รู้จัก ‘โรคต้อกระจก’ อาการร้ายทำลายการมองเห็น
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆ ก็เริ่มเสื่อมไปตามกาลเวลา ดวงตาเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะหากเกิดอาการเลนส์แก้วตาเสื่อม อาการ โรคต้อกระจก (Cataract) ก็มีโอกาสมาเยือนได้ ซึ่งหากใครไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญล่ะก็ อาจส่งผลให้เลนส์ตาของเราขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆ ในบางรายอาจถึงขั้นตาบอดเลยทีเดียว ดังนั้นใครที่ไม่อยากให้อาการต้อมาทำลายการมองเห็นล่ะก็ ลองมารู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อหาทางรับมือกันดีกว่าค่ะ
อาการ
- ความสามารถในการมองเห็นลดลง ตาขุ่นมัวโดยเฉพาะเมื่อเจอแสงจ้า แต่หากอยู่ในที่มืดสลัวจะมองเห็นชัดขึ้น
- การหักเหของแสงในดวงตาผิดปกติทำให้มองเห็นภาพซ้อนเห็นภาพซ้อน
- เวลามองแสงไฟจะเห็นเป็นวง
- ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ เวลาอ่านหนังสือต้องอาศัยแสงสว่างผิดปกติ
- ดวงตาเกิดภาวะเป็นฝ้าขาวบริวเณรูม่านตา
สาเหตุ
- เมื่อผู้ป่วยมีอายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เลนส์ตาขุ่นมัวและแข็ง อาการนี้อาจเริ่มเกิดได้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
- การเกิดอุบัติเหตุ สัมผัสกับสารเคมี หรือได้รับการกระทบกระเทือนที่ส่งผลกับดวงตาอย่างรุนแรง
- ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับการมองเห็นหรือโรค อื่นๆ บางชนิด เช่น ดวงตาติดเชื้อ โรคเบาหวาน แพ้อาหารหรือยาบางประเภท สิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ตาขุ่นเร็วขึ้น
- กรรมพันธุ์หรือความผิดปกติตั้งแต่เกิด อาจเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอาการนี้ตั้งแต่ในครรภ์นั้นยังไม่แน่ชัด
การรักษา
สำหรับการรักษาอาการป่วยนั้นแพทย์จะพิจารณาจากสภาพของอาการ หากเพิ่งอยู่ในระยะแรกนั้นก็ต้องรอให้ต้อสุกหรือเป็นพอสมควรเสียก่อน จากนั้นจึงจะทำการนัดหมายเพื่อมาผ่าตัดต่อไป แต่ก็ต้องคอยสังเกตโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างนี้ด้วย โดยการผ่าตัดนั้นจะทำได้โดยผ่าเอาเลนส์ดวงตาส่วนที่ที่ขุ่นมัวออกไป มีวิธีการผ่า 2 วิธี ดังนี้
- Phacoemulsification เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุด ทำได้โดยการเจาะรูเล็กๆ จากนั้นใช้เครื่องอัลตร้าซาวน์สอดเข้าไปเพื่อทำการสลายเลนส์ส่วนที่ขุ่นและ ดูดออกจากดวงตา
- Extracapsular วิธีนี้ทำได้โดยผ่าช่องเล็กๆ ให้เกิดแผลแล้วตัดเอาเลนส์ตาส่วนที่มีปัญหาออก
อาการข้างเคียงหลังผ่าตัดอาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อย ต้องใส่เครื่องป้องกันการขยี้ตา เพราะแพทย์จะทำการสวมเลนส์ตาเทียมให้ หลังจากผ่าตัดประมาณ 4 สัปดาห์ก็จะสามารถมองเห็นได้เป็นปกติ แต่อาจต้องสวมแว่นตา แต่สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตร่างกายตนเอง หากเกิดอาการข้างเคียงต่อไปนี้ต้องรีบไปพบแพทย์
– ไม่สามารถมองเห็นเป็นปกติได้
– รู้สึกปวดตาตลอดเวลา
– มีอาการตาแดง เห็นแสงวาบเป็นระยะ
– รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน มีอาการปวดศีรษะและไอ
ดวงตาเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างหนักมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่ใครๆ ก็จ้องแต่คอมพิวเตอร์และมือถือ รวมถึงต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ ที่ทำร้ายตาของเรามากมาย ดังนั้นเราจึงควรเอาใจใส่และดูแลสายตาให้มากขึ้น ก่อนที่จะเกิดโรคต้อกระจกจนทำลายการมองเห็นของเราไปค่ะ
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
สาวสองรำแก้บน "แม่ตะเคียน" เจอเงาปริศนาโผล่ยิ้มให้..ทำเอาหลายคนขนลุกซู่!!
เงินเทวดามาแล้ว! งวด 16 ก.ย. 69 เปิดชุดเลขน่าส่อง ลุ้นโชคกลางเดือน
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
เปิดรายได้ครู ตชด. พื้นที่ห่างไกล เงินเดือนเท่าไร ได้เงินเพิ่มอะไรบ้าง?
รู้จัก “นมวัว” ผลไม้ป่ารสเปรี้ยวอมหวาน ชื่อแปลกแต่กินได้
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
คนไทยกินปลาร้ากันเยอะขึ้น แล้วน้ำปลาร้ายี่ห้อไหนขายดีที่สุดในไทย?
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
เงินเทวดามาแล้ว! งวด 16 ก.ย. 69 เปิดชุดเลขน่าส่อง ลุ้นโชคกลางเดือน
เปิดรายได้ครู ตชด. พื้นที่ห่างไกล เงินเดือนเท่าไร ได้เงินเพิ่มอะไรบ้าง?
โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569
ทำไมปุ่มลิฟต์และปุ่มข้ามถนนบางแห่งกดแล้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เผยอันดับประเทศที่ "จู๋ใหญ่" ที่สุดในโลกปี 2026..ชายไทยได้ที่โหล่



