หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 1 มิถุนายน 2563 สามตัว 562, 582
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เรียนสูงๆ แล้วได้เป็นเจ้าคนนายคนจริงหรือ?

โพสท์โดย GOVID

แรงงานคือปัจจัยในการพัฒนาประเทศที่สำคัญมาก เพราะไม่ว่าประเทศจะร่ำรวยทรัพยากรขนาดไหนก็ยังมีวันใช้หมดไป แต่แรงงานหมายถึงสังคม ประเทศ และผู้คนที่จะช่วยกันทำมาหากินให้ประเทศเจริญต่อไปได้ในอนาคต เมื่อพูดถึงแรงงานหลายคนมักนึกถึงภาพ “ผู้ใช้แรงงาน” หรือ “กรรมกร” ซึ่งเป็นแรงงานที่ใช้ทักษะน้อย แต่ในความจริงแล้วแรงงานหมายถึงประชากรทั้งหมดในประเทศที่ยังอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งนับรวมปลัดอำเภอ CEO ทนายความ วิศวกร แพทย์ ชาวประมง หรือคนขับรถแท็กซี่เข้าไปด้วยทั้งหมด

คนไทยสมัยก่อนมักมีคำสอนลูกหลานทำนองว่า “จงตั้งใจเล่าเรียน โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ชัดว่าเราเชื่อว่า “การศึกษา” เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาแรงงาน นอกจากนั้น เรามักเชื่อกันด้วยว่าหากจัดให้มีการศึกษามากขึ้น แรงงานจะมีทักษะสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการ “ยกระดับงาน” ในที่สุด

 

จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย [1] ปัจจุบันแรงงานไทย 30.9% จบการศึกษา “สูงกว่า” ระดับมัธยมต้น (มัธยมปลาย,อาชีวะ,อุดมศึกษา) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสิบปีที่ผ่านมา ดูเผินๆเหมือนการจัดการศึกษาของเราอยู่ในเกณฑ์ดี มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อมีการศึกษามากขึ้นแล้ว แรงงานไทยมีทางเลือกในการทำงานที่ดีขึ้นหรือไม่? เรามี “เจ้าคนนายคน” เยอะขึ้นตามไปด้วยหรือเปล่า?

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ได้แบ่งกลุ่ม “อาชีพ” (Occupation) ของแรงงานออกเป็น 10 กลุ่มหลักดังนี้ — อ่านรายละเอียดคำนิยามอาชีพตามมาตรฐานสากลได้ใน [2]

  1. ผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการระดับอาวุโส และผู้จัดการ
  2. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ
  3. ผู้ประกอบวิชาชีพช่างเทคนิคสาขาต่างๆ และอาชีพที่เกี่ยวข้อง
  4. เสมียน
  5. พนักงานบริการ และพนักงานในร้านค้า และตลาด
  6. ผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือทางด้านการเกษตร และการประมง
  7. ผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝีมือ และธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้อง
  8. ผู้ปฏิบัติการโรงงานและเครื่องจักร และผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ
  9. อาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขาย และการให้บริการ
  10. อาชีพซึ่งมิได้จำแนกไว้ในหมวดอื่น

จากกลุ่มอาชีพข้างต้นอาจกล่าวได้อย่างคร่าวๆว่า กลุ่มวิชาชีพ 1-3 คือกลุ่มวิชาชีพที่ “ใช้ทักษะสูง” (ตัวอย่างเช่น ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล วิศวกร โฟร์แมน ผู้ช่วยทันตแพทย์ ทนายความ ช่างยนต์ ศิลปิน นักเขียน เจ้าของธุรกิจ นักดนตรี ครู) ขณะที่กลุ่มวิชาชีพ 4-6 เป็นกลุ่มวิชาชีพที่ใช้ทักษะต่ำ ส่วนรายได้กลุ่มไหนจะมากหรือน้อยกว่ากันนั้น เป็นเงื่อนไขเฉพาะในรายละเอียดของแต่ละตลาดแรงงานซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องแตกต่างกันไป จะไม่กล่าวถึงในที่นี้

หากเราจัดแบ่งแรงงานออกเป็น 2 กลุ่มอาชีพจะเห็นได้ดังกราฟที่แสดง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในปัจจุบันแรงงานไทยที่ทำงาน “ทักษะสูง” (กลุ่ม 1-3) มีประมาณ 10-15% นั่นแปลว่าคนกว่า 85% ยังทำงาน “ทักษะต่ำ” อยู่ [3] และที่น่าสนใจกว่านั้นคือปริมาณคนทำงานทักษะสูงในไทยลดต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ปี 2551 และมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

หากเทียบกับประเทศอื่นๆจะพบว่า จากข้อมูลของ ILO [4] เมื่อปี 2525 เกาหลีใต้มีสัดส่วนแรงงานทักษะสูง 5.49% ส่วนไทยมี 5.33% เวลาผ่านไป 24 ปี – ในปี 2550 ไทยมีแรงงานทักษะสูง 15.11% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของไทย ขณะที่เกาหลีใต้มี 22.18%

ส่วนประเทศอื่นๆมีสัดส่วนแรงงานทักษะสูง (ปี 2550) ดังนี้
มาเลเซีย 26.26%
ออสเตรเลีย 42.87%
ฝรั่งเศส 39.8%
เยอรมนี 41.5%
ฮ่องกง 36.3%
ญี่ปุ่น 37.0%
นอร์เวย์ 42.3%
สิงคโปร์ 48.6%
ตุรกี 22.0%
สหราชอาณาจักร 41.9%

จากข้อมูลข้างต้น เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศที่ “เจริญ” จะมีสัดส่วนแรงงานทักษะสูงที่มากกว่าประเทศไทย เพราะงานที่ทักษะสูงขึ้นมักหมายถึงมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่มากกว่า และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนอาชีพนี้ ยังหมายถึงทางเลือกใน “งานที่ดีกว่าเดิม” สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มากกว่าคนรุ่นพ่อแม่อีกด้วย (คำว่าดีในที่นี้อาจหมายถึงรายได้ คุณภาพชีวิต ความมั่นคง ความเสี่ยงต่ำฯลฯ ซึ่งขึ้นกับแต่ละบุคคล แต่โดยรวมแล้วหมายถึงงานที่ต้องการ “ทักษะที่สูงขึ้น” กว่าเก่า)

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่าแม้แนวโน้ม “ปริมาณ” การศึกษาของแรงงานไทยจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ปริมาณแรงงานทักษะสูงในระบบไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งด้วยทิศทางที่สวนทางกันเช่นนี้ เราอาจต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังต่อ “คุณภาพ” ระบบการศึกษาไทยแล้วหรือไม่ว่าการจัดการศึกษานั้น “สร้างทักษะ”ชนิดใดให้แก่ประชากรประเทศ เพราะเห็นได้ชัดว่าการมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น ไม่ได้ช่วยทำให้ประชากรไทยสามารถทำงานที่ใช้ทักษะสูงขึ้นได้เลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: GOVID
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
VOTED: เอ๋ง ไม่ดัดจริต, ซาอิ, ใจมด, Tor Aisaranuwat, คุณกินเองนะจ๊ะ บีสอง
 
เรียนสูงๆ แล้วได้เป็นเจ้าคนนายคนจริงหรือ?
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เสียชีวิตแล้ว แพทย์จีนผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ หลังตับเสียหายจากผลข้างเคียงของยารักษาโควิด-19เบื่อเกาหลี มาทางนี้ค่ะ พม่าบ้านๆ ดิบๆ Ep3. (pic post)ลูกค้าทวงถามร้านหมูกระทะ ขึ้นป้ายอิ่มไม่อั้นทำไมจำกัดกุ้งแค่ 5 ตัว ร้านตอกกลับอ่านให้เกิน 8 บรรทัดอเมริกาเดือดทั้งประเทศ - คนอเมริกาบอกความเป็นจริงกับปัญหาของอเมริกาตอนนี้2 นางงามนานาชาติ ผู้ครองมงกุฎ 2 ปีซ้อนเจ้าของโรงแรมภูเก็ตถอดใจ ประกาศขายโรงแรม 5 ดาวนักลงทุนต่างชาติสนใจเทคโอเว่อร์ กดราคาต่ำกว่า 50%รายการ "ไอคิว 180" มีใครทันบ้าง (ดักแก่)จวกยับ!! สุดสลด อ้างองค์เทพเป็นคนกระทำลูกเลี้ยง ไม่ใช่พ่อเลี้ยงศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ฉะแหลกทีมเศรษฐกิจ“ดร.ธรณ์” เผย! อย่ากินปูไข่นอกกระดองทุกสี เพราะมีลูกปู 3-5 แสนตัวต่อ 1 แม่นายกฯ ลดภาษีที่ดินฯ 90% ลดความเดือดร้อนประชาชนไปต่อไม่ไหว! ปิดตำนาน"คุ้มขันโตก" ร้านดังชาวเชียวใหม่เซ่นพิษโควิดคดีพลิก !! George floyd คนดำตาย เหตุการเสียชีวิต มาจากการถูกทำให้เสียชีวิตด้วยการกดทับจากหลังคอ
ตั้งกระทู้ใหม่