สะอึก....เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่
สะอึก…เป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความรำคาญใจให้ใครหลาย คน หากสะอึกแค่เดี๋ยวเดียว อาจไม่เป็นปัญหากวนใจนัก แต่หากใครสะอึกติดต่อกันเป็นวัน หรือ หลายๆ วัน แม้หาสารพัดวิธีช่วยให้หายสะอึก ทั้งกลั้นหายใจ ดื่มน้ำ กลืนน้ำตาล ทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล นั่นอาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะอาการเช่นนี้อาจเป็นเพราะโรคได้!
นพ.นรินทร์ อจละนันท์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ช่วยไขข้อข้องใจให้หายสงสัยเกี่ยวกับการสะอึกว่า อาการสะอึกเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกะบังลมที่อย ู่ตรงรอยต่อระหว่างช่อง ปอดและช่องท้องที่เกิดขึ้นเองได้โดยไม่ทราบสาเหตุที่ แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากมีสิ่งมากระตุ้นเส้น ประสาท 2 ตัว คือ Vagus nerve และ Phrenic nerve ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมระบบประสาทต่อกับระบบทางเดินอา หารส่วนต้น โดยเสียงสะอึกที่เกิดขึ้น มาจากการหายใจออกขณะที่กะบังลมเกิดการกระตุกทันทีทัน ใด ทำให้เกิดเสียงดังของการสะอึกขึ้น
สำหรับ ลักษณะอาการแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.อาการสะอึกช่วงสั้นๆ อาจเพียง 2-3 นาที 2.การสะอึกหลายๆ วันติดกัน 3. สะอึกติดๆ กันหลายสัปดาห์ และ4.การสะอึกตลอดเวลา โดยที่การสะอึกกลุ่มแรกเป็นการสะอึกช่วงสั้นๆ ที่ไม่มีอันตรายใดๆ แต่การสะอึกติดต่อกันหลายๆ วัน เป็นอาการที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทางสมอง การเป็นอัมพาต การเป็นโรคทางเดินอาหาร การอักเสบในช่องท้องบริเวณกะบังลม โรคหลอดเลือดสมองตีบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ พิษสุราเรื้อรัง รวมถึงอาการทางภาวะจิตใจ และผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด
"ส่วนมากผู้ป่วย ที่มาหาหมอด้วยการสะอึกเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน เนื่องมาจากมีอาการผิดปกติทางสอง หรือเป็นอัมพาต ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถให้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการสะอึ กได้ แต่ก็อาจมีการสะอึกเกิดขึ้นมาอีก เพราะอาการสะอึกเป็นเพราะต่อเนื่องที่เกิดจากการเจ็บ ป่วย"นพ.นรินทร์อธิบาย
ส่วน วิธีการรักษาบรรเทาอาการสะอึกนั้น นพ.นรินทร์บอกว่า หากเป็นการสะอึกธรรมดาๆ สามารถใช้วิธีการกลั้นหายใจ การกลืนน้ำตาล กระตุ้นบริเวณหลังคอ แต่หากสะอึกติดต่อกันควรที่จะพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุขอ งอาการสะอึกว่าเกิดมา จากอาการของโรคใด โดยอาการสะอึกไม่ถือว่าเป็นโรคแต่เป็นผลมาจากการเป็น โรคที่เกี่ยวกับทางเดิน อาหาร ดังนั้นหากสามารถทราบสาเหตุของโรคให้ยาตามอาการก็สาม ารถที่ช่วยให้อาการ สะอึกดีขึ้น
10 เทคนิคหยุดสะอึก
1.กระตุ้นผิวด้านหลังของลำคอ แถวๆ บริเวณที่เปิดปิดหลอดลม โดยการดึงลิ้นแรงๆ
2.ใช้ด้ามช้อนเขี่ยที่ปิดเปิดหลอดลม
3.กลั้วน้ำในลำคอ
4.จิบน้ำเย็นจัด
5. กลืนน้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ โดยไม่ต้องใช้น้ำ หรือ กลืนก้อนข้าว ก้อนขนมปัง ก้อนน้ำแข็งเล็กๆ
6.ดื่มน้ำจากขอบแก้วที่อยู่ด้านนอกหรือด้านไกลจากริม ฝีปาก
7.จิบน้ำส้มสายชูที่เปรี้ยวจัด หรือดมสารที่มีกลิ่นฉุน เช่น แอมโมเนีย
8.การฝังเข็ม
9. การสวดมนต์ทำสมาธิ
10. กลั้นหายใจเอาไว้โดยการนับ 1 – 10 แล้วหายใจออก จากนั้นดื่มน้ำตามทันที
(ปล. จขกท.สะอึกทั้งวันทำเกือบทุกวิธีก็ไม่หายสนิท ใครมีวิธีที่อะไรดีๆก็แนะนำด้วยนะ)
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
บังเอิญหรือคำนวณไว้แล้ว? "Joan Ginther" หญิงผู้ถูกรางวัลใหญ่ 4 งวดซ้อน 20 ล้านดอลลาร์
ดราม่าโฆษณาครีมกันแดดกัมพูชา ใช้ภาพ “ลามีน ยามาล” ด้วย AI จนถูกตั้งคำถามเรื่องลิขสิทธิ์และสีผิว
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
"กลิ่นปริศนา" ไร้ที่มา (ธูป/ดอกไม้/น้ำหอม) แต่ละกลิ่นแปลว่าสิ่งใดมาหา?
ไดโนเสาร์ขึ้นบันไดเลื่อนห้างดัง..ปังจนกลายเป็นไวรัลระดับโลก
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ทำไม "หูฟัง" ถึงต้องมีตัวอักษร L กับ R?
ไม่ต้องไป สน. อีกต่อไป! เช็คประวัติอาชญากรรมออนไลน์ www.crd.go.th สะดวก รวดเร็ว รับผลทางอีเมล
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
🥇 ทำไมแค่ Restart แล้วหาย?
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
ซอสมะเขือเทศเคยเป็นยา จริงแค่ไหน
ปลานิล…ปลาใกล้ตัวที่คุณค่าทางโภชนาการไม่ธรรมดา คุณค่าทางอาหารจัดว่าดีเทียบเคียงกับปลาแซลมอน
เพ่งจอนาน ๆ ทำไมเราถึงลืมกะพริบตา?