ว่าด้วยเรื่อง“การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง”
เรื่องของการถ่ายทุกข์ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบานั้นก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรสำหรับคนในอดีตที่ยังไม่มีการนำเข้าโถสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมาใช้เหมือนปัจจุบัน ซึ่งหากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่5แล้ว เรื่องของการถ่ายทุกข์นั้นยิ่งเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะของบุคคลบางกลุ่มที่คลังประวัติศาสตร์ไทยจะขอนำเสนอในวันนี้ ก็คือ “การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง” ทำไมต้องเป็นสาวชาววัง ก็เพราะในพระบรมหาราชวังนั้นมีส่วนที่เรียกว่าเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของหญิงสาวชาววังทุกวัยไม่ว่าจะเป็น พระราชวงศ์ คุณข้าหลวง เจ้าพนักงาน สนมนางใน เป็นต้น ซึ่งรวมแล้วมีผู้หญิงอยู่รวมกันนับพันคนเลยทีเดียว
สถานที่ถ่ายทุกข์ของสาวชาววังนี้เรียกว่า”อุโมงค์ หรือศรีสำราญ”ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับประตูศรีสุดาวงศ์ ลักษณะเป็นโถงปูนทรงยุโรป ภายในแบ่งเป็นช่องเล็กๆพอดีตัวสำหรับ1คนนั่งปลดทุกข์โดยที่เมื่อนั่งลงแล้วก็ยังสามารถพูดคุยเห็นหน้ากันได้เพราะพนังกั้นแต่ละห้องนั้นไม่สูงมาก ภายในอุโมงค์จึงเป็นสถานที่สาวชาววังมักจะมานั่งนินทาข้าหลวงตำหนักโน้นนี้ให้กันฟัง หรือนำสิ่งของมีค่าที่หายากมาอวดอ้างสรรพคุณกัน แต่ในบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุทางการบังคับเช่น เสียงที่มิได้ตั้งใจที่เกิดจากความประมาท หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สาวชาววังเหล่านี้ก็จะมีวิธีแก้ไขความขวยเขินหรือป้องกันไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงขึ้นมาดังๆ นั่งปรบมือไปด้วยถ่ายไปด้วย หรือเคาะขันน้ำ เป็นต้น สาวชาววังยังต้องลำบากหากเกิดปวดถ่ายขึ้นในยามค่ำคืนเพราะทั้งเขตพระราชฐานชั้นในนั้นมีอุโมงค์เพียงแห่งเดียว สาวชาววังที่อยู่ตำหนักไกลหน่อย ทั้งต้องทำเวลาและทำใจ ไหนจะต้องจุดเทียนหาตะเกียงส่องทาง ทั้งยังต้องกลัวผีที่มักจะเล่าสู่กันฟังจากรุ่นสู่รุ่น
ในส่วนด้านหน้าทางเข้าของอุโมงค์นั้นก็ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ของหญิงสาวชาววัง ทุกรุ่นทุกวัย ที่มักจะทำการค้าเช่น การให้เช่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง สบู่ เข็มเย็บผ้า หวี นอกจากนี้ยังเป็นที่ทวงหนี้ ทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกัน บางรายต้องนัดกันออกมาปรับความเข้าใจกันที่นี่ เพราะเกรงว่าเรื่องจะไปถึงเจ้านายในตำหนักของตน เหมือนในปัจจุบันที่มักนัดเจอเคลียร์ปัญหากันหน้าห้องน้ำเพราะกลัวคุณครูจะรู้ การถ่ายทุกข์ในอุโมงค์นี้ยกเว้นพระราชวงศ์ สนมนางใน และคุณพนักงานคนสนิท ที่เรียกว่าชาววังชั้นสูงที่จะถ่ายลงกระโถนแล้วให้เจ้าพนักงานนำมาทิ้งลงที่อุโมงค์อีกทีหนึ่ง ซึ่งอุโมงค์นี้มีท่อส่งลงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา
ในปัจจุบันอุโมงค์ดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนแปลง แปรสภาพเป็นที่ทำงานของเจ้าพนักงานข้าราชการในวังและเป็นส้วมแบบสมัยใหม่ไปหมดแล้ว และบรรยากาศที่กล่าวถึงนั้นก็หมดไปตามกาลเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
จากภาพ จะเห็นประตูทางเข้าคือประตูช่องกุด แล้วด้านในคือ ประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในต่อไป ซึ่งในอดีตนั้นอุโมงค์นั้นจะทอดตัวอาคารไปตามกำแพงเขตพระราชฐาน
เรื่องของการถ่ายทุกข์ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบานั้นก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรสำหรับคนในอดีตที่ยังไม่มีการนำเข้าโถสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมาใช้เหมือนปัจจุบัน ซึ่งหากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่5แล้ว เรื่องของการถ่ายทุกข์นั้นยิ่งเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะของบุคคลบางกลุ่มที่คลังประวัติศาสตร์ไทยจะขอนำเสนอในวันนี้ ก็คือ “การถ่ายทุกข์ของสาวชาววัง” ทำไมต้องเป็นสาวชาววัง ก็เพราะในพระบรมหาราชวังนั้นมีส่วนที่เรียกว่าเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของหญิงสาวชาววังทุกวัยไม่ว่าจะเป็น พระราชวงศ์ คุณข้าหลวง เจ้าพนักงาน สนมนางใน เป็นต้น ซึ่งรวมแล้วมีผู้หญิงอยู่รวมกันนับพันคนเลยทีเดียว
สถานที่ถ่ายทุกข์ของสาวชาววังนี้เรียกว่า”อุโมงค์ หรือศรีสำราญ”ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับประตูศรีสุดาวงศ์ ลักษณะเป็นโถงปูนทรงยุโรป ภายในแบ่งเป็นช่องเล็กๆพอดีตัวสำหรับ1คนนั่งปลดทุกข์โดยที่เมื่อนั่งลงแล้วก็ยังสามารถพูดคุยเห็นหน้ากันได้เพราะพนังกั้นแต่ละห้องนั้นไม่สูงมาก ภายในอุโมงค์จึงเป็นสถานที่สาวชาววังมักจะมานั่งนินทาข้าหลวงตำหนักโน้นนี้ให้กันฟัง หรือนำสิ่งของมีค่าที่หายากมาอวดอ้างสรรพคุณกัน แต่ในบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุทางการบังคับเช่น เสียงที่มิได้ตั้งใจที่เกิดจากความประมาท หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สาวชาววังเหล่านี้ก็จะมีวิธีแก้ไขความขวยเขินหรือป้องกันไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงขึ้นมาดังๆ นั่งปรบมือไปด้วยถ่ายไปด้วย หรือเคาะขันน้ำ เป็นต้น สาวชาววังยังต้องลำบากหากเกิดปวดถ่ายขึ้นในยามค่ำคืนเพราะทั้งเขตพระราชฐานชั้นในนั้นมีอุโมงค์เพียงแห่งเดียว สาวชาววังที่อยู่ตำหนักไกลหน่อย ทั้งต้องทำเวลาและทำใจ ไหนจะต้องจุดเทียนหาตะเกียงส่องทาง ทั้งยังต้องกลัวผีที่มักจะเล่าสู่กันฟังจากรุ่นสู่รุ่น
ในส่วนด้านหน้าทางเข้าของอุโมงค์นั้นก็ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ของหญิงสาวชาววัง ทุกรุ่นทุกวัย ที่มักจะทำการค้าเช่น การให้เช่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง สบู่ เข็มเย็บผ้า หวี นอกจากนี้ยังเป็นที่ทวงหนี้ ทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกัน บางรายต้องนัดกันออกมาปรับความเข้าใจกันที่นี่ เพราะเกรงว่าเรื่องจะไปถึงเจ้านายในตำหนักของตน เหมือนในปัจจุบันที่มักนัดเจอเคลียร์ปัญหากันหน้าห้องน้ำเพราะกลัวคุณครูจะรู้ การถ่ายทุกข์ในอุโมงค์นี้ยกเว้นพระราชวงศ์ สนมนางใน และคุณพนักงานคนสนิท ที่เรียกว่าชาววังชั้นสูงที่จะถ่ายลงกระโถนแล้วให้เจ้าพนักงานนำมาทิ้งลงที่อุโมงค์อีกทีหนึ่ง ซึ่งอุโมงค์นี้มีท่อส่งลงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา
ในปัจจุบันอุโมงค์ดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนแปลง แปรสภาพเป็นที่ทำงานของเจ้าพนักงานข้าราชการในวังและเป็นส้วมแบบสมัยใหม่ไปหมดแล้ว และบรรยากาศที่กล่าวถึงนั้นก็หมดไปตามกาลเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
จากภาพ จะเห็นประตูทางเข้าคือประตูช่องกุด แล้วด้านในคือ ประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในต่อไป ซึ่งในอดีตนั้นอุโมงค์นั้นจะทอดตัวอาคารไปตามกำแพงเขตพระราชฐาน
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
แจกฟรี 30 แคปชั่นสวัสดี 7 วัน อวยพรจากใจ ส่งต่อความสุขยามเช้า สไตล์คลาสสิก ไม่ซ้ำใคร
นักร้องและนักแต่งเพลงดัง "ดอน ชลิทซ์" เสียชีวิตแล้ว
พระนางศุภยาลัต ทรราชหญิงแห่งกรุงมัณฑะเลย์
รู้หรือไม่? "น้ำมะพร้าว" คือน้ำเกลือแร่ที่ส่งตรงจากต้นไม้!
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
โครงการสุดล้มเหลวในตำนานของไทย ที่ยังคงถูกจดจำได้จนถึงปัจจุบัน
