มองเขามองเรา:การติดเชื้อ HIV ในมุมมองของคนญี่ปุ่น
การติดเชื้อ HIV ในมุมมองของคนญี่ปุ่น
.
เมื่อคืนนี้ หลายคนคงได้ดู Hormones the Series 3 ตอน Growth Hormone II ซึ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพละ เด็กหนุ่มที่ติดเชื้อ HIV ตั้งแต่แรกเกิด โดยได้รับผ่านมาจากคุณแม่ในระหว่างคลอด
.
ผมชอบเรื่องของพละเป็นการส่วนตัว อาจจะเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราทุกคน อีกทั้งยังเป็นการติดเชื้อที่คนไทยส่วนใหญ่มองอย่างเข้าใจผิดมาตลอด 30 ปี จึงรู้สึกดีใจเป็นพิเศษที่สื่อบันเทิงไทยนำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แก้ไขความเข้าใจผิดของผู้ชมได้มาก อาจจะดียิ่งกว่าการรณรงค์โดยหน่วยงานที่ใช้งบประมาณรัฐเลยด้วยซ้ำไป
.
ผมย้อนกลับมามองว่า ประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจ หรือรับรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อ HIV อย่างไรบ้าง เท่าที่ค้นดูก็พอจะมีคนศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้บ้างเหมือนกัน ผมอยากจะเก็บความมาเล่าสู่กันฟัง เป็นการเกาะกระแสน้องพละ พร้อมกับต้อนรับวันเอดส์โลก วันที่ 1 ธันวาคม ที่จะถึงนี้
.
บทความเรื่อง Japan’s response to the spread of HIV/AIDS โดยศูนย์ศึกษาแลกเปลี่ยนนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น (Japan Center for International Exchange) เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน กล่าวถึงมุมมองของคนทั่วไปต่อผู้ติดเชื้อ HIV ว่า เป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นมีจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังเชื่อว่าการติดเชื้อ HIV จะเกิดขึ้นกับบุคคลเพียงบางประเภท เช่น กลุ่มรักร่วมเพศ ชายรักชาย เป็นต้น
.
การยอมรับผู้ติดเชื้อ HIV ในสังคมญี่ปุ่น เป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งครับ ผลสำรวจความเห็นของคนญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ระบุว่า ร้อยละ 84 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ควรถูกกีดกันหรือเลือกปฏิบัติจากคนอื่นๆ ในสังคม ร้อยละ 54 บอกว่า พวกเขาจะปฏิบัติต่อเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเช่นเดิม แม้จะรู้ว่าคนเหล่านั้นติดเชื้อ HIV
.
แต่ถึงแม้ผลสำรวจจะเป็นอย่างนั้น กลับพบว่ามีรายงานการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ HIV อยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น เช่น ศูนย์รับเลี้ยงเด็กปฏิเสธรับเด็กที่พ่อแม่ติดเชื้อ HIV บริษัทหลายแห่งยุติการว่าจ้างภายหลังทราบว่าพนักงานติดเชื้อ สถานพยาบาลบางแห่งปฏิเสธให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ติดเชื้อ เป็นต้น
.
ในมุมมองของผู้ติดเชื้อ HIV การถูกกีดกันจากสังคมคือตราบาปในใจครับ มันผลักไสพวกเขาออกไปจากสังคม แม้จะรู้ดีว่าผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ใกล้เคียงคนปกติ อาจจะดียิ่งกว่าคนไข้เบาหวานความดันทั่วๆ ไป แต่การถูกตีตราจากสังคมทำให้พวกเขาไม่กล้าปรากฏตัว ไม่กล้าเขารับการรักษา จนในที่สุดก็เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ
.
ผลสำรวจที่ใกล้เคียงปัจจุบัน ใน ค.ศ. 2013 โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิตะซะโตะ ระบุว่า ข้อมูลเมื่อสิ้นปี ค.ศ. 2010 มีรายงานผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น 12,648 ราย และที่เป็นโรคเอดส์ 5,799 ราย เทียบกับประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนประมาณ 610,000 ราย เมื่อ ค.ศ. 2007 (ประชากรญี่ปุ่นมีจำนวนประมาณเกือบ 2 เท่าของประชากรไทย แต่มีรายงานผู้ติดเชื้อ HIV น้อยกว่าไทยเกือบ 50 เท่า)
.
ความรู้สึกผิดบาปจากการติดเชื้อ และการกีดกันทางสังคม เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ได้การรักษาตามที่ควรจะเป็น สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้ก็ เพราะอคติและทัศนคติเชิงลบของผู้คนในสังคม
.
คนญี่ปุ่นจำนวนมากยังรู้สึกกังวลต่อการติดเชื้อ HIV หลายคนหลีกเลี่ยงที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ มองผู้ติดเชื้อด้วยความรังเกียจ ทั้งยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดเชื้ออยู่อีกมาก เช่น การติดเชื้อโดยการแช่ออนเซ็นร่วมกัน โดนยุงกัด รับประทานอาหารร่วมกัน การจูบทักทาย เป็นต้น อย่างไรก็ดี ผลสำรวจนี้ระบุว่า ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับ HIV/AIDS ที่ดี จะมีอคติและทัศนคติเชิงลบน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
.
อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าประเทศใดต่างก็ยังมองผู้ติดเชื้อ HIV อย่างแปลกแยก มองอย่างมีอคติ เป็นกลุ่มคนที่ต้องถูกกีดกันออกไปจากสังคม แต่ทัศนคติเหล่านี้เป็นเรื่องผิด เพราะการติดเชื้อนั้นสามารถรักษาและควบคุมได้ ผู้ติดเชื้อที่ดูแลตัวเองได้ดีจะมีร่างกายแข็งแรงไม่ต่างจากคนทั่วไป สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันคนอื่นๆ ได้ มีเพศสัมพันธ์ได้โดยการป้องกัน และสามารถมีครอบครัวที่อบอุ่นได้อย่างคนทั่วไป ภายใต้การดูแลด้วยการแพทย์ในปัจจุบัน
.
ผลสำรวจของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิตะซะโตะ สรุปไว้ว่า ความรู้ (เกี่ยวกับ HIV/AIDS) จะช่วยผ่อนคลายทัศนคติเชิงลบของสังคมต่อผู้ติดเชื้อ HIV และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น จึงสมควรอย่างยิ่งที่ผู้คนทั่วไปจะได้เรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องในเรื่องนี้
.
แน่นอนว่า ภาครัฐของประเทศญี่ปุ่นก็รณรงค์กันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว เหมือนดังตัวอย่างภาพโปสเตอร์ข้างล่างนี้เป็นต้น โดนใจวัยรุ่นมากครับ
.
รัตนาดิศร
29 พฤศจิกายน 2558
โอซะกะฟุ ฮันไดเบียวอิน
.
ภาพ โปสเตอร์รณรงค์ตรวจการติดเชื้อ HIV ของเขตโทะโยะฮะชิ เมืองไอจิ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ตัวการ์ตูนชายทำ "คะเบะด้ง" ต่อตัวการ์ตูนหญิง พร้อมกับถามว่า "ไปตรวจเอดส์ด้วยกันมั้ย" (一緒にエイズ検査に行くか)
.
อ้างอิง
1) Japan Center for International Exchange. Japan’s response to the spread of HIV/AIDS, 2004
2) Guoqin Wang, et al. Association of Knowledge of HIV and Other Factors with Individuals’ Attitudes toward HIV Infection: A National Cross-Sectional Survey among the Japanese Non-Medical Working Population. PLoS ONE, 2013
https://www.facebook.com/JapanNutshell/photos/a.514361938718018.1073741828.514237958730416/564117830409095/?type=3&theater
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง
เปิด 8 ธุรกิจจีนที่เติบโตในไทย
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดค่าครองชีพสูง รายได้สวนทาง ปี 2568
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
มาแล้ว! "10 อันดับ เลขฮิตติดชาร์ต" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..เลขไหนฮิต ส่องเลย!
กองทัพไทยขึ้นอันดับ 24 ของโลก ปี 2026 ติดท็อป 10 เอเชีย และอันดับ 3 อาเซียน
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด



