วิธีเป็นการ Hipster++
คนไทยไม่น้อยเข้าใจผิดว่า Hipster คือเด็กแนว หรือวัยรุ่นที่แต่งตัวดูชิคๆคูลๆ ชอบถ่ายรูปลง Instagram โดยใช้ Retro Effect แต่ที่จริงแล้วการเป็น Hipster มีแบบแผนการใช้ชีวิตแบบจริงจังมากตั้งแต่ การดำรงชีวิต จนไปถึงจุดยืนและความเชื่อเลยทีเดียว Ohlor เลยขอรวบรวมวิธีเป็น Hipster ให้ทำความเข้าใจกัน
Hipster คือวัฒนธรรมย่อย (Subculture) ของกลุ่มคนขาวในยุค Generation Y ในย่านเขตเมือง ซึ่งมีลักษณะร่วมที่สำคัญได้แก่ การฟังเพลงแนวอินดี้และอัลเทอร์เนทีฟ การเลือกใช้แฟชั่นที่ไม่ตามกระแส หรือใช้เสื้อผ้ามือสองหรือแนวเก่าๆวินเทจ รวมถึงการมีความคิดการเมืองที่ล้ำหน้า ทานอาหารแบบชีวจิตที่มาจากธรรมชาติ และรูปแบบการดำรงชีวิตในแบบของตัวเอง โดย Hipster ส่วนใหญ่มักเป็นคนชั้นกลางที่เลือกจะอยู่ในย่านที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ดี ที่จริงแล้วคนที่เป็น Hipster หลายคนจะไม่บอกคนอื่นว่าเขาคือ Hipster เพราะมันเป็นคำเรียกแบบถากถางที่คนอื่นมอง Hipster ว่าเป็นพวกที่แสร้งทำ
Hipster มาจากไหน?
คำว่า Hipster เกิดขึ้นในปี 1990 และเป็นที่รู้จักมากในปี 2010 แต่ที่จริงมีการสันนิษฐานว่ามีความเป็นมาตั้งแต่ปี 1940 ในช่วงที่เพลง Jazz รุ่งเรือง เพราะคำว่า Hip เป็นแสลงแปลว่า คนที่หมกมุ่นกับเรื่องใดๆ
วิธีเป็น Hipster ทำอย่างไร?
1การแต่งกาย: ที่จริงแล้วการแต่งกายของ Hipster แต่ละยุคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการนิยมใช้เสื้อผ้าที่ดูเก่าๆหรือเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว และที่สำคัญคือจะไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีป้ายยี่ห้ออย่างเด็ดขาด รวมถึงการใส่เสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวหรือเสื้อผ้าแนวที่คนทั่วไปเขาไม่ใส่กัน อีกทั้งยังนิยมซื้อของจากร้านค้าท้องถิ่นไม่ใช่จากร้านใหญ่โต และการมีเครื่องประดับเก๋ๆเช่นแว่นดำ หมวก ผ้าพันคอ สีสดใสต่างๆ ทั้งนี้คุณอาจ Update แฟชั่นใหม่ๆผ่าน Social Media ที่ Hispter ใช้ ด้วยวิธีหาภาพสวยๆจาก Instagram, Tumblr, Pinterest นอกจากนี้ Hipster มักมีความสามารถในการถ่ายรูปให้สวยอีกด้วย
2การกิน: สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเป็น Hipster ที่คนไทยไม่รู้ มันไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายรูปตั้งตรงมุมสูง แล้วใส่ Retro Effect แต่จริงๆการเป็น Hipster คือการกินอาหารแบบชีวจิตอย่างเคร่งครัด ซึ่งนี่หมายถึงการที่คุณปรุงอาหารด้วยตัวเองด้วย อีกทั้งการไม่นิยมทานเนื้อสัตว์
3ความสะอาด: คนไทยเข้าใจผิดว่าการเป็น Hipster คือการปล่อยเนื้อปล่อยตัวเช่นการไม่ต้องสระผมหรืออาบน้ำ แต่ที่จริงมันคือการที่คุณต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติหรือใช้สิ่งปรุงแต่งน้อยที่สุด การที่ Hipster บางคนมีผมยุ่งๆหรือผมยาวๆไม่ได้หมายถึงเขาไม่สระผม แต่เป็นเพราะเขาไม่ไดร์ผมหรือดัดแปลงผมให้ผิดไปจากธรรมชาติของเขาต่างหาก เช่นเขาอาจจะใช้วิธีมัดผมให้ดูเซอร์ๆ
4สุขภาพร่างกาย: Hipster ส่วนใหญ่มักดูแลร่างกายเขาเป็นอย่างดี ตั้งแต่การกิน จนไปถึงการออกกำลังอย่างต่อเนื่อง พวกเขาไม่นิยมการขับรถยนต์มากนัก แต่มักจะใช้การเดินหรือการปั่นจักรยาน รวมถึงการวิ่งระยะทางไกล เพื่อรักษาสุขภาพของเขา
5การศึกษา: Hipster ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในการศึกษาสิ่งต่างๆอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ ศิลปะ สังคม และปรัชญาต่างๆ ไม่ใช่การใช้ชีวิตแบบ Slow Life ดั่งเช่นคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิด ดังนั้นคนที่เป็น Hipster มักมีความคิดของตัวเองและระดับการศึกษาที่ค่อนข้างดี ในทางปฏิบัติแล้ว Hipster มักหาหนังสือเล่มใหม่ๆมาอ่านประดับความรู้อยู่ทุกอาทิตย์
6การไม่เปิดเผย: สายลับมักไม่บอกว่าตัวเองเป็นสายลับ เช่นเดียวกับการเป็น Hipster เช่นกัน, ที่จริงแล้ว Hispter ตัวจริงมักไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือ Hipster, หรือบางที Hipster ก็ไม่อยากให้คนอื่นเรียกเขาว่า Hipster เหมือนกัน
แฟชั่นฮิปสเตอร์ Hipster Fashion
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
5 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทย
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)ไม่มีคนไทยไปเที่ยว
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)
โรงเรียนประถมคุณภาพในไทย มีกี่กลุ่ม พร้อมตัวอย่างโรงเรียนที่น่าสนใจ
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
5 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทย
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
งานวิจัยชี้ คนแต่งงานอาจมีความเสี่ยงมะเร็งต่ำกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าการแต่งงานคือเกราะป้องกันโรค
งานวิจัยใหม่ชี้ Ozempic อาจรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีกว่า Mounjaro แม้น้ำหนักลดช้ากว่า
Nicole Kidman เปิดใจเรียนเป็น 'Death Doula' หลังสูญเสียคุณแม่ จุดประกายบทสนทนาเรื่องการดูแลช่วงท้ายชีวิต
เปลี่ยนเช้าที่แสนง่วงให้กลายเป็นวันแห่งความสำเร็จ ด้วย "กฎ 5 วินาที" ที่ใครก็ทำได้!
















