หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภาพยนตร์ไทย " วังพิกุล "


โพสท์โดย บัส สยามเมืองยิ้ม

เรื่องย่อ : ไกรสร ทหารหนุ่ม (ลูกชายของบุญชูในคนจนผู้ยิ่งใหญ่) กลับมาเยี่ยมบ้านก่อนจะปลดทหาร เขาพบว่า ทุกอย่างในหมู่บ้านเขายังเหมือนเดิม ความเงียบเหงายังคงปกคลุมทุกพื้นที่ บ้านเขาไม่มีคนอยู่ ย่าแก่มากแล้ว ลุงป้าน้าอาก็เช่นกัน การกลับบ้านของเขายังเหมือนเดิม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมีข่าวว่าลูกชายคนโปรดของย่าจะกลับมาเยี่ยมบ้าน

กำกับโดย บุญส่ง นาคภู่ / ความยาว 72 นาที 

รีวิว

- ชอบนะที่เห็นการนำเสนอภาพของคนชนบทในแบบที่ชนบทจริงๆ คนทำก็เป็นคนในพื้นที่จริงๆ รู้ทุกอย่างรวมถึงวิถีชีวิตของคนที่กำลังถ่ายทอดอยู่จริงๆ

- แต่เรากลับรู้สึกว่าดนตรีกับเรื่องราวที่เล่ามันโดดออกจากกันอย่างมากๆ (แม้ว่าคนทำเสียงประกอบจะพยายามบอกแล้วว่าเรื่องนี้ทำเสียงยากจริงๆ) มันทำให้เรื่องราวเล็กที่อยู่ในหมู่บ้านเล็ก แต่ดนตรีมันเป็นทำให้สูญเสียความเป็นเล็กๆ ตรงนั้นไป

- การกำกับแสดงแบบไม่แสดงเพื่อดึงความเป็นธรรมชาติของตัวละคร แต่เรายังเห็นความประดักประเดิดซึ่งน่าจะเกิดจากการแสดงแม้จะไม่พยายามแสดง แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นการแสดงอยู่ ทำให้เรามองเห็นตัวละครเป็นแค่ตัวละคร ไม่ใช่มีความเป็นธรรมชาติแบบเป็นมนุษย์จริงอย่างที่มันควรจะเป็น

- เราเห็นการยัดเยียดบทที่ให้กลายเป็นประเด็นหลายๆครั้ง เพื่อเข้าปากตัวละคร โดยเฉพาะตัวละครหนึ่ง ที่กลับมายังบ้านเกิด ซึ่งเป็นตัวแทนของคนเมืองที่แทบจะไม่มีความเป็นชนบทหลงเหลืออยู่ กับ ลูกชาย ‘น้องไนน์’ ที่ก็กลายเป็นเด็กดัดจริตซึ่งพยายามสะท้อนความเป็นเด็กลูกคุณหนูแบบชนชั้น กลาง และก็พยายามถามคำถามเช่น ทำนาได้มั้ย หรือเข้าไปกอด และ การเต้นกังนัมสไตล์ อะไรแบบนี้ซึ่งมันกลายเป็นภาพตัวแทนความเป็นเมืองที่ตรึงเข้ามาใส่ตัวละคร จนสูญเสียความ นีโอเรียลลิส และเกือบจะกลายเป็นหนังดราม่าไป

- แม้หนังจะตั้งคำถามต่อบุคคลในครอบครัวนี้ ที่ไม่ยอมกลับบ้านเกิดต่อตนเอง ทำให้ครอบครัวนี้โหยหาอาลัยคิดถึงคนไกลบ้าน ซึ่งแน่นอนมันมีท่าทีการต่อว่าคนที่ทิ้งบ้านไป แต่สิ่งที่หนังก็ไม่ได้แสดงให้เห็นมากไปก็คือการทำให้เห็นว่าฐานครอบครัว นิยมนี้มันมีความสวยงามอย่างไร นอกเสียจากกว่า มีท่าทีวิพากษ์คนออกนอกวังพิกุลและมันยังแสดงให้เห็นถึงความดื้นรนที่คนใน วังพิกุลก็ต้องดิ้นรนอีกทอด เช่น ทำนาไม่ได้ หรือต้องหางานทำ มันเลยเป็นหนังที่แสดงภาพความปริร้าว ทั้งคนนอกและคนใน ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่สวยงามในทางหนึ่ง แต่เมื่อหนังพยายามจะเรียกร้องหรือวิพากษ์คนจากบ้านไปเพื่อทำงานที่อื่น แต่มันก็ไม่ได้แสดงความยูโธเปียของวังพิกุลแต่อย่างไร มันจึงเหมือนว่า มีแต่ทางตัน ไปก็โดนด่า กลับมาก็อาจอดอยากได้ มืดแปดด้านแทนเลย !!!

- ตัวละครสร ที่ตลอดทั้งเรื่องถูกยัดเยียดให้ทำงาน ซึ่งเราก็เห็นอยู่ว่าเขาเป็นทหาร มันทำให้เราขัดอกขัดใจอย่างรุนแรง ว่า ทำไมคนในวังพิกุลใจร้ายจัง เอะอะก็บอกโตแล้วให้หางานทำ ซึ่งนี้มันก็เป็นการไล่ออกไปหางาน ซึ่งในเมื่องวังพิกุลไม่สามารถมีงานรองรับพอให้สรทำ สุดท้ายสร ก็ต้องออกจากบ้านเพื่อไปหางานที่อื่นอยู่ดี

- สุดท้ายคือเแม้เราจะชอบการถ่ายทอดความธรรมดาของชีวิตชนบทมากๆ ซึ่งเหมือนจริงมาก แต่มันก็ไม่ได้กระทบใจเรามากแต่อย่างใด เหมือนกลับว่าหนังยังขาดอะไรสักอย่างที่เราเข้าไปสู่ความเป็นธรรมชาติและ ความบรรยากาศของพื้นที่แห่งนั้น อาจเป็นเพราะขาดบทสนทนาที่เป็นสิ่งที่คนในหมู่บ้านนั้นเขาคุยเล่นสนุกสนาน กันจริง นอกเหนือจากคุยเรื่องที่ติดอยู่กับประเด็น เช่นเรื่องทำนา ทำมาหากิน หรือฉากกินข้าว ซึ่งต้องมีอยู่แล้วในหนังสไตล์นี้ แต่มันยังไม่มีอะไรที่ทำให้เราเข้าไปสู่เรื่องราวของตัวละคร ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องราวไร้สาระ คำพูดชวนหัว ที่เขาคุยเล่นกัน หรืออะไรต่างๆนานา ที่เราไม่อาจต้องเข้าใจ แต่ขอให้มันแสดงจิตวิญญาณของความเป็นชนบทในตัวพวกเขาร่วมกับบรรยากาศที่เขา อยู่อาศัย

- มันจึงเป็นหนังที่พยายามจะสะท้อนให้เห็นถึงขั้วตรงข้ามระหว่างคนนอก-คนใน คนเมือง-คนชนบท ฯลฯ จนหลงลืมจิตวิญญาณบางอย่างไป ที่บางครั้งก็ไม่ได้ต้องการแสดงความสะท้อนสังคมบางอย่าง ซึ่งการสะท้อนมันมีได้ เพราะหนังนีโอเรียลลิสต์มันสะท้อนในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่การแสดงประเด็นมากไปมันทำให้หนังเสียจิตวิญญาณของนีโอเรียลลิสต์ไปในตัว

- ลืมเขียนอีกเรื่อง ชนบทในเรื่องนี้ เมื่อมันไม่ได้ลงหลักปักฐานว่าอยู่ในห้วงเวลาใด อดีต อนาคต ปีไหน ปัจจุบัน? มันทำให้ความเป็นชนบทของเรื่องนี้มันหลุดจากบริบทซึ่งพลังของมันดูจะน้อยลง ไป แม้สิ่งที่นำเสนอมันจะเป็นประเด็นสากลของความเป็นชนบทและความเป็นเมืองก็ตาม แต่มันก็ถูกนำเสนอวิเคราะห์กันมานักต่อนักแล้ว จนเราทำให้สุดท้ายเราไม่สามารถกลับมาย้อนพูดประเด็นบริบทเพื่อดูว่าอะไรที่ สังคมเปลี่ยนไป เพราะประเด็นเรื่องการจากบ้านออกไปทำงานในเมืองหรือจังหวัดรอบข้างก็เป็น ประเด็นมานานแล้ว พลังความจริงทางสังคมของมันจึงลดลง หรือมันทำให้สุดท้ายก็เป็นการบอกว่า มนุษย์ก็ไม่มีทางเลือกใดนอกจากการอยู่รอดด้านปากท้องเลยจริงๆ

ที่มา: http://a-bellamy.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
VOTED: B u s
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026ถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้วหมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"ประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุดรู้หรือไม่ ประเทศไหนนิยม ผลไม้ ไทยมากที่สุดห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบันจังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่