หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 1 ธันวาคม 2564 รางวัลที่1 077258
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานความโชคร้ายของวันศุกร์13

โพสท์โดย สุมาอี้

" พรุ่งนี้คือวันศุกร์ที่13 ซึ่งวันศุกร์ที่13นานๆทีจะมีมาสักครั้งนึงวันนี้เจ้าของกระทู้เลยนำตำนานต่างๆที่เกี่ยวกับวันศุกร์ที่13มาฝากกันครับ "


ความเชื่อที่ว่า ถ้าวันศุกร์เกิดไปตรงกับวันที่ 13 จะกลายเป็นวันแห่งความโชคร้ายนั้น เป็นความเชื่อที่อยู่ในบรรดาชาวตะวันตกหลายชาติมาช้านาน จนนักจิตวิทยาพบว่า หลายคนที่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือล้มป่วยในวันศุกร์ที่ 13 ขึ้นมาจริงๆ เนื่องจากรู้สึกวิตกจริตเกินเหตุ จนเกิดศัพท์บัญญัติเรียกโรคของคนที่หวาดกลัวอาถรรพ์ศุกร์ 13 ว่า Paraskevidekatriaphobia ซึ่งมาจากภาษากรีก 3 คำคือ วันศุกร์ (Paraskevi) สิบสาม (dekatreis) และความหวาดกลัว (Phobos) โดยมีการประเมินว่า ประชาชนราว 21 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ยังมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่ และทางศูนย์จัดการความเครียดและสถาบันอาบำบัดการกลัวในเมืองแอชวิลล์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนายังประเมินอีกว่า ในแต่ละครั้งที่มีวันศุกร์ที่ 13 สหรัฐอเมริกาต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นเงิน 800 - 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียว เพราะว่าประชาชนบางคนไม่กล้าเดินทางไปไหน หรือกระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะไปทำงาน


สำหรับที่มาและตำนานของศุกร์ 13 นั้นมีอยู่หลายเรื่อง โดยในที่นี้เราจะมาพูดถึง 3 เรื่องเด่นๆ


1.ความเชื่อเรื่องศุกร์ 13 จากตำนานของชาวนอร์สโบราณ

หนึ่งในทฤษฎีที่มีผู้โยงไปความโชคร้ายของวันศุกร์ที่ 13 คือตำนานของชาวนอร์สโบราณในดินแดนสแกนดิเนเวีย ซึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีเทพ 12 องค์ มารวมกันจัดงานเลี้ยงในห้องโถงของ "เอกีร์" เทพแห่งมหาสมุทร ซึ่งงานเลี้ยงก็ดำเนินไปอย่างมีความสุขและสนุกสนาน แต่แล้วความสุขก็ต้องจบลง เมื่อ"โลกิ"เทพแห่งไฟซึ่งไม่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ได้พังประตูรั้วเข้ามาในงาน (เลยกลายเป็นแขกคนที่ 13 ที่ไม่ได้รับเชิญ) จากนั้นจึงสั่งให้"ฮอด"เทพแห่งความมืดมิด(ซึ่งตาบอด) โยนกิ่งของพืชกาฝากใส่ "บาลเดอร์"เทพแห่งความสุขและความยินดี จนบาลเดอร์สิ้นลมหายใจไปในทันที ซึ่งเป็นเหตุให้โลกต้องตกอยู่ในความมืดมิดและความเศร้าสลดนับแต่นั้นมา ตัวเลข 13 จึงกลายเป็นเลขแห่งความโชคร้ายไปโดยปริยาย


แต่ทว่า ทฤษฎีนี้ก็มีผู้แย้งว่าไม่น่าจะเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ศุกร์ 13 ได้ เนื่องจากตามตำนานก็ไม่เห็นกล่าวเกี่ยวกับวันศุกร์ไว้เลย แถมที่จริงแล้ว ข้อความในบทกวีโลกาเซนนาที่เป็นต้นฉบับภาษานอร์สโบราณ ได้มีการกล่าวถึงชื่อเทพที่ไปร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว รวมแล้วถึง 17 องค์ แม้ว่าจะระบุว่าเทพโลกิเป็นผู้พังประตูรั้วเข้าไปจริง แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่ใช่คนที่ 13 เสียแล้ว ทฤษฎีนี้จึงน่าจะมีความเป็นไปได้น้อย


อีกทฤษฎีหนึ่งที่มีผู้เชื่อถือกันมาก ว่าเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องศุกร์ 13 คือ เรื่องราวของผู้ร่วมทานอาหารมื้อสุดท้ายกับพระเยซูคริสต์



2.ความเชื่อเรื่องศุกร์ 13 จากเรื่องอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์

ทฤษฎีที่มีผู้โยงว่า จุดกำเนิดของความเชื่อเรื่องความโชคร้ายในวันศุกร์ 13 มาจากเรื่องของพระเยซูคริสต์นั้น นับเป็นทฤษฎีที่มีผู้เชื่อถืออย่างกว้างขวางมากที่สุด โดยมาจากเรื่องที่ว่า ในวันที่พระเยซูทรงเสวยอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) นั้น มีผู้ร่วมโต๊ะเสวยรวมทั้งหมด 13 คน (พระเยซู+อัครสาวก 12 คน รวมเป็น 13) และหลังจากอาหารมื้อนั้น พระองค์จึงจับกุม และถูกนำไปตรึงบนไม้กางเขนใน วันศุกร์ - ซึ่งชาวคริสต์เรียกว่าวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) - เลข 13 และ วันศุกร์ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย ยิ่งมาอยู่ด้วยกันแล้วยิ่งโชคร้ายเป็นทวีคูณ กลายเป็นตำนานความเชื่อเกี่ยวกับศุกร์ 13 ในเวลาต่อมา


อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ไม่มีหลักฐานใดที่บันทึกหรือบ่งชี้ได้ว่า ประชาชนชาวตะวันตก ได้ถือเอาว่าวันศุกร์ที่ 13 เป็นวันโชคร้าย โดยเพิ่งเริ่มมีหลักฐานถึงเรื่องดังกล่าวในบันทึกของชาวอังกฤษเมื่อช่วงราวศตวรรษที่ 18 มานี้เอง




3.การล่มสลายของอัศวินเทมพลาร์ในวันศุกร์ที่ 13

อีกทฤษฏีที่กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความเชื่อในความโชคร้ายของวันศุกร์ที่ 13 ระบุว่า ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 1307 พระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ทำการกวาดล้างอัศวินเทมพลาร์ กลุ่มอัศวินที่ทรงอำนาจและมั่งคั่งที่สุดในยุโรป (ที่จริงพระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ทรงเป็นหนี้เงินกู้อย่างมหาศาล จากธนาคารของเหล่าอัศวินเทมพลาร์) โดยทำการจับกุมตัวบรรดาอัศวินเทมพลาร์ชาวฝรั่งเศสจำนวนหลายร้อยคนด้วยข้อหานอกรีต การกวาดล้างเป็นไปด้วยความรุนแรง พวกเขาถูกทรมานและบังคับให้รับสารภาพ ก่อนจะถูกพิพากษาให้เผาทั้งเป็น จากนั้นจึงถูกอายัดทรัพย์ทั้งหมดเข้าท้องพระคลังฝรั่งเศส

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: สุมาอี้
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
36 VOTES (4/5 จาก 9 คน)
VOTED: คุณกิน ขวัญใจมหาชน, Ployza, Tha Waren, MoreFuture, ปุ้มได้ไหม, นางเบิร์ด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหตุด่วน! โจรเหตุปล้นธนาคาร หนีไม่รอด ดับคาที่คนหัวลำโพงไม่ยอมให้ปิด!! ตรงนี้ ร.5 มอบให้ประชาชนใช้สอยในการเดินทางรีบดูด่วน! เปิดเลขธูปแม่น้ำหนึ่ง 3 ตัวตรงๆ ใครไม่ซื้อพลาดมากคุณครูกุมขมับ! เมื่อให้ นร. วาดรูปตราครุฑ ชาวเน็ต ลั่น วงการราชการต้องสะเทือนสาวน้อยอวดเมนูเด็ด! "ผัดเผ็ดสไปเดอร์" เผย เป็นพื้นบ้าน 1 ปี กินได้ครั้งเดียวเมื่อแฟนบอกเลิกดื่ม!!เหตุผลเงิบแท้ทรงผมหลังลาสิกขา!! มหาไพรวัลย์จะไม่ทน ฟาดๆเจ็บจุก“พระมหาไพรวัลย์” โพสต์เศร้า!! คืน “กุฏิ” ให้กับสำนักเรียน วัดสร้อยทองแล้วอย่าหาทำ!! เมื่อเอาลุงตู่ ผสมกับ "เจนนี่ BLACKPINK" ผลออกมา เห็นแล้วแทบร้องไห้ขอคืนดีกลางงาน! "เจ้าหลวงตูน" หอบดอกไม้ช่อโตง้อ "พระมหาเทวีเจ้า" กลางอีเวนท์จบนะ!! เวียร์ (COPY) กับคำถามนักข่าวสาเหตุเลิกเพราะอะไร...สาวงงหนัก! โพสต์ภาพธรรมชาติ แต่กลายเป็นภาพติดเรต 18+ สาวถามกับชาวเน็ต "คุณเห็นเหมือนกันไหม"?หนุ่ม "ดาราตัวประกอบเบนซ์เหลือง" โพสต์แจงขอโทษต่อสัมคม และคู่กรณี กับประพฤติที่ไม่ประทับใจ?
ตั้งกระทู้ใหม่