จัตุรัสเฮล์มโฮลทซ์ เผยความลับที่ผู้หญิงไม่รู้
เชื่อว่าคุณผู้หญิงทุกคนคงมั่นใจ 100% ว่าการใส่เสื้อผ้าลายทางแนวตั้งแล้วจะทำให้ดูผอม ส่วนการใส่เสื้อผ้าแนวขวางนั้นจะทำให้ดูอ้วน แต่ความจริงนั่นเป็นความเชื่อที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง และน่าสงสัยในประเด็นที่ว่า “ใคร” เป็นผู้แจกจ่ายความเชื่อนั้นเป็นคนแรก แถมยังมีคนเชื่อตามมากมาย แม้แต่ในหนังสือแนะนำการแต่งตัวก็ยังเชื่อเช่นนั้นอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้
ในขณะที่ผู้คนเชื่อว่าเสื้อผ้าลายขวางทำให้อ้วน แต่งานวิจัยในปี ค.ศ.2008 ที่มหาวิทยาลัยยอร์กพบว่า “เสื้อผ้าลายขวางนี่แหละที่ใส่แล้วดูผอม”
งานวิจัยดังกล่าวได้ขอให้ผู้เข้าร่วมการทดลองกลุ่มหนึ่ง ทำการเปรียบเทียบรูปของผู้หญิงสองคน ทั้งหมด 200 คู่ โดยคนหนึ่งใส่เสื้อผ้าลายทางในแนวขวาง ส่วนอีกคนใส่เสื้อผ้าลายทางในแนวตั้ง แล้วให้บอกว่าคนไหนดูอ้วนกว่ากัน
ผลการทดลองแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สำหรับผู้หญิงที่มีขนาดตัวเท่า ๆ กัน คนที่ใส่เสื้อผ้าลายขวางจะดูผอมกว่า ซึ่งอันที่จริงแล้ว ถ้าจะทำให้ผู้หญิงทั้งคู่ดูมีขนาดพอ ๆ กัน คนที่ใส่เสื้อลายขวางจะต้องตัวหนากว่าถึง 6 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
การวิจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งนำโดย ดร.ปีเตอร์ ทอมป์สัน เกิดความสงสัยว่า ทำไมความเชื่อเรื่องการใส่เสื้อผ้า จึงได้ขัดกับภาพลวงตาอันโด่งดังอย่างจัตุรัสเฮล์มโฮทซ์ไปได้ โดยในภาพลวงตาดังกล่าว สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สร้างขึ้นจากเส้นสีดำวางเรียงเป็นชั้น ๆ ในแนวนอน ดูสูงกว่าสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สร้างขึ้นจากเส้นสีดำเรียงกันในแนวตั้ง ทั้ง ๆ ที่ระยะห่างระหว่างเส้นและความหนาของเส้นเท่ากัน
เฮอร์มันน์ ฟอน เฮล์มโฮลทซ์ เป็นชาวเยอรมันที่รอบรู้ในหลากหลายสาขาวิชา เขาไม่เพียงเป็นแพทย์และนักฟิสิกส์เิชิงทฤษฎีผู้เก่งกาจ แต่ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสาขาวิชาจิตวิทยาการทดลองอีกด้วย เขาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับองค์ความรู้ทางด้านทัศนศาสตร์ พร้อมทั้งเขียนตำรามาตรฐานในสาขาวิชาดังกล่าว นอกจากนี้ ในปี 1851 เขาัยังประดิษฐ์เครื่องตรวจตา (ophthalmoscope) ที่ทำให้มนุษย์เราสามารถมองเข้าไปภายในลูกตาได้เป็นครั้งแรก
ส่วนเรื่องของเสื้อผ้า เฮล์มโฮลทซ์ก็ได้กล่าวไว้อย่างถูกต้องที่สุดว่า “พวกที่ใส่เสื้อผ้าลายขวางจะดูตัวสูงขึ้น”
แต่ด้วยเหตุผลบางประการ พวกเราต่างเพิกเฉยต่อคำพูดของเขามานานกว่าร้อยปี สังเกตได้จากตอนที่ โจ อาร์ไพโอ นายอำเภอของแมริโคปาเคาน์ตี ในรัฐแอริโซนา นำชุดนักโทษลายขวางกลับมาใช้อีกครั้งในปี 1997 ผู้ต้องขังหญิงต่างพากันโอดโอยว่า ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ให้เป็นลายขวางทีเถอะ จะไ้ด้ดูไม่อ้วน ซึ่งนายอำเภอก็เล่าว่า “ผมบอกพวกเธอไว่า ผมต้องปฏิบัติต่อนักโทษทุกคนอย่างเท่าเทียม ถ้านักโทษชายใส่ลายขวาง นักโทษหญิงก็ต้องใส่ลายขวางด้วย”
ชุดนักโทษลายขวางถูกใช้ครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เพราะมันช่วยให้สามารถมองเห็นนักโทษแหกคุกได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในฝูงชน แต่ก็มีเจตนาที่จะลงโทษทางจิตวิทยาไปด้วยในตัว เพราะสำหรับคนในยุคนั้น เสื้อผ้าลายขวางเป็นเสื้อผ้าของโสเภณี ตัวตลก และพวกที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่สำคัญหรอกว่าคนเหล่านั้นจะอ้วนหรือไม่ก็ตาม
หนึ่งในความเชื่อเรื่องการแต่งกายที่ทางทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยอร์กยืนยันแล้วว่าเป็นจริง คือ การใส่เสื้อผ้าสีดำจะทำให้ดูผอมลง โดยแนวคิดในการวิจัยมาจากภาพลวงดาอันโด่งดังเช่นกัน ซึ่งเป็นภาพที่จุดสีดำบนพื้นหลังสีขาว จะดูเล็กกว่าจุดสีขาวบนพื้นหลังสีดำนั่นเอง
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์







