หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

THE RAILWAY MAN หนังดราม่า เรื่องจริงจากการสร้างทางรถไฟสายมรณะ


โพสท์โดย

เรื่องจริงของนายทหารเอริก โลแมกซ์ (โคลิน เฟิร์ธ) เชลยผู้รอดชีวิตจากทางรถไฟสายมรณะ ร่วมรับรู้ความจริงของสงคราม 365 วัน รางเหล็ก 300 กิโลเมตร ข้ามผ่านประเทศไทยที่แลกมาด้วยชีวิตนับพัน ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของโจนาธาน เทปลิซกี้ เข้าฉาย 24 เมษายน ศกนี้

 

 


เรื่องย่อ


       ในปี 1942 ทหารหนุ่มนับหมื่นคนต้องกลายเป็นเชลยสงครามการรบกับประเทศญี่ปุ่น เชอร์ชิลเรียกเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “หายนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นกับจักรวรรดิอังกฤษ” เอริค โลแมกซ์วัย 21 ปี ซึ่งเคยประกอบอาชีพเป็นวิศวกรไฟฟ้าผู้มีความรักและหลงใหลในเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟเป็นหนึ่งในชายหนุ่มนับหมื่นที่ต้องเขาร่วมในสงครามครั้งนี้

       เขาถูกส่งให้ไปดูแลงานด้านโครงสร้างของทางรถไฟสายมรณะในประเทศไทย ที่นั่น เอริคต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ พวกเขาถูกทำร้ายหิน ถูกทุบตี ต้องพบกับความอดอยากและโรคร้าย เอริคได้ประดิษฐ์วิทยุเครื่องหนึ่งซึ่งกลายเป็นสิ่งที่สร้างความหวังให้แก่ทุกคน เมื่อได้รับข่าวความพ่ายแพ้ของฮิตเลอร์ มันถือเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้พวกเขาผ่านพ้นแต่ละวันอันโหดร้ายไปได้ แต่แล้ววิทยุเครื่องนั้นก็ถูกทหารฝ่ายตรงข้ามพบเข้า เอริคต้องถูกทุบตีที่ใบหน้า ถูกสอบสวน และถูกทารุณด้วยวิธีต่างๆมากมาย จนเกือบจะไม่มีโอกาสรอดเพื่อที่จะกลับไปหาครอบครัว แม้เขาจะโชคดีที่ได้เดินกลับประเทศบ้านเกิดในท้ายที่สุด แต่เขาก็ถูกหลอกหลอนด้วยประสบการณ์ในอดีตและใบหน้าของเหล่าทหารชาวญี่ปุ่น ทำให้เอริคเริ่มที่จะปิดกั้นตัวเองออกจากโลกที่เขาเคยอยู่

 

 

       แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เขาก็ได้พบกับหญิงงามคนหนึ่งบนรถไฟ เธอทำให้เขาหัวเราะออกมาได้เป็นครั้งแรก ทั้งคู่แต่งงานกันในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในคืนแต่งงานนั้นเองที่ฝันร้ายของเอริคได้หลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง มันคือภาพความฝันที่มีทหารหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งดึงเขากลับไปสู่ฝันร้ายในอดีตเสมือนจะบอกว่า สงครามครั้งนั้นไม่มีวันจบสิ้น ภรรยาของเขา แพทตี้ พบเอริคบนพื้นห้อง ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกละอายใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เอริคก็ถอยหลังกลับไปปิดกั้นตัวเขาเองอีกครั้ง ส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาเริ่มดิ่งลงเหวยากเกินจะอดทนอีกครั้ง

 

 

       แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เขาก็ได้พบกับหญิงงามคนหนึ่งบนรถไฟ เธอทำให้เขาหัวเราะออกมาได้เป็นครั้งแรก ทั้งคู่แต่งงานกันในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในคืนแต่งงานนั้นเองที่ฝันร้ายของเอริคได้หลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง มันคือภาพความฝันที่มีทหารหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งดึงเขากลับไปสู่ฝันร้ายในอดีตเสมือนจะบอกว่า สงครามครั้งนั้นไม่มีวันจบสิ้น ภรรยาของเขา แพทตี้ พบเอริคบนพื้นห้อง ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกละอายใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เอริคก็ถอยหลังกลับไปปิดกั้นตัวเขาเองอีกครั้ง ส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาเริ่มดิ่งลงเหวยากเกินจะอดทนอีกครั้ง

 

 

ภูมิหลัง – ทางรถไฟสายมรณะ

 

       เชอร์ชิลเรียกความพ่ายแพ้ของสิงค์โปร์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1942 ว่า “หายนะครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับจักรวรรดิอังกฤษ” ด้วยความไม่คุ้นเคยต่อพื้นที่ป่า พวกเขามีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะต่อกรกับศัตรูซึ่งดาหน้าเข้ามาโจมตี
ในที่สุด ทหารอังกฤษ 25000 นาย และ ออสเตรเลีย 18000 นาย ก็ตกเป็นเชลยสงคราม ให้แก่เหล่าทหารญี่ปุ่นที่พร้อมด้วยกำลังกว่า 200000 นาย


       ความพ่ายแพ้ของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นในเดือน มิถุนายน 1942 ได้ส่งผลกระทบให้เกิดการปิดเส้นทางเดินเรือสู่มหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อประเทศจีนกับประเทศอินเดีย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของญี่ปุ่นในประเทศพม่า เส้นทางที่ยังคงต้องได้รับการสร้าง คิดเป็นความยาวกว่า 415 กิโลเมตรจากประเทศไทยสู่ประเทศพม่า ซึ่งได้รับการขนานนามในภายหลังว่า “ทางรถไฟสายมรณะ”

 

       ทางรัฐบาลอังกฤษได้เคยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการสร้างทางรถไฟสายนี้ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน แต่ก็ไม่ได้รับการสานต่อเนื่อจากปัญหาด้านการคมนาคมในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาและป่าทึบ อากาศที่ร้อนชื้น รวมถึงปัญหาด้านสุขอนามัย ล้วนเป็นอุปสรรคในแง่ของการขนส่งทั้งสิ้น

       รัฐบาลญี่ปุ่นเลือกที่จะไม่ลงนามในอนุสัญญาเจนีวา และเขื่อว่าพวกเขามีสิทธิเหนือเชลยสงครามทั้งหมด ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เชลยสงครามเหล่านี้ทำงานให้แก่พวกเขาเพื่อสร้างทางรถไฟ

       ทางกลางสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย ทหารอังกฤษ 6,648 นาย ออสเตรเลีย 2,710 นายที่ตกเป็นเชลยศึกเสียชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้ และอีกจำนวนมากที่ได้เดินทางกลับบ้านพร้อมกับความทรงจำอันเลวร้ายที่หลอกหลอนพวกเขาไปตลอดชีวิต ทั้งความเครียด ความกดดัน การถูกทารุณ

       เป็นที่น่าเหลือเชื่อว่าผู้คนจำนวนมาก ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทางรถไฟสายมรณะแห่งนี้ ครั้งหนึ่งได้เคยมีการสร้างภาพยนตร์อย่างThe Bridge On The River Kwai ซึ่งถูกสร้างออกมาในรูปแบบของเรื่องแต่ง แต่เอริคได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า “ผมไม่เคยเห็นเชลยสงครามอยู่ดีกินดีอย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้หรอก”

 

ผู้เขียนหนังสือ

 

คลิปจากYOUTUBE

 

 

เนื้อหาเพิ่มเติม

https://movie.postjung.com/1269.html

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สุมาอี้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11,575 ครั้ง
โพสท์โดย สุมาอี้
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
48 VOTES (4/5 จาก 12 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปีเปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวายอยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/695 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทยเครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุดที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทยเครื่องบินตกกลางถนน เป็นภาพที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเมื่อน้ำดื่มกลายเป็นยาพิษ! เจาะลึก "ไซเบอร์โจมตี" ระบบประปา สงครามเงียบที่อันตรายกว่าระเบิดพื้นที่เดียวของเมืองกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
ตั้งกระทู้ใหม่