หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"กบอินเดียนบูลฟร็อก" ตัวผู้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสในช่วงฤดูผสมพันธุ์เพื่อดึงดูดคู่

เนื้อหาโดย dukedick

ถ้าพูดถึงกบตัวใหญ่ ๆ ที่เห็นแล้วต้องหยุดมองสักนิด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ กบอินเดียนบูลฟร็อก (Indian Bullfrog) โผล่ขึ้นมาแน่นอน เจ้านี่มีชื่อวิทยาศาสตร์เท่ ๆ ว่า Hoplobatrachus tigerinus เป็นกบที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาด แต่ยังมีลูกเล่นเปลี่ยนสีตามฤดูกาล แถมบทบาทในธรรมชาติก็ไม่ธรรมดาเลย

เริ่มจากรูปร่างหน้าตาก่อน กบชนิดนี้ถือว่า “ใหญ่เอาเรื่อง” เพราะโตเต็มที่ยาวได้ถึงประมาณ 16–17 เซนติเมตร เวลาเกาะนิ่ง ๆ อยู่ริมคันนา หรือขอบแอ่งน้ำ จะดูเหมือนกบธรรมดาสีเขียวมะกอกหรือน้ำตาล มีจุดดำกระจายตามตัว ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมสุด ๆ นี่แหละคือทักษะการพรางตัวขั้นพื้นฐานของเขา

แต่ความพีคจะอยู่ช่วงฤดูฝนหรือฤดูมรสุม เพราะตัวผู้จะ “แปลงร่าง” จากกบสีเรียบ ๆ กลายเป็นกบสีเหลืองสดสะดุดตา แถมยังมีถุงเสียงหรือ Vocal Sacs สีฟ้าน้ำเงินเข้มไปจนถึงม่วง โป่งออกมาสองข้างลำคอ เอาไว้ร้องเรียกตัวเมีย เรียกได้ว่าเป็นฤดูที่กบอินเดียนบูลฟร็อกดูโดดเด่นที่สุด ราวกับแต่งตัวจัดเต็มเพื่อขึ้นเวทีประกวดเลยก็ว่าได้

เรื่องกินนี่ต้องบอกว่า “ไม่เลือก” และ “กินเก่ง” มาก อาหารของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่แมลงหรือสัตว์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนู นกขนาดเล็ก งูตัวเล็ก และกบตัวอื่น ๆ ด้วย…ใช่ แม้แต่กบด้วยกันเองก็ไม่เว้น เรียกว่าถ้าเข้าปากได้ ก็ถือว่าเป็นอาหารทั้งนั้น นิสัยแบบนี้ทำให้มันเป็นนักล่าที่น่าจับตามองในระบบนิเวศ

แหล่งที่อยู่อาศัยโปรดของกบชนิดนี้ก็คือพื้นที่ชุ่มน้ำ นาข้าว แอ่งน้ำขัง หรือบริเวณใกล้แหล่งน้ำ มักจะขุดรูหลบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น และจะออกหากินเป็นหลักในช่วงเวลากลางคืน ใครเคยเดินทุ่งตอนค่ำ ๆ อาจเคยได้ยินเสียงร้องดัง ๆ แบบไม่รู้ว่ามาจากไหน มีสิทธิ์ว่าเจ้ากบตัวนี้แหละเป็นต้นเสียง

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของกบอินเดียนบูลฟร็อกอยู่ในเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน เนปาล และบังกลาเทศ แต่ปัจจุบันมันไม่ได้อยู่แค่แถบนั้นอีกแล้ว เพราะถูกจัดให้เป็น ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive Species) ในหลายพื้นที่ของโลก เช่น หมู่เกาะอันดามัน และมาดากัสการ์

สาเหตุหลักก็เพราะมันขยายพันธุ์เร็วมาก วางไข่ได้ครั้งละเกือบ 6,000 ฟอง แถมยังเป็นนักล่าที่กินสัตว์ท้องถิ่นไม่เลือก ส่งผลให้จำนวนสัตว์พื้นถิ่นลดลง และระบบนิเวศเกิดความไม่สมดุลแบบไม่รู้ตัว

สรุปแล้ว กบอินเดียนบูลฟร็อกเป็นกบที่ทั้งน่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งมันคือสิ่งมีชีวิตที่สะท้อนความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แต่อีกด้านก็เป็นตัวอย่างชัดเจนของผลกระทบจากการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น ถ้าเรารู้จักและเข้าใจมันมากขึ้น ก็อาจช่วยให้เรามองภาพของระบบนิเวศได้ชัดขึ้นกว่าเดิม 🐸

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกาประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทยอำเภอทั้ง 8 แห่งในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ทั้งหมดเป็นเกาะในทะเลวิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบสรุปเหตุระทึกฮ่องกงมาราธอน 2026 นักวิ่งเจ็บระนาวเกือบ 60 ราย อาการวิกฤตหลายคน"สตีเวน ยอน" จากตำนาน "เกลนน์ รี" สู่การเป็นนักแสดงเอเชียผู้จารึกประวัติศาสตร์ออสการ์วีรสตรีผู้ถอดรหัสลับแห่งเบลตช์ลีย์พาร์ก และความลับที่ต้องปกปิดนาน 29 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกหารายได้จากการตั้งกระทู้บนเว็บโพสท์จัง.คอม“เงินไม่พอใช้…แต่สุขภาพต้องรอด! อาชีพเสริมสำหรับคนทำงานประจำที่อยากมีรายได้เพิ่มแบบไม่พังร่าง”
เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า...ลายบนหูของ "เสือโคร่งมี" ไว้เพื่ออะไร ?นี่คือภาพของโครงกระดูกของปลาปักเป้า "ชุดเกราะ" และ "กลไกการพองตัว" ที่ไม่มีใครเหมือน"​ระบบสหกรณ์ในโลกของสัตว์ปีก" ความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของ "นกหัวขวานนักสะสมลูกโอ๊ก"เพื่อแบ่งปันกันกิน"ปลาหัวแกะเอเชีย" ปลาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่าทึ่งที่สุดชนิดหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก
ตั้งกระทู้ใหม่