หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประสบการณ์จากนักเรียนแลกเปลี่ยน "เด็กไทยใน 'นอร์เวย์' กับด้านมืดของชีวิตวัยรุ่นยุโรป"!?

โพสท์โดย ขนมปังขิง
 
เรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียค่ะ นั่นก็คือ "นอร์เวย์" ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืนนั่นเอง
 


 
   
      ชื่อ แพน” นะคะ จากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศนอร์เวย์ กับโครงการของ AYC รุ่นที่ 12 ค่ะ ....เกริ่นก่อนนิดนึงว่า เรื่องที่จะเล่ามันออกแนวดาร์กและค่อนข้างเป็นด้านมืดในระดับหนึ่งเลย ควรใช้จักรยาน // ไม่ใช่!  วิจารณญาณในการอ่านให้มาก เรียกว่าเอาไปเป็นอุทาหรณ์แล้วกันนะคะ
 
 
 

 
     
      แพนเป็นคนหนึ่งที่ได้โฮสท์แฟมิลี่ปุ๊บปั๊บและบินอย่างปุ๊บปั๊บมาก คือรู้ตัวว่าได้โฮสท์วันอังคารแล้วบินวันพฤหัสเลย แนะนำว่าระหว่างรอโฮสท์ เราควรถามพี่สต๊าฟไปเลยว่า ตอนไปเนี่ยต้องเอาเอกสารอะไรไปบ้าง ถามให้หมดแล้วเตรียมให้ได้เยอะที่สุดนะคะ เพราะว่าของแพน พี่สต๊าฟมาบอกพร้อมกับวันที่แจ้งว่าได้โฮสท์แล้ว เอกสารต้องเตรียมแบบเร่งด่วนและปวดหัวมากค่ะ 
 

       เมืองที่แพนไปอยู่ชื่อ Gjøvik ห่างจากเมืองหลวง (ออสโล) ประมาณสองชั่วโมงโดนรถยนต์ เข้าเรียนที่ Gjøvik Videregående skole มีนักเรียนประมาณสี่พันคนนิดๆ ได้เรียนชั้น VG2 หรือคล้ายๆ ม.5 นั่นเอง ซึ่งที่ประเทศนี้ใช้เวลาเรียนมากกว่าเราปีนึงค่ะ แพนไปแลกเปลี่ยนตอนม.6 แต่อายุเท่ากับเด็ก VG2 ที่นี่ พูดง่ายๆ คือจะจบมัธยมกันตอนอายุ 19 นั่นเอง แต่ใช้เวลาเรียนมหาลัยแค่สามปี
 
 
 

 

 

    ครอบครัวที่แพนไปอยู่ด้วย เอ่ยก่อนว่าเป็นเวลคัมโฮสท์(คืออยู่ด้วยแค่ช่วงแรกเท่านั้น)ประกอบด้วย พ่อ แม่ แล้วก็ลูกสาวสองคน อายุ 11 กับ 14 น้องหมาชาร์ลี (ซึ่งตอนแรกฟังเขาเรียกเป็นเชอร์รี่) และลุงคนหนึ่ง ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่าแกอาศัยอยู่ใต้ถุนบ้าน
 
 

   
    สำหรับโฮสท์ของเรา ขอบอกว่าเป็นคนที่ดีนะ(แต่ขาดความรับผิดชอบไปบ้าง เดี๋ยวเล่า) เรียกได้ว่าดีจนเกินไปหน่อย ที่นอร์เวย์ไม่มีชุมนุมหรือชมรม ทำให้เด็กส่วนใหญ่ต้องลงพวกกีฬาหรือกิจกรรมทำกันเอง(แน่นอนว่าเสียเงิน)โฮสท์แม่ต้องการให้เราทำทุกอย่างและมีเหมือนเด็กที่นี่ ทั้งลากเราไปซื้อชุดยิม รองเท้ายิม รองเท้ากันหิมะ เสื้อกันหิมะ เรียกว่าหมดไปเป็นหมื่น กิจกรรมก็อยากให้ทำกับลูกเขา เลยมาบอกเราว่า ให้เราไปบอกแม่ของเราว่าเราต้องลงกิจกรรมทำนะ อยู่โดยไม่มีกิจกรรมไม่ได้หรอกไม่งั้นจะไม่มีเพื่อน แล้วก็บอกแม่ด้วยว่าทุกอย่างที่นอร์เวย์มันแพงหมดแหละ ....ด้วยความที่เสียเงินไปเยอะแล้วจึงตอบสั้นๆ ไปว่า ไม่ค่ะ ขอคิดดูก่อนว่าอยากทำอะไร
 
 

      อยู่ที่นี่ได้อาทิตย์นึง ขอบอกว่าเจอ culture shock ไปสามเรื่อง เรื่องแรกคือโฮสท์แม่เราคลุกอาหารให้หมาเสร็จแล้วก็เอามือมาทำแซนด์วิชให้คนในบ้านต่ออย่างปกติ เรื่องที่สองคืออาหารนอร์เวย์แบบแท้จริงเลยมันไม่มีรสชาติและไม่แตกต่างกันเลยทั้งที่เรียกคนละชื่อ เรื่องที่สามคือเห็นไอ้จ้อนเพื่อนชาย เราช็อกแต่มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย = ="
 
 
 
 
      มีครั้งหนึ่ง โฮสท์น้องเราสองคนทะเลาะกันแล้วคนพี่ตบน้องจนร้องไห้ เราเลยเดินไปบอกโฮสท์แม่ว่าน้องร้องไห้ แม่ก็วิ่งมาจับแยกแล้วคนโตก็โดนดุแหละ คนน้องก็มาขอบคุณเราแล้วก็เลยสนิทกับเราตั้งแต่นั้น ส่วนคนพี่ก็จะออกแนวไม่ชอบเราเท่าไหร่ ชอบใช้ให้ไปจูงหมาไปเดินไปวิ่งไปอึ 
 

 
 
     
       ส่วนที่โรงเรียน มีครั้งนึงที่จับกลุ่มเล่นวอลเลย์ แล้วเราเป็นเศษของกลุ่ม เพื่อนผู้หญิงไม่เอาเพราะไม่สนิท แต่เพื่อนผู้ชายเรียกเราไปอยู่ด้วย เราเลยเป็นผู้หญิงคนเดียวในหมู่ผู้ชาย ทำให้โดนเขม่นเล็กๆ กลายเป็นไม่สนิทกับเพื่อนในห้องซะงั้น แต่ไปสนิทกับเพื่อนที่ลงวิชาอื่น(media)ด้วยกันซึ่งเป็นเด็กปีสาม เราเลยกลายเป็นเด็กปีสองที่อยู่กลุ่มกับด็กปีสาม อ้อ มานอร์เวย์ขอเตือนอย่างนึงว่า วิชาที่ลงเรียนอย่าริไปลง Media เชียว มันวิเคราะห์ข่าวกันแบบลึกและเจาะประเด็นมาก แถมยังเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย ขอบอกว่าเด็กที่นี่เรียนกันยังยากเลย เปลี่ยนไปเรียนง่ายๆ เช่นพวกทำอาหาร ดีไซน์ หรือวาดรูปจะดีกว่านะ อันนี้เป็นรูปตัวอย่างงาน media ของเพื่อนเราชื่อวิกกี้ ออกแบบโปสเตอร์อิสระโดยใช้ตัวเองเป็นแบบ
 

 
 
 
   
      เอาล่ะ อยู่มาได้เข้าอาทิตย์ที่สาม ขอบอกว่าเครียด เครียดมาก อะไรก็ตามที่ตอนอยู่ไทยแล้วคิดว่าพยายามแล้ว บอกเลยว่านั่นมันยังน้อย ปกติเราพยายามไปได้สักพักจะรู้สึกว่า ไม่ต้องพยายาม ทำอย่างเต็มที่มันก็เพียงพอแล้วพยายามแค่นี้ก็ทำได้ แต่พอมาอยู่นี่ทำให้เข้าใจคำว่าจุดต่ำสุด ความรู้สึกของเราในตอนนั้นคือจุดต่ำสุดของคนทุกคนในโรงเรียน มันแย่มาก เรียนก็ยาก ภาษาก็ไม่ได้  ถ้าไม่ พยายาม” อย่างจริงจัง มันไม่มีทางทำได้ และผลของความพยายามไม่ใช่ว่าจะสำเร็จเสมอไป แต่ที่แน่นอนคือมันไม่ใช่ 0 อย่างจุดเริ่มต้น แน่นอนว่ามันคุ้มค่าที่จะพยายามและอดทน
 
   
       ในช่วงที่เข้าอาทิตย์ที่สี่ เราต้องเตรียมตัวย้ายออกแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้โฮสท์ใหม่เลย จึงต้องอพยพไปอยู่บ้านของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราอีกทีหนึ่งเพื่อรอหาโฮสท์ รออยู่ประมาณอาทิตย์กว่าๆ ก็ได้โฮสท์ใหม่อยู่ที่เมือง Bømlo เข้าเรียนที่ Bømlo Videregående skole มีนักเรียนสองร้อยคนนิดๆ 
 
 
 
 
 
 

     เพิ่มเติมนิดนึงว่าโฮสท์แรกเราเนี่ย ไม่ยอมไปทำเรื่องขออยู่ต่อให้เพราะขี้เกียจ คือไปแล้วรอบแรกแต่ไม่ได้จองคิวไว้เลยต้องไปใหม่ นางเลยตัดปัญหาโดยการไม่ต้องไปทำมันหรอกไม่จำเป็น ..ซะงั้น! ไอ้ตัวเราก็ไม่รู้ว่าต้องไปทำอะไรเพราะไม่มีใครบอกอะไรเลย เกือบโดนส่งกลับแล้วไหมล่ะ ดีที่โฮสท์ใหม่เราเช็คแล้วพาไปทำเรื่องได้ทัน
 
 
   
    ครอบครัวใหม่ของเรามีสมาชิกกันสี่คน พ่อ แม่ ลูกสาวอายุ14 และลูกชายอายุ 17 ซึ่งแม่เนี่ยเป็นคนไทย ส่วนลูกสองคนก็คือลูกครึ่งที่พูดไทยได้คล่องปรื๋อ ถ้าถามว่ามันได้ภาษาหรอ ส่วนตัวเราคิดว่า ยังไงก็ได้ภาษาอยู่ดี ถ้าอยากพูดได้จริงๆ เราก็คุยกับเพื่อนที่โรงเรียนก็ได้ อย่างที่บ้านก็คุยกับพ่อเป็นภาษาอังกฤษปนนอร์เวย์ ส่วนอีกสามคนก็ซัดไทยปนนอร์เวย์เลย เรามองว่ามันอยู่ที่การพยายามการไขว่ขว้ามากกว่า
 
 
 
     
      เอาล่ะ เราจะเริ่มเข้าด้านมืดละนะ! ที่เรียกว่าด้านมืดเป็นเพราะว่า เด็กแลกเปลี่ยนทุกคนมีกฏต้องรักษาทั้งเรื่องเซ็กส์หรือแอลกอฮอล์ แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้มันเกี่ยวทั้งคู่ เลยขอเรียกเป็นด้านมืดของชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนแล้วกัน
 
 
     
      พอย้ายมาที่นี่ได้สักพัก เราได้นัดเจอกับพี่ที่รู้จักซึ่งเป็นคนไทยมาอาศัยอยู่ที่นอร์เวย์ ไปเที่ยวงานลอยกระทงที่อีกเมืองหนึ่งโดยที่นัดกันขึ้นไปเจอบนบัสและไปพักกันที่บ้านของแฟนพี่แกที่เมือง Stavanger ซึ่งก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน แบบเหมือนกลุ่มเราไปเป็นผู้หญิง กลุ่มแฟนพี่แกก็เพื่อนผู้ชายไรงี้...เออสนุกดี แอลกอฮอล์แน่นอนว่าต้องมีในงาน แต่เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะดื่มหรือไม่ดื่ม แน่นอนว่าโฮสท์ไม่มีทางรู้ อยู่ที่ความซื่อสัตย์และการตัดสินใจของแต่ละบุคคลในฐานะเด็กแลกเปลี่ยนล้วนๆ ว่าเราจะดื่มหรือไม่ดื่ม ทำหรือไม่ทำอะไร จริงๆ มันไม่มีอะไรหรอก แค่มีตีกันและหัวข้อในวงสนทนาที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเอามานั่งคุยกันเป็นเกมส์ได้ เช่น นอนกับผู้ชายมาแล้วกี่คน นอนกับผู้หญิงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แอบตกใจเหมือนกันแต่ก็ทำนิ่งไว้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่
 

 
 
     
      ครั้งที่สองที่ไป Stavanger คือช่วงปีใหม่ กิจกรรมไม่ต่างจากครั้งแรกเท่าไหร่ ที่ต่างคงเป็นความสนิทกันที่เพิ่มมากขึ้น หัวข้อในวงสนทนายังคงน่าตกใจเช่นเดิม เห็นได้ชัดเลยว่ามุมมองหลายๆ อย่างของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่กับเรานี่ต่างกันมากในเรื่องเซ็กส์ เราจะไม่พูดว่าแบบไหนถูกหรือผิด แต่จะบอกว่ามันคือการมองในแบบที่แตกต่างแค่นั้นเอง จริงๆ พี่ผู้ชายเขาเป็นสุภาพบุรุษและมีมารยาทกับผู้หญิงมากเลยทีเดียว
 
 
     
      หนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราคือ การที่มีเพื่อนร่วมคลาสคนหนึ่งเข้ามาบอกว่า อยากดูรูปที่เราวาดในห้องศิลปะ แล้วนัดเราไปเจอที่ห้องหลังเลิกเรียน จริงๆ ก็นัดไปทำอย่างว่านั่นแหละ แต่เราก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงโดยการไม่ต้องไปค่ะ จบปิ๊ง~ 
 
     
      ครั้งหนึ่งตัวแพนได้ไปเที่ยวสเปนกับเพื่อนที่เรียนภาษาสเปนกัน 5 วัน และได้เกิดเรื่องด้านมืดขึ้นด้วย นั่นก็คือในคืนสุดท้ายที่ทุกคนนัดกันไปดินเนอร์ แพนกับเพื่อนคนหนึ่งเกิดหลงทางหาทางไปกันไม่เจอ เลยตัดสินใจส่งข้อความไปบอกคนอื่นว่าจะหาร้านอื่นกินแล้วค่อยไปเจอกันที่โรงแรม ระหว่างที่กำลังเดิน ก็มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งมาชวนให้ไปด้วยกัน บอกว่าจะมีปาร์ตี้เล็กๆ เป็นบาร์นั่งสบายๆ มีเกมส์เล่นกัน อันตัวเราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยสุดๆ เพราะนี่มันต่างถิ่นด้วย แต่เพื่อนเดินตามไปแล้ว ฉิ-บหาย..ไปก็ไปวะ! 
 
 
 
 
 
 

     ขอบอกว่าผู้คนในบาร์นี่พูดกันอิ๊งล้วนและดูเฟรนด์ลี่สุดๆ แต่มันน่ากลัวมากตรงที่มันเป็นห้องในตึกมืดๆ พอนั่งกันไปสักพักเริ่มมียาไอซ์และกัญชา ขอบอกว่าตอนนั้นตัดสินใจได้ทันทีที่ลากเพื่อนออกมา เพราะมันอาจจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่เกินไปสำหรับเด็กอายุ 18 สองคนโดยเฉพาะตัวเราเอง
 
   
    เอาล่ะเรื่องดาร์กๆ หมดไปแล้ว!! ที่เล่าเนี่ยเป็นเพราะอยากให้รู้ว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดกับวัยรุ่นต่างประเทศมันมีเยอะ ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ เรื่องไม่ดีก็มี โดยเฉพาะยิ่งโตยิ่งต้องดูแลตัวเองให้มาก ตัดสินใจและมีวิจารณญาณให้มาก เพราะเอาจริงๆ แล้วจุดนั้นเราทำอะไรไปไม่มีใครรู้หรอก เราต้องตัดสินใจให้ดีว่ามันควรไหมที่จะทำ เราดูแลตัวเองได้ขนาดไหนกันเชียว เล่าแต่เรื่องไม่ดีไป มาเล่าเรื่องดีๆ ที่เจอกันบ้าง
 
 
 
      
      ก่อนอื่นเลยเราได้เจอกลุ่มเพื่อนที่ถือว่าดีทีเดียว ทั้งสองเมืองเลย อ้อ สำหรับคนที่สงสัยว่า มีใครไปแลกเปลี่ยนแล้วได้แฟนไหม... บอกเลยว่าแค่แสดงออกว่าสนใจเขาแล้วกล้าๆ คุยหน่อยก็เสร็จโจรแล้วพี่น้องเอ๋ยยยยย หมายถึงได้เพื่อนชายหน้าตาดีที่เราหวังไว้มาคุยแบบสนิทสนมคอยปรึกษาและแก้เหงา ฮา~ 
 
 
 
     
      ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นประสบการณ์ที่ถือว่าเปิดหูเปิดตาเอามากๆ และทำให้ได้รู้ว่าชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนมันไม่ง่ายและไม่ได้สนุกในแบบที่คิดเอาไว้ มันไม่ใช่แค่การไปเที่ยวเล่นต่างประเทศปีหนึ่งสบายๆ หลายครั้งมันน่าเบื่อแบบขีดสุด ทั้งกดดันจากการต้องทำผลการเรียนให้ดีขึ้นหรืออาจมีเรื่องที่ไม่พอใจโฮสท์ (ทางที่ดีควรสงบปากอดทนไว้และฟังๆ กันไปเพื่อไม่ให้เรื่องมันใหญ่โตจนเกินเหตุ) ความรับผิดชอบต่อตนเองที่ต้องมีมากขึ้น เรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นแต่เราทำอะไรไม่ได้ อย่างของแพน มีวันหนึ่งแม่โทรมาหาพร้อมบอกว่า ตาป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลหมอบอกอาจเป็นมะเร็ง พอวันต่อมา แม่โทรมาบอกว่าตาเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้ววันนี้อาจไม่รอด ทุกอย่างมันแย่ไปหมด คำถามมากมายเกิดขึ้นเต็มหัว อยากกลับบ้าน ร้องไห้ฟูมฟายในห้อง สิ่งที่ดีที่สุดที่ช่วยได้คือการคุยกับโฮสท์ให้สบายใจ หลังจากนั้นคือส่งกำลังใจกลับไปที่บ้านของเราเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ยากแต่ทุกอย่างล้วนแต่จะผ่านพ้นไปได้ในสักวัน ทุกอย่างล้วนสอนให้เราเข้มแข็งขึ้นและมองโลกได้กว้างกว่าเดิม ส่วนใครมีอะไรอยากถามกันเพิ่มเติมสามารถติดต่อกันได้ในเฟสที่ Jaepan ZAp เลยค่ะ 
 

 
 
   
 
     
      จริงอย่างที่น้องแพนว่า คือพอเราไปอยู่โน่น เราจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครจับได้ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราล้วนๆ ว่าจะทำหรือไม่ทำ ซึ่งสิ่งพวกนี้แหละค่ะที่จะสอนให้เรารู้จักเอาชนะใจตัวเอง!?
 
 
 
 
ซ้ำขออภัยค่ะ
 
 
 
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ขนมปังขิง's profile


โพสท์โดย: ขนมปังขิง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
64 VOTES (4/5 จาก 16 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลตทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!วิกฤตการณ์สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา เดิมพันด้วยน้ำมันและอำนาจจับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่วิเคราะห์สถานการณ์โลก: ปฏิบัติการ "Southern Spear" และการตอบโต้จากขั้วอำนาจใหม่โลกผวา "สงครามโลกครั้งที่ 3" หลังทรัมป์สั่งถล่มเวเนซุเอลา ประกาศจับตัว "ประธานาธิบดีมาดูโร" ได้แล้วเวเนซุเอลา จากยุคทองแห่งน้ำมันสู่ฝันร้ายทางเศรษฐกิจค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้นคนใต้แนะนำกินแกงไตปลาให้อร่อยต้องกินอย่างไร..? เพราะมันไม่ใช่น้ำซุปจับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีปริมาณโซเดียมสูงที่สุดในท้องตลาด
ตั้งกระทู้ใหม่