กางโรดแม็พรีไซเคิล 'ขยะ' เมืองหลวง ชูแผน 'ทรัพยากร' เป็น 'พลังงาน'
โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรทุกรูปแบบถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง ก่อให้เกิดปัญหา “ขยะ”ตามมา ซึ่งแต่ละประเทศพยายามหากระบวนการจัดการขยะล้นเมือง ที่ขยายตัวจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ เพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไมได้
ที่ผ่านมาในประเทศไทยมีขยะเกิดขึ้นแต่ละวันประมาณ 41,532 ตันต่อวัน หรือกว่า 15 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นขยะในกรุงเทพฯ ประมาณ 9.9 พันตัน ในเขตเทศบาลเมืองและเมืองพัทยาประมาณ 16,620 ตัน และนอกเขตเทศบาลประมาณ 16,146 ตัน ซึ่งขยะส่วนใหญ่เป็นเศษอาหารและอินทรีย์สารร้อยละ 64 รองลงมาเป็นขยะมูลฝอยที่สามารถนำไป “รีไซเคิล” ได้ร้อยละ 30 แต่พบว่ามีการนำขยะไปใช้รีไซเคิล เพียง 3.91 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 26 หรือแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณขยะที่ต้องกำจัดเฉลี่ย 9.9 พันตันต่อวัน มีศูนย์กำจัดขยะ 3 แห่ง คอยทำหน้าที่ ประกอบด้วย 1.ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม 2.ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช และ3.ศูนย์กำจัดขยะสายไหม ซึ่งขยะส่วนใหญ่จะถูกนำไปฝังกลบร้อยละ 88 และอีกร้อยละ 12 จะนำไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์ แต่ยังมีขยะประเภทอื่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หากเข้าสู่กระบวนการ “คัดแยก”อย่างถูกต้อง โดยแบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ได้ 3 กลุ่ม 1.ประเภทรีไซเคิล2.ประเภทหมักทำปุ๋ย และ3.ประเภทฝังกลบ
ในยุค “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร”เป็นผู้ว่าฯกทม. ได้กำหนดนโยบาย“มหานครสีเขียว” เพิ่มระบบจัดการขยะให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่จัดเก็บ ขนถ่าย ถึงการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นมหานครบริหารขยะ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยกำหนด “เป้าหมาย”ในแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ระหว่างปี 2556-2575 ตั้งเป้าลดปริมาณขยะร้อยละ 20 จากปริมาณขยะเฉลี่ย 9.9 พันตันต่อวัน และนำขยะไปบำบัดเพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบให้ได้ร้อยละ 47 จากร้อยละ 88
เมื่อพลิกดูโรดแม็พกำจัดขยะพบว่า กทม.เตรียมวางระบบบำบัดขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น ประกอบด้วย 1.โรงงานหมักปุ๋ยที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขนาด 600 ตัน โดยมีแผนก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะแบบ MBT ขนาด 600 ตัน ซึ่งจะทำให้กทม.มีโรงงานกำจัดขยะอินทรีย์โดยเทคโนโลยีหมักทำปุ๋ย เป็น 2,400ตัน จาก 1,200 ตัน สามารถนำขยะอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ในรูปของปุ๋ยหมัก เชื้อเพลิงRDF และรีไซเคิล 2.ก่อสร้างโรงงานเตาเผาพลังงานความร้อนผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 300 ตัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม โดยนำขยะที่เผาได้เป็นเชื้อเพลิง เช่น พลาสติก เศษผ้า เศษหนัง ยาง และนำพลังงานความร้อนมาเข้าสู่กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2558
ขณะเดียวกันได้ศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโรงงาน“เตาเผาพลังงานความร้อน” ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 2,000 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งเมื่อระบบบำบัดขยะดังกล่าวแล้วเสร็จ กทม.จะมีระบบรองรับการคัดแยกขยะไปใช้ประโยชน์มากกว่าเดิม แต่กระบวนการทั้งหมดจะมีความสำคัญที่ประสิทธิภาพการ “แยกทิ้ง แยกเก็บ แยกกำจัด”เพื่อนำขยะที่ได้ไปบำบัดและเปลี่ยนรูปแบบให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
นอกจากนี้ กทม.ได้จ้างที่ปรึกษาและพัฒนาระบบการจัดการขยะเป็นการ จัดการทรัพยากร กำหนดกรอบแนวคิดจากการจัดการขยะเป็นการจัดการทรัพยากร โดยจะใช้การมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ มาตรการทางสังคม เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการขยะให้เป็นเป็นมิตรกับสิ่ง แวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ขยะเป็นทรัพยากร” ระหว่างปี 2558-2562 โดยให้สำนักงานเขตเป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะ กำหนดให้ “สำนักงานเขตสวนหลวง” เป็นเขตนำร่องอาคารปลอดขยะ โดยมีกิจกรรมสำนักงานปลอดขยะ ทั้งอาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดกลาง และอาคารขนาดเล็กให้กับสำนักงานเขตอื่นๆ ได้เดินตามแผนปฏิบัติ
จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม.
“จุมพล สำเภาพล” รองผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า แผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกในกรุงเทพฯ เพิ่มประสิทธิภาพจัดการปัญหาขยะเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดเก็บ ขนถ่าย จนถึงเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งการดำเนินงานของกทม.ที่ผ่านมาสอดคล้องกับแผนแม่บท การจัดการมูลฝอยและของเสียอันตราย ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม2557 ใน 4 มาตรการหลัก 1.การกำจัดมูลฝอยตกค้างสะสม หรือขยะเก่าในสถานที่กำจัด 2.การสร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสม หรือขยะใหม่ ที่เน้นการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง โดยกำจัดด้วยเทคโนโลยีแบบผสมผสาน 3.การวางมาตรการบริหารขยะมูลฝอยหรือของเสียอันตราย และ4.การสร้างวินัยของคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน
ส่วนร่างแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยของกทม.ปี 2558-2562 มีแนวคิดพื้นฐานให้ขยะเป็นทรัพยากร เพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะให้เป็นทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจัดทำกรอบแนวทางการจัดการขยะโดยเน้นการลด คัดแยกที่แหล่งกำเนิด เก็บรวบรวมและกำจัดแยกประเภท โดยใช้ประโยชน์ในรูปของพลังงานและปุ๋ยอินทรีย์ ควบคุมปริมาณขยะและใช้ประโยชน์จากขยะอย่างคุ้มค่า และบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเป้าหมายของแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยของกทม.จะใช้ฐานข้อมูลปี 2556 เป็นตัวกำหนดด้วย
“ตามแผนกทม.จะตั้งเป้าลดปริมาณมูลฝอยจากบ้านเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 โดยตั้งเป้าในปี 2562 จะเพิ่มการจัดเก็บขยะมูลฝอยอันตรายจากบ้านเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และนำขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดด้วยเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นให้ได้ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณขยะมูลฝอยที่จัดเก็บได้ในปี 2556”รองผู้ว่าฯกทม. ระบุ
ทั้งหมดจึงเป็นแผนบริหารจัดการขยะของกทม.ก่อนถึงปี 2575 แต่โรดแม็พที่วางไว้ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน ชุมชน พลเมืองให้ตระหนักและเรียนรู้ถึงกระบวนการจัดการขยะให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มมูลค่าจากสิ่งของไร้ประโยชน์ที่เรียกว่าขยะ เปลี่ยนมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อสังคม โดยเริ่มต้นง่ายๆ ในกระบวนการ “คัดแยก” ด้วย “มือ” ของเรานั่นเอง
‘ดร.ธรณ์’ แนะนำ ถ้าจะย้ายที่อยู่ จังหวัดไหนเหมาะที่สุด ที่ไม่มีมลพิษของฝุ่นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
พบเครื่องบิน "โบอิ้ง 737" ที่หายไป 13 ปี ถูกจอดทิ้งกลางสนามบิน
ล้มไม่เป็นท่า สนามบินเตโชขาดทุนยับ เปิด 2 เดือน ร้างสนิท จีนบุก ทวงหนี้ 1.6 แสนล้าน ทำกัมพูชาเศรษฐกิจถดถอยขั้นรุนแรง
'ฮุนเซน' ควันออกหู หลังลาวฉวยโอกาสขายของตัดหน้า แย่งสัมปทานจีน
10 อันดับเมืองที่มีมลพิษสูงสุดกรุงเทพฯ
4 นิสัยเด็กที่เลี้ยงยาก แต่โตไปมักได้ดีทุกคน
ชาวนาเขมรยกมือไหว้วอนคนไทย “เปิดด่านช่วยด้วย” หลังราคาข้าวทรุดหนัก สวนทางคำพูดในอดีตที่เคยดูแคลนไทย
พืชที่มีพิษร้ายแรงเทียบเท่าพิษงูเห่า
ชาว เกษตรกร เขมร กดดันไทยเปิดด่าน ควบรถไถเหยียบนาข้าวทิ้ง ราคาตกต่ำสุดขีด
แบงก์เขมรปิด ฮุน โต! เผ่นหนี ลูกค้าถอนเงินไม่ได้
ปิดฉาก! มหากาฬฯ โบนัสพนักงาน “ไดกิ้น” คือ Get out
ชาวนาเขมรยกมือไหว้วอนคนไทย “เปิดด่านช่วยด้วย” หลังราคาข้าวทรุดหนัก สวนทางคำพูดในอดีตที่เคยดูแคลนไทย
นักวิชาการสะท้อนแรง! ไทยสวนกระแสโลก ปลดล็อกเวลา ‘ชนแก้ว’ อาจพาประเทศพังไม่รู้ตัว?





