนะ เพราะพี่ก็พัฒนาหลักสูตรตัวเองเรื่อยๆ

ตอนหนึ่งในคอร์ส "ออมสุข ล้างทุกข์" ที่พี่จัดอบรม
พี่จะเล่าถึงคำพูดของดาไล ลามะ ที่ท่านบอกว่า

ปัญหาในโลกนี้มีแค่สองแบบ คือปัญหาที่แก้ได้ กับปัญหาที่แก้ไม่ได้
ปัญหาไหนแก้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทุกข์หรือกังวล เพราะมันแก้ได้
ก็เอาเวลา เอาสติปัญญาไปแก้ซะ

ปัญหาไหนแก้ไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทุกข์หรือกังวล
เพราะจะกังวลไป มันก็ยังแก้ไม่ได้อยู่ดี

ฉะนั้น ปัญหาที่สมควรจะกังวลหรือทุกข์ใจ ในโลกนี้ ไม่มีนะ
ถ้าเข้าใจความจริงข้อนี้ ก็จะมีแค่ปัญหาที่แก้ได้ หรือไม่ได้
แต่ไม่มีอะไรที่ใจสมควรต้องทุกข์

เพราะพี่ก็บอกเสมอๆว่า ปัญหา ไม่ใช่ความทุกข์ มันเป็นคนละส่วน
ที่น่าประหลาดใจคือ ถ้าเรามีสติ มีปัญญา
เราจะสามารถเห็นความจริงว่า

ปัญหาหลายๆอย่าง ที่เราเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่โตเหมือนโลกแตก
พอเวลาผ่านไป เราได้สติ กลับกลายเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว
ที่ชวนขำเวลานึกถึง ว่าเราดราม่ากับปัญหานั้นยังไง

ยกตัวอย่าง ตอนเป็นเด็กประถม ปัญหาใหญ่ที่สุดของเรา
คือการไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง แล้วกำลังจะโดนครูตี

ช่วงเวลาน่ากลัว สยองขวัญที่สุดในตอนเด็ก
คือการปวดฉี่จนตื่นขึ้นมากลางดึก ในท่ามกลางความมืด แล้วดันนึกถึงเรื่องผี

หรือถ้าเคยกลับไปโรงเรียนที่เราเรียนตอนอนุบาล หรือ ป. ๑
ที่ตอนสมัยนั้น เรารู้สึกว่ามันเป็นสถานที่ใหญ่โตราวกับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม

ถ้าวันนี้เรากลับไป เราอาจจะพบว่า
มันเล็กจนน่าประหลาดใจ จนอดอมยิ้มไม่ได้

ปัญหาที่เราเจอตอนนี้ ก็คล้ายๆกันครับ วางใจให้ดี มีสติ แล้วอย่าดราม่า
สิ่งที่น่ากลัว ไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่เรื่องยังมีหนี้ ยังไม่มีบ้าน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้ คือการคิดลบ คือความกลัวและกังวลจนขาดสติ
เพราะมีหนี้ได้ ก็หมดหนี้ได้ ถ้ายังมีชีวิต มีสติ มีปัญญา ก็ยังมีโอกาส

บ้าน ยังไม่มี ก็ไม่เป็นไร อยู่บ้านเช่า ห้องเช่าไปก่อน พอมีที่นอนพัก
ที่จริง เราไปเชื่อกันเองว่า เช่าบ้านคือไม่มีบ้าน ไม่ใช่หรอก

ฝรั่งในอังกฤษ อเมริกาส่วนมาก เขาก็เช่าบ้านอยู่กันทั้งนั้น
เพราะช่วงวัยทำงาน มันอาจจะต้องย้ายไป ย้ายมา ตามหน้าที่การงาน

จนใกล้ๆเกษียณ มีเงินเก็บเยอะๆ ค่อยคิดเรื่องซื้อบ้าน
อย่าไปคิดลบว่า เช่าบ้านคือความล้มเหลวนะ

เศรษฐกิจไม่ดีก็ชั่วคราวนะ มันเคยดีได้ ก็แย่ได้เป็นธรรมดา
มันเคยดี เคยไม่ดีมาก่อน แล้วก็ดีขึ้น แล้วก็แย่ลงอีกเป็นวงจรแบบนี้เอง

อย่ามองแต่ส่วนที่เราติดลบ ให้รู้จักมองส่วนดีที่เรายังมี
เศรษฐีหลายๆคน ก็เคยผ่านช่วงเวลาแบบเดียวกับเรามานี่แหละ

ช่วงที่ต้องหมุนเงิน ต้องกระเบียดกระเสียร อดมื้อกินมื้อ
ค่อยๆใช้หนี้ไป ตามกำลัง อย่าสร้างหนี้ใหม่ ยังไงก็หมด

สิ่งที่ดีของคนที่เจอปัญหาหนักๆ แต่มีสติ คือบทเรียน และภูมิคุ้มกัน
ผ่านตรงนี้ไปได้ เราจะแข็งแรงขึ้น กลัวลำบากน้อยลง เพราะเคยลำบากมาแล้ว

ชีวิตพี่ช่วงหนึ่ง ก็เคยมีอารมณ์แบบเรา ชนิดที่เหลือยี่สิบบาทในกระเป๋า
แต่ต้องเอาชีวิตรอดอีกหลายวัน ขนาดจะขึ้นรถเมล์ยังไม่กล้าขึ้น ต้องเดินเอา

พี่ถึงพูดได้ว่า ถ้าไม่ยอมแพ้ เราก็ไม่ลำบากตลอดไปหรอก
ไม่ต้องรอให้พี่ให้กำลังใจหรอก เราให้กำลังใจตัวเองน่ะ ดีที่สุด

สู้นะ www.dhamma.com

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ทิมมี่ ทิมมี่'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,011 ครั้ง
โพสท์โดย ทิมมี่ ทิมมี่
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
36 VOTES (4/5 จาก 9 คน)
VOTED: Tabebuia, toto, ท่านแมวฮั่ว แม่ทัพฮั่วชวี่ปิ้ง, zerotype, ติ่งล้มละลาย, ไข่เจียวหมูสับ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด10 ของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีเชื้อโรคสะสมมากที่สุด10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้ความหมาย 9 ท่านอนของคู่รัก ที่อาจกำลังบอกความรู้สึกของทั้งคู่เปิดต้นกำเนิดชื่อเรียกโปรแกรมร้าย "ไวรัสคอมพิวเตอร์"สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้ทำไมนกเพนกวินถึงทนหนาวจัดในขั้วโลกได้10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดเพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?ทำไมไข่ต้มที่ต้มไว้นานเกินไป ไข่แดงถึงมีขอบสีเขียว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมนกเพนกวินถึงทนหนาวจัดในขั้วโลกได้10 ของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีเชื้อโรคสะสมมากที่สุดเปิดต้นกำเนิดชื่อเรียกโปรแกรมร้าย "ไวรัสคอมพิวเตอร์"สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/7/69เทียบขนาด 4 เจ้าอาณานิคมยุโรปในปี ค.ศ. 1500 ใครใหญ่ ใครเริ่มจากประเทศเล็ก?ความหมาย 9 ท่านอนของคู่รัก ที่อาจกำลังบอกความรู้สึกของทั้งคู่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เกย์
Victim (1961)-เมื่อความรักกลายเป็นอาชญากรรมในสายตาสังคมเอ่ยชื่อคือคำรัก - รักวัยเยาว์ในแสงฤดูร้อน (Call Me By Your Name)28 มิถุนายน: วันแห่งความภาคภูมิใจสโตนวอลล์ (Stonewall Day) จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมคนโสดเกย์เริ่มหาแฟนจากที่ไหนได้บ้าง ให้ปลอดภัยและไม่รีบร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่