นักลงทุนจีน-อินเดียแห่ซื้อยางไทย
วันนี้ (2 มิ.ย.58)จีน-อินเดียจีบซื้อยางไทยแพงกว่าตลาด 50 สต. เกษตรฯ คาดยางรมควันชั้น 3 เฉลี่ย 60 บาท
นายเสวก ทองเกศ รองประธานสมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรกรยางพาราไทย (ภาคใต้) เปิดเผยว่า ขณะที่ตลาดโลกขาดแคลนยางพาราทำให้นักลงทุนจีนและอินเดียได้ติดต่อขอซื้อยางมายังสถาบันเกษตรกรยางพาราโดยตรง ทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งบางแห่งไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะเกรงว่ามีผลผลิตไม่พอจำหน่าย
“เขาต้องการซื้อยางเครปและยางเอสทีอาร์ 20 จากภาคเหนือ ภาคอีสาน และยางแผ่นรมควันจากภาคใต้ ซึ่งให้ราคาสูงกว่าตลาด 50 สตางค์ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ คาดว่าจะนำร่องที่ จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช” นายเสวก กล่าว
ขณะเดียวกัน นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ คาดว่า ในปีนี้ยางแผ่นรมควันชั้น 3 จะมีราคาเฉลี่ย 60 บาท/กิโลกรัม และบางช่วงราคาจะไม่เกิน 65 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดนโยบายลดพื้นที่ปลูกยาง 5-7 แสนไร่/ปี หรือลดพื้นที่จาก 22 ล้านไร่ ลง 17 ล้านไร่ ภายในปี 2562 ซึ่งจะลดผลผลิตยางเหลือ 3.7 ล้านตัน เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งออกและการใช้ประเทศ จากปัจจุบันที่ผลผลิตยางอยู่ที่ 4.1 ล้านตัน
ด้าน นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าผู้บริหาร บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) กล่าวว่า ราคายางพาราที่ซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าอ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะจีนผู้ใช้ยางพาราอันดับ 1 ของโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับนโยบายป้องกันการทุ่มราคา (Anti-Dumping) ของสหรัฐ และยุโรปที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้ายางรถยนต์ราคาถูกจากจีน ส่งผลให้การใช้ยางพาราของจีนเพื่อผลิตยางล้อไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร
นอกจากนี้ บริษัท ร่วมทุนฯ จะจัดประชุมผู้แทน 3 ประเทศ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่เมืองยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 8–9 มิ.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นและผลักดันให้ราคายางพาราสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 และในอนาคต
สำหรับนโยบายสำคัญที่จะหารือคือการลดพื้นที่ปลูกยางพาราของ 3 ประเทศ เพื่อลดปริมาณผลผลิตที่จะมีนัยสำคัญต่อการดันราคาให้สูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการผลักดันให้เป็นรูปธรรมมากนัก ยกเว้นไทยที่มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกอย่างจริงจังจาก 20-22 ล้านไร่เหลือ 17 ล้านไร่ “หากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ดำเนินมาตรการนี้ได้ ในปี 2558 คาดว่าผลผลิตของ 3 ประเทศจะลดลงประมาณ 30% ของผลผลิตปี 2557 หรือราว 158,447 ตัน/ปี คิดเป็น 10% ของผลผลิตทั้งปีของ 3 ประเทศ” นายเยี่ยม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ประเทศและเวียดนามจะเร่งดำเนินการเรื่องอื่นๆ เช่น การจัดตั้งสภายางอาเซียนเพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาการผลิต การวิจัยตลาดของอุตสาหกรรมยางในภูมิภาค การเร่งจัดตั้งตลาดยางพาราซื้อขายส่งมอบจริงให้เสร็จภายในกลางปี 2559 การจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อใช้บริหารการเก็บสต๊อกและขายยางพาราร่วมกัน
ขณะที่ไทยจะเร่งโค่นสวนยางที่ได้รับการสงเคราะห์ที่หมดอายุเพื่อลดผลผลิตและหยุดการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่อย่างน้อย 5-6 ปี รวมถึงจดทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อเป็นฐานข้อมูลวางแผนและควบคุมปริมาณยางให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
"กัมพูชา" ไม่ง้อ "ไทย"! ได้พี่ใหญ่อย่าง "มาเลเซีย" เป็นที่พึ่งใหม่ด้านการค้า
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
4 เครื่องดื่มชะลอวัย หน้าใสไร้ริ้วรอย แนะนำ 3 เครื่องดื่มสร้างสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง และ 3 เครื่องดื่มเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย
ค้างคาวสายพันธุ์ล่าสุด ที่ถูกประกาศว่าสูญพันธุ์แล้วจากโลก
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
วัวป่าหายากที่เคยพบในไทย แต่เชื่อว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้วจากโลก
สมันตัวสุดท้ายที่พบในประเทศไทย ก่อนถูกประกาศว่าเป็นสัตว์สูญพันธุ์
😃 ชวนลองมาดูสิ่งธรรมดาที่ดูไม่ประหลาดแต่เมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์แล้วดูเหมือนอยู่ในจักรวาลคู่ขนาน 😯