" อึ " กับ " ใบหน้า " ใกล้กันยิ่งกว่าที่คิด (เรื่องขี้ ๆ )
โพสท์โดย กิตตินันท์
ใครเคยอึแล้วหันกลับไปมองมันอย่างพินิจพิจารณาบ้าง ? ไม่มี ! ยิ่งทุกวันนี้เครื่องสุขภัณฑ์หรูหราทันสมัย อึก็ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ถูกทำให้ " ห่างเหิน " จากเจ้าของมันมากขึ้น ทั้งๆ ที่อึนั่นแหละคือ " สัญญาณ " ที่ดีของระบบสุขภาพคนเรา เพราะมันจะสะท้อนว่าเรากินอะไรเข้าไป และร่างกายซึมซับได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้สุดท้ายก็ส่งผลต่อความอ่อนวัยของใบหน้าคนเราด้วย " อึ " จึงสัมพันธ์กับ " ใบหน้า " อย่างใกล้ชิด !!
การเดินทางของอาหาร หลังจากผ่านเข้าสู่ปาก แล้วถูกย่อยด้วยกระเพาะอาหาร ก่อนจะส่งต่อไปยังลำไส้เล็กจนถึงลำไส้ใหญ่ " อาหารจะตกอยู่ในลำไส้ประมาณ 60-100 ชั่วโมง " แต่เนื่องจากว่าระบบการย่อยของคนเราถูกสร้างขึ้นมาสำหรับสัตว์กินพืช ลำไส้จึงไม่เชี่ยวชาญในการย่อยเนื้อ จึงทำให้เกิดคราบตกค้างตามซอกของลำไส้ ซึ่งนานวันมันก็จะเกิดการสะสมและเป็นสาเหตุของอาการท้องผูก ดังนั้น เราต้องกินผักซึ่งเป็นไม้กวาดลำไส้ ซึ่งจะอยู่ในลำไส้ไม่เกิน 1 วัน จะช่วยชะล้างคราบเหล่านั้นออกไปพร้อมกันด้วย ควรรับประทานผักอย่างน้อย 1 ถ้วยต่อวัน เพื่อทำให้ขนาดของอึพอดีกับลำไส้ และขับเคลื่อนผ่านไปได้สะดวก
อึ สามารถบอกได้ว่าใครสุขภาพดีทั้งร่ายกาย และใบหน้าอย่างไร เจ้าของอึเลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้องหรือไม่ พร้อมอยากให้ทุกคนได้เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ โดยหันหลังกลับไปดูสิ่งที่ขับถ่ายออกไป ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เข้าใจสุขภาพของตัวเองได้ถูกต้อง
" อึ " ที่ลอยฟ่อง เป็นก้อนแตกกระจาย ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นก้อนยาวๆ ถ่ายได้ง่ายโดยไม่ต้องเบ่ง สีเขียวขี้ม้า หรือเหลืองทอง บ่งบอกว่าลำไส้ใหญ่สะอาด ไม่มีคราบตะกอนหมักหมม ถือเป็นคนที่เลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้อง และมีสุขภาพดี
ส่วนถ้าใคร " อึ " เป็นก้อน จมน้ำ แต่ไม่ถึงกับเหม็นมาก สีค่อนข้างคล้ำ แสดงว่า กินเนื้อสัตว์เยอะกว่าผัก ถือว่า เป็นคนสุขภาพปานกลาง ซึ่งควรจะต้องรับประทานผักให้มากกว่านี้
แต่ถ้าสังเกตดูแล้วเห็นว่า " อึ " ติดชักโครกเป็นคราบเหนียวหนึบหนับ จับเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็นตลบอบอวล สีออกน้ำตาลดำ เข้าขั้นน่าเป็นห่วง เพราะบ่งบอกว่า สุขภาพย่ำแย่ เนื่องจากกินแต่เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งขัดขาว หรือข้าวขาวที่ไม่มีเส้นใย และที่สำคัญไม่ได้มีผักในอาหารแต่ละมื้อเลย
" อึ " ที่เข้าข่ายวิกฤติ และต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะอาจก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ คือ อึที่ เหนียวข้น สีดำเข้ม มีเลือดออกมากับอุจจาระ มีอาการท้องเสียสลับกับท้องผูกบ่อยๆ น้ำหนักตัวลดเร็ว และเบื่ออาหาร ควรแก้ไขโดยการกิน ผักผลไม้เยอะๆ รวมถึงธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งจะช่วยดูดซึมและขนถ่ายโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไปใช้ประโยชน์มากขึ้น ช่วยเพิ่มเนื้ออุจจาระ ทำให้ขนาดพอเหมาะกับการบิดตัวของลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็ง และท้องจะไม่ผูกอีกต่อไป
การดื่มน้ำเยอะๆ วันละ 6-8 แก้ว กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย และขับถ่ายเป็นเวลา จะทำให้สุขภาพดีและมีใบหน้าที่สดใส อ่อนกว่าวัย ... เชื่อ ไม่เชื่อ ก็ต้องลองนำไปใช้กันดู พร้อมทั้งอย่าลืมพิสูจน์ " อึ " ของตัวเองหลังปล่อยออกมาทุกครั้ง เป็นวิถีทางที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบสุขภาพของตัวเอง
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
เปิด 30 วิธีเลิกขี้เกียจ เปลี่ยนพฤติกรรมสู่ความสำเร็จ
นักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน
จีนเปิดตัวเรือสำราญขนาดใหญ่ลำใหม่ ก้าวใหญ่ของอุตสาหกรรมต่อเรือโลก
"ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์" เมื่อเจ้าของบริษัทน้ำมันมานั่งคุมราคาน้ำมัน
ทำไมเวลาเครียด ๆ การได้ออกไปกินอะไรอร่อย ๆ ถึงช่วยเยียวยาใจเราได้?
10 รายจ่ายที่คนไทย ‘ไม่คิดว่าเปลือง’ แต่กินเงินเงียบที่สุดในแต่ละเดือน
ต้นกำเนิดของ "น้ำจิ้มซีฟู้ด"
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีหัวรบนิวเคลียร์ประจำการอยู่ในปัจจุบัน