“ลดความเครียด เตรียมร่างกายให้พร้อมสอบ” ตามแบบฉบับนักเรียนนอก
โพสท์โดย I sea u
ในช่วงฤดูกาลสอบ สิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นคงจะเป็นความเครียด ซึ่งในบทความนี้ผมก็มีคำแนะนำ การลดความเครียด เตรียมร่างกายให้พร้อมสอบ ฉบับนักเรียนนอก จาก Patty Hambler และ Kari Marken เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการนักศึกษาของ The University of British Columbia กัน
หลับให้เพียงพอ
การที่สมองจะสามารถดึงข้อมูลออกมาใช้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาดีที่สุดนั้น สมองจะต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การตะบี้ตะบันอ่านทั้งคืนแต่เข้าไปเบลอในห้องสอบนั้น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดฮวบฮาบอย่างน่าเสียดาย
เหนื่อยนักพักหน่อย
สภาพที่สมองจะทำงานได้ดีที่สุดคือเวลาที่เรารู้สึกโปร่งใสไม่เครียด ให้อ่านหนังสือ ท่องสูตร ทำความเข้าใจเนื้อหามาให้เต็มที่ แล้วจึงค่อยสลับไปผ่อนคลายบ้าง จะสามารถจดจำบทเรียนได้ดีกว่าคนที่นั่งเครียดอ่านหนังสืออย่างเดียวทั้งวันทั้งคืน
ซ้อมก่อนลงสนามจริง
ลองหาเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงจัดบรรยากาศการอ่านหนังสือให้ใกล้เคียงกับการสอบ หรือจับเวลาในการทำข้อสอบเก่าให้เท่าเวลาที่ใช้สอบจริงดูบ้าง จะช่วยให้ตื่นเต้นน้อยลงเมื่อลงสนามสอบจริงได้นะ
ทำสมาธิ
ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือหรือในเวลาที่เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยล้า ลองหลับตาลงช้า ปิดเพลง ปิดเสียงรบกวนทั้งหมด อยู่กับตัวเองเงียบๆ แล้วหายใจเข้าออกลึกๆ ให้สุดลมหายใจสัก 5 ครั้ง การได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้สมองและร่างกายผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
ดื่มน้ำ
ยิ่งถ้าใครอ่านหนังสือในห้องแอร์เป็นระยะเวลาติดกันหลายชั่วโมง ยิ่งต้องดื่มน้ำมากๆ เพราะอากาศในห้องแอร์มักจะแห้งกว่าปกติทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้สดชื่นขึ้นและดีต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกายด้วย
ยืดเส้นยืดสาย
ทุกๆ 1 ชั่วโมงที่นั่งอ่านหนังสืออย่างเคร่งเครียด ควรจะแบ่งเวลาประมาณ 5 นาที ลุกออกไปยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจ สูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง การนั่งท่าเดิมติดกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ปวดเมื่อยตามข้อ และเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมก่อนวัยอันควร
อาหารช่วยได้
มีอาหารหลายชนิดที่เหมาะแก่การผ่อนคลายความเครียด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกกินอย่างถูกวิธีด้วย อย่างกาแฟช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแก่การดื่มเพื่อกระตุ้นให้สมองตื่นตัวคือประมาณ 9.30 น. ส่วนพวกช็อกโกแลตและขนมหวานทั้งหลาย ช่วยลดความเครียดได้ก็จริง แต่ลองสลับไปกินพวกถั่ว อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งช่วยลดความเครียดได้พอๆ กันแต่ดีต่อสุขภาพมากกว่าดูบ้าง
สำหรับมื้ออาหารหลักก็ควรเน้นโปรตีน เพราะโปรตีนมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้ โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และปลาซาร์ดีน จะช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ให้ไม่สูงจนเกินไปได้ รวมถึงพวกผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักคะน้า และผักอื่นๆ ที่มีแมกนีเซียมสูง ก็มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลจาก: hotcourses
โพสท์โดย I sea u
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
เลขเด็ดม้าสีหมอก งวด 16 เม.ย. 69 มาแล้ว
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ร้อนตับแตก 45 องศา! เปิดโพย 7 ที่เที่ยวสงกรานต์ 2569 สายชิล งบน้อย คนไม่เยอะ ฉบับตัวแม่เอาอยู่!

