หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ว่าด้วยเรื่อง“การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง”

โพสท์โดย

เรื่องของการถ่ายทุกข์ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบานั้นก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรสำหรับคนในอดีตที่ยังไม่มีการนำเข้าโถสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมาใช้เหมือนปัจจุบัน ซึ่งหากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่5แล้ว เรื่องของการถ่ายทุกข์นั้นยิ่งเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะของบุคคลบางกลุ่มที่คลังประวัติศาสตร์ไทยจะขอนำเสนอในวันนี้ ก็คือ “การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง” ทำไมต้องเป็นสาวชาววัง ก็เพราะในพระบรมหาราชวังนั้นมีส่วนที่เรียกว่าเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของหญิงสาวชาววังทุกวัยไม่ว่าจะเป็น พระราชวงศ์ คุณข้าหลวง เจ้าพนักงาน สนมนางใน เป็นต้น ซึ่งรวมแล้วมีผู้หญิงอยู่รวมกันนับพันคนเลยทีเดียว 

สถานที่ถ่ายทุกข์ของสาวชาววังนี้เรียกว่า”อุโมงค์ หรือศรีสำราญ”ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับประตูศรีสุดาวงศ์ ลักษณะเป็นโถงปูนทรงยุโรป ภายในแบ่งเป็นช่องเล็กๆพอดีตัวสำหรับ1คนนั่งปลดทุกข์โดยที่เมื่อนั่งลงแล้วก็ยังสามารถพูดคุยเห็นหน้ากันได้เพราะพนังกั้นแต่ละห้องนั้นไม่สูงมาก ภายในอุโมงค์จึงเป็นสถานที่สาวชาววังมักจะมานั่งนินทาข้าหลวงตำหนักโน้นนี้ให้กันฟัง หรือนำสิ่งของมีค่าที่หายากมาอวดอ้างสรรพคุณกัน แต่ในบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุทางการบังคับเช่น เสียงที่มิได้ตั้งใจที่เกิดจากความประมาท หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สาวชาววังเหล่านี้ก็จะมีวิธีแก้ไขความขวยเขินหรือป้องกันไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงขึ้นมาดังๆ นั่งปรบมือไปด้วยถ่ายไปด้วย หรือเคาะขันน้ำ เป็นต้น สาวชาววังยังต้องลำบากหากเกิดปวดถ่ายขึ้นในยามค่ำคืนเพราะทั้งเขตพระราชฐานชั้นในนั้นมีอุโมงค์เพียงแห่งเดียว สาวชาววังที่อยู่ตำหนักไกลหน่อย ทั้งต้องทำเวลาและทำใจ ไหนจะต้องจุดเทียนหาตะเกียงส่องทาง ทั้งยังต้องกลัวผีที่มักจะเล่าสู่กันฟังจากรุ่นสู่รุ่น 

ในส่วนด้านหน้าทางเข้าของอุโมงค์นั้นก็ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ของหญิงสาวชาววัง ทุกรุ่นทุกวัย ที่มักจะทำการค้าเช่น การให้เช่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง สบู่ เข็มเย็บผ้า หวี นอกจากนี้ยังเป็นที่ทวงหนี้ ทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกัน บางรายต้องนัดกันออกมาปรับความเข้าใจกันที่นี่ เพราะเกรงว่าเรื่องจะไปถึงเจ้านายในตำหนักของตน เหมือนในปัจจุบันที่มักนัดเจอเคลียร์ปัญหากันหน้าห้องน้ำเพราะกลัวคุณครูจะรู้ การถ่ายทุกข์ในอุโมงค์นี้ยกเว้นพระราชวงศ์ สนมนางใน และคุณพนักงานคนสนิท ที่เรียกว่าชาววังชั้นสูงที่จะถ่ายลงกระโถนแล้วให้เจ้าพนักงานนำมาทิ้งลงที่อุโมงค์อีกทีหนึ่ง ซึ่งอุโมงค์นี้มีท่อส่งลงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา

ในปัจจุบันอุโมงค์ดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนแปลง แปรสภาพเป็นที่ทำงานของเจ้าพนักงานข้าราชการในวังและเป็นส้วมแบบสมัยใหม่ไปหมดแล้ว และบรรยากาศที่กล่าวถึงนั้นก็หมดไปตามกาลเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

จากภาพ จะเห็นประตูทางเข้าคือประตูช่องกุด แล้วด้านในคือ ประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในต่อไป ซึ่งในอดีตนั้นอุโมงค์นั้นจะทอดตัวอาคารไปตามกำแพงเขตพระราชฐาน

เรื่องของการถ่ายทุกข์ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบานั้นก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรสำหรับคนในอดีตที่ยังไม่มีการนำเข้าโถสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมาใช้เหมือนปัจจุบัน ซึ่งหากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่5แล้ว เรื่องของการถ่ายทุกข์นั้นยิ่งเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะของบุคคลบางกลุ่มที่คลังประวัติศาสตร์ไทยจะขอนำเสนอในวันนี้ ก็คือ “การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง” ทำไมต้องเป็นสาวชาววัง ก็เพราะในพระบรมหาราชวังนั้นมีส่วนที่เรียกว่าเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของหญิงสาวชาววังทุกวัยไม่ว่าจะเป็น พระราชวงศ์ คุณข้าหลวง เจ้าพนักงาน สนมนางใน เป็นต้น ซึ่งรวมแล้วมีผู้หญิงอยู่รวมกันนับพันคนเลยทีเดียว 

สถานที่ถ่ายทุกข์ของสาวชาววังนี้เรียกว่า”อุโมงค์ หรือศรีสำราญ”ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับประตูศรีสุดาวงศ์ ลักษณะเป็นโถงปูนทรงยุโรป ภายในแบ่งเป็นช่องเล็กๆพอดีตัวสำหรับ1คนนั่งปลดทุกข์โดยที่เมื่อนั่งลงแล้วก็ยังสามารถพูดคุยเห็นหน้ากันได้เพราะพนังกั้นแต่ละห้องนั้นไม่สูงมาก ภายในอุโมงค์จึงเป็นสถานที่สาวชาววังมักจะมานั่งนินทาข้าหลวงตำหนักโน้นนี้ให้กันฟัง หรือนำสิ่งของมีค่าที่หายากมาอวดอ้างสรรพคุณกัน แต่ในบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุทางการบังคับเช่น เสียงที่มิได้ตั้งใจที่เกิดจากความประมาท หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สาวชาววังเหล่านี้ก็จะมีวิธีแก้ไขความขวยเขินหรือป้องกันไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงขึ้นมาดังๆ นั่งปรบมือไปด้วยถ่ายไปด้วย หรือเคาะขันน้ำ เป็นต้น สาวชาววังยังต้องลำบากหากเกิดปวดถ่ายขึ้นในยามค่ำคืนเพราะทั้งเขตพระราชฐานชั้นในนั้นมีอุโมงค์เพียงแห่งเดียว สาวชาววังที่อยู่ตำหนักไกลหน่อย ทั้งต้องทำเวลาและทำใจ ไหนจะต้องจุดเทียนหาตะเกียงส่องทาง ทั้งยังต้องกลัวผีที่มักจะเล่าสู่กันฟังจากรุ่นสู่รุ่น 

ในส่วนด้านหน้าทางเข้าของอุโมงค์นั้นก็ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ของหญิงสาวชาววัง ทุกรุ่นทุกวัย ที่มักจะทำการค้าเช่น การให้เช่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง สบู่ เข็มเย็บผ้า หวี นอกจากนี้ยังเป็นที่ทวงหนี้ ทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกัน บางรายต้องนัดกันออกมาปรับความเข้าใจกันที่นี่ เพราะเกรงว่าเรื่องจะไปถึงเจ้านายในตำหนักของตน เหมือนในปัจจุบันที่มักนัดเจอเคลียร์ปัญหากันหน้าห้องน้ำเพราะกลัวคุณครูจะรู้ การถ่ายทุกข์ในอุโมงค์นี้ยกเว้นพระราชวงศ์ สนมนางใน และคุณพนักงานคนสนิท ที่เรียกว่าชาววังชั้นสูงที่จะถ่ายลงกระโถนแล้วให้เจ้าพนักงานนำมาทิ้งลงที่อุโมงค์อีกทีหนึ่ง ซึ่งอุโมงค์นี้มีท่อส่งลงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา

ในปัจจุบันอุโมงค์ดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนแปลง แปรสภาพเป็นที่ทำงานของเจ้าพนักงานข้าราชการในวังและเป็นส้วมแบบสมัยใหม่ไปหมดแล้ว และบรรยากาศที่กล่าวถึงนั้นก็หมดไปตามกาลเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

จากภาพ จะเห็นประตูทางเข้าคือประตูช่องกุด แล้วด้านในคือ ประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในต่อไป ซึ่งในอดีตนั้นอุโมงค์นั้นจะทอดตัวอาคารไปตามกำแพงเขตพระราชฐาน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สูสีไข่เหา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18,564 ครั้ง
โพสท์โดย สูสีไข่เหา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
88 VOTES (4/5 จาก 22 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยกระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?รู้หรือไม่? สมุดเล่มแรกของไทย หน้าตาไม่เหมือนสมุดที่เราใช้ทุกวันนี้หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?รู้หรือไม่? ทำไมเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่ข้างในมีแต่หนังสือ?5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันศุกร์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 25695-3-4 มาแบบนี้! เปิดตาราง “แม่น คม ชัด” งวด 16 ต.ค. 69 ส่อง 4 ชุด 3 ตัวที่เลข 5 โผล่ซ้ำรู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบกำเนิดสีกากี: บทเรียนเลือดที่เปลี่ยนเครื่องแบบทหารทั่วโลกชายผู้ใช้เวลามากกว่า 10 ปีในการตามล่าหาสมบัติ ได้ขุดพบเพชรสีเหลืองขนาด 6.03 กะรัต ซึ่งคาดว่ามีมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่