หาชมยาก..การแต่งกายของคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 6
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมเหสี และพระสนม
ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประเทศไทยได้มีการติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้คนไทยในยุคนั้นรับเอาวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวตะวันตกเข้ามาประยุกต์ใช้การแต่งกายของคนไทยมากอยู่พอสมควร แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยไว้ด้วยเช่นกัน
ในช่วงต้นรัชกาลการแต่งกายของผู้หญิงยังคงนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อระบายลูกไม้ คล้ายกับสมัยของรัชกาลที่ 5 แต่คอจะลึกกว่า และนิยมแขนเสื้อเย็บเป็นชั้นๆ ยาวลงมาเสมอศอก ไม่ต้องพองมาก และไม่รัดปลายแขน นิยมสะพายแพรพาดไหล่ทับเสื้ออีกทีหนึ่ง โดยปล่อยชายยาวลงมาแล้วรวบชายผ้าไว้ข้างลำตัว ทิ้งชายยาว ติดเข็มกลัดตรงหัวไหล่ ผ้าที่ใช้เป็นแพรสะพายมักใช้ผ้าแพรพิมพ์ดอก ผ้าแพรบาง หรือผ้าลูกไม้อย่างสมัยก่อนก็ยังนิยมใช้กันอยู่ ซึ่งการสะพายแพรนี้พัฒนามาจากการห่มสไบเฉียงตามลักษณะการแต่งกายแบบสตรีไทยแต่โบราณ ส่วนผู้ชายยังคงนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน เช่นเดียวกับสมัยรัชกาลที่ 5
ในช่วงปลายรัชกาลที่ 6 ผู้หญิงหันมานุ่งซิ่นมีลายเชิง งดงามตามพระราชนิยม แบบเสื้อจึงเปลี่ยนไปเพื่อให้เหมาะสมเพื่อให้เข้าชุดกับผ้าซิ่น ซึ่งแบบเสื้อที่นิยมเป็นผ้าแพร ผ้าโปร่งบาง ผ้าพิมพ์ดอก หรือผ้าลูกไม้ฝรั่งปักเป็นลวดลายด้วยลูกปัดและไข่มุก คอเสื้อกว้างขึ้นอีก และแขนเสื้อสั้นประมาณต้นแขน บางคนนิยมสวมเสื้อคลุมผ้าโปร่งบางทับเสื้อที่สวมด้านในให้ชายเสื้อยาวลงมาคลุมสะโพก หรือบางคนปล่อยชายยาวลงมายาวจนเกือบถึงชายผ้าซิ่นจนดูคล้ายกับกระโปรงของฝรั่งก็มี หรือบางคนนิยมแต่งแบบเสื้อให้เข้ากับลายผ้าซิ่น ซึ่งเป็นไปตามแต่ความพอใจของผู้สวมใส่แต่ละคน เมื่อหันมานิยมนุ่งผ้าซิ่นกันแล้วทำให้เสื้อระบายลูกไม้เป็นชั้นหรือเชิงเสื่อมความนิยมไปและก็ไม่นิยมสะพายแพรกันอีกต่อไป เพราะเห็นว่าตัวเสื้อ “เป็นแหม่ม” อย่างเต็มที่แล้ว การสะพาย แพรดูจะไม่เข้าชุดกัน และเพื่อให้เข้ากับการนุ่งซิ่นผู้หญิงในสมัยนี้จึงสวมถุงน่องและรองเท้าส้นสูงด้วย แต่ไม่นิยมถุงน่องที่เป็นผ้าโปร่งมีลวดลายหรือปักดิ้นอย่างแต่ก่อน แต่หันไปนิยมถุงน่อง เป็นสีพื้นธรรมดา เพื่อให้เข้ากับสีผ้าซิ่นหรือสีเสื้อแทน
นอกจากนี้ยังได้เริ่มมีการใช้เครื่องสำอางแบบตะวันตกกันมากขึ้น ส่วนทรงผมมีการไว้ผมยาวปล่อยสยายแล้วใช้ผ้าคาดศีรษะ หรือบางทีก็เกล้ามวยแบบฝรั่ง หรือบางทีก็นิยมไว้ผมโป่ง คือปล่อยผมให้ยาวแล้วตลบเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย ถ้าคนที่ผมสั้นจะใส่ช้องผมไว้ข้างในเพื่อดันให้ผมมวยนั้นโป่งออกมา จึงเรียกว่า “ผมโป่ง” หรือ “ผมญี่ปุ่น” เพราะคล้ายกับการไว้ผมของผู้หญิงญี่ปุ่น และไม่นิยมสวมเครื่องประดับมากนัก นิยมเพียงสร้อยมุกเส้นยาวเท่านั้น
ส่วนผู้ชายเริ่มนุ่งกางเกงแบบฝรั่ง และมีการปรับปรุงการแต่งกายทั้งทหารและพลเรือน เพื่อให้สอดคล้องกับสากลนิยม ผมตัดแบบยุโรป
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฉลองพระองค์ชุดพลเรือน
เครดิตดีๆ......รอบรู้เรื่องคนไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
เขตที่มีพื้นที่ทุ่งนามากที่สุด อันดับหนึ่งของเมืองกรุงเทพมหานคร
เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569! เตรียมตัวให้พร้อม แต่ละคณะต้องจ่ายเท่าไรตลอดหลักสูตร
งบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น
เจาะลึกบริษัทญี่ปุ่นสั่ง "แบน AI" พนักงานใหม่! บทเรียนล้ำค่าเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคม
คลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทย
เพจ "พรรคภูมิใจไทย" ทัวร์ลงยับ! ถึงกับปิดคอมเมนต์หนี..หลังชาวเน็ตโวยน้ำมันแพง
ดราม่าฮ่องกง! สาวขับเบนซ์จอดแช่ "ป้ายรถเมล์" เมินเสียงแตร แถมชูนิ้วกลางท้าทายชาวเน็ต
ดราม่านกพิราบยึดถนน! เมตตาสัตว์หรือกับดักมรณะ? สรุปเหตุการณ์ดังจากฮ่องกง








