แบ่งปันประสบการณ์ลดน้ำหนักที่ลดลงไปถึง 3 กิโลทั้งๆที่เป็นสาวออฟฟิศ
ในช่วงอายุ 20 ต้นๆฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพเลย ตอนนั้นฉันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟซึ่งต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาดังนั้นแคลอรี่จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เมื่อฉันสลัดผ้ากันเปื้อนมาทำงานนั่งโต๊ะเป็นสาวออฟฟิศ ฉันก็พบว่าการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้นช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ฉันพยายามตื่นแต่เช้าและออกไปวิ่งแต่ปรากฏว่ามันไม่เหมาะกับตารางการทำงานของฉันเลย ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็สังเกตว่ากางเกงของฉันเริ่มคับจนก้าวขาไม่ออก ฉะนั้นจึงได้เวลาแล้วที่ฉันจะต้องเปลี่ยนนิสัยและสร้างกิจวัตรใหม่ๆ
แทนที่จะทำงานกลางดึกฉันก็เปลี่ยนมาปรนนิบัติตัวเอง บางวันฉันจิบกาแฟพร้อมกับอ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บางวันฉันก็นั่งจดบันทึกอะไรเรื่อยเปื่อย ในที่สุดนิสัยใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ฉันให้รางวัลกับสมองของตัวเองโดยการออกไปเดินเล่นนอกออฟฟิศและทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ
2. เริ่มเดินออกกำลังกายอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง
ฉันเริ่มเดินออกกำลังกายหลังจากที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปรากฏว่าเมื่อผ่านไป 30 นาทีฉันรู้สึกสดชื่นสุดๆราวกับว่าร่างกายได้รับการอุ่นเครื่องและระดับพลังงานก็พุ่งกระฉูด นับตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มเดินออกกำลังกายเรื่อยๆจนติดเป็นนิสัย ในที่สุดฉันก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง กางเกงยีนส์ของฉันหลวมขึ้น ขาของฉันแข็งแรงขึ้น เพียง 6 เดือนฉันก็สามารถลดไซส์กางเกงลงไปได้ถึง 3 ไซส์กับน้ำหนักตัวอีก 7 ปอนด์ (3 กิโลกว่าๆ)
3. เตรียมอาหารกลางวันเองและดื่มน้ำให้มากขึ้น
บางครั้งการเตรียมอาหารมื้อเที่ยงทุกๆคืนก่อนเข้านอนก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ มีหลายครั้งที่ฉันอยากจะแหกกฎแล้วกลับไปกินอาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารมันๆจากร้านอาหารใกล้ออฟฟิศ แต่จะว่าไปฉันก็รู้สึกดีนะกับการเลือกซื้อส่วนผสมอาหารเพื่อสุขภาพและคิดค้นเมนูแปลกใหม่สำหรับมื้อกลางวัน ฉันชอบรับประทานแซนด์วิช ฉันจึงเลือกส่วนผสมที่เป็นเนื้อไก่งวงไร้มัน ชีสชนิดต่างๆ แตงกวา และมะเขือเทศหั่น นอกจากนี้ฉันยังซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดพกติดตัวไปด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะไม่ชอบดื่มน้ำสักเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้เมื่อไหร่ที่นึกขึ้นได้ฉันก็จะหยิบขึ้นมาดื่มค่ะ
4. ฟังเสียงร่างกายของตัวเองและอย่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ
มีบางวันที่ฉันไม่อยากทำอะไรเลย ฉันไม่สนหรอกว่ากางเกงยีนส์จะคับปลิ้นขนาดไหนหรือกินมันฝรั่งแผ่นไปมากเท่าไหร่แล้ว ฉันแค่ไม่อยากขยับเขยื้อนตัวเท่านั้นเอง ฉันรู้สึกหนักสมอง ดวงตาอ่อนล้า และการเดินจากโต๊ะทำงานของตัวเองไปยังครัวของออฟฟิศก็ราวกับว่าฉันกำลังเดินลุยโคลนไป แต่โชคดีที่ฉันมีอาการแบบนี้ไม่บ่อยนัก และแทนที่จะโทษตัวเองฉันก็จะปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นก็จะขยันมากขึ้นเป็น 2 เท่าในวันถัดไป
5. ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ
ในฐานะที่เป็นสาวโสดวัย 20 ต้นๆกับเพื่อนที่ยุ่งกันทุกคน ไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอเพื่อนๆในคืนวันทำงาน แต่เมื่อมีโอกาสเราก็จะตักตวงความสุขนั้นให้เต็มที่หรือไม่ก็นั่งดื่มกันที่บ้านเพื่อน ล่าสุดฉันเพิ่งนัดกับเพื่อนๆในคืนวันทำงาน เราตกลงกันว่าจะเจอกันหลังเลิกงานแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาแค่แป๊บเดียวก็เถอะ ไม่นานนักเพื่อนๆของฉันก็เริ่มคุ้นชินกับกิจวัตรดังกล่าวนี้
เมื่อคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อๆไปก็จะเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เราจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆเข้าไปอย่างช้าๆและรู้จักให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เพียงเท่านี้ร่างกายของเราก็จะเริ่มดูดีและสดชื่นขึ้น
Blogger : Shireen Mccleary
Source : mindbodygreen.com
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
ส่องเลขเด่นใบฟ้า! อ.กร กาฬสินธุ์ จัดแนวทางสถิติ 16 ก.ย. 69 บีบแต้มท้าย 4-5 ลุ้นรางวัลใหญ่!
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"