ความหมายของประเพณีสงกรานต์
โพสท์โดย รวมมิตร
ความหมายของประเพณีสงกรานต์
ที่มา : https://sites.google.com/site/praphenisngkrantthiy/prawati-khwam-pen-mas-ngk-ran-t/khwam-hmay-khxng-prapheni-sngkrant

คำว่า "สงกรานต์" เป็นภาษาสันสฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้นหรือเคลื่อนที่ หมายถึง ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนจาก ราศีมีนสู่ราศีเมษ ถือว่าเป็นสงกรานต์ปี จะเรียกพิเศษว่า "มหาสงกรานต์" อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นการนับทางสุริยคติ จะตกอยู่ในระหว่างวันที่ ๑๓ , ๑๔ และ ๑๕ เมษายน โดยแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้
* วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ มาแล้ว ๑๒ เดือน ซึ่งวันที่ ๑๓ เมษายนนี้ทางการ ยังกำหนดให้เป็น วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ด้วย เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งมักเป็นบุพการีหรือผู้อาวุโสที่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชุนชน/บ้านเมืองหรือสังคมนั้นๆมาแล้ว
* วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเรียบร้อยแล้ว วันนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น วันครอบครัว ด้วย
*วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือ วันพญาวัน คือ วันเริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ หรือวันเริ่มปีใหม่
ทั้งสามวันนี้หากคำนวณตามโหราศาสตร์จริงๆอาจจะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง เช่น วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน แต่เพื่อให้จดจำได้ง่าย จึงกำหนดเรียกตามที่กล่าวข้างต้น
จากการที่สงกรานต์เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาช้านาน และมี ธรรมเนียมปฏิบัติที่ชัดเจนสืบทอดต่อมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม มีความมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขแก่จิตใจ ครอบครัวและสังคมเป็นสำคัญ เทศกาลนี้จึงมีกิจกรรมที่หลากหลายและมีเหตุผลในการกระทำทั้งสิ้น ซึ่งจะขอยกตัวอย่างกิจกรรมต่าง ๆ ที่นิยมจัดหรือ ปฏิบัติกันในภาคต่าง ๆ เป็นภาพรวมเพื่อให้ทราบ ดังต่อไปนี้
ก่อนวันสงกรานต์ มักจะเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการต้อนรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันปีใหม่ คือ การทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงข้าวของ เครื่องใช้ บางคนก็ไปช่วยทำความสะอาดที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น วัด โรงเรียน ชุมชน เป็นต้น รวมทั้งมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวานเพื่อไปทำบุญ หลาย ๆ คนก็มีการจัดเตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับที่จะใส่ไปทำบุญ ตลอดจนมีการจัดผ้าที่จะนำไปไหว้ผู้ใหญ่ที่จะไปรดน้ำขอพรจากท่านด้วย
การเตรียมตัวในเรื่องต่าง ๆ ก่อนวันสงกรานต์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความสะอาด การจัดทำอาหารไปทำบุญ ฯลฯ จะทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีความหวัง และรอคอยด้วยความสุข การได้ทำความสะอาดบ้านก็เหมือนการได้ฝึกชำระจิตใจล่วงหน้าไปในตัว
วันสงกรานต์ เมื่อวันสงกรานต์มาถึง ก็จะเป็นเวลาที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส จิตใจเบิกบาน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ก็มักจะเป็น การทำบุญตักบาตรตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด ทำบุญอัฐิ อาจจะนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หากไม่มีก็เขียนเพียงชื่อในกระดาษก็ได้ เมื่อบังสุกุลเสร็จแล้วก็เผากระดาษนั้นเสีย การสรงน้ำพระ จะมี ๒ แบบ คือ สรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
นอกจากนี้ยังมี การก่อเจดีย์ทราย โดยนำทรายมาก่อเป็นเจดีย์ต่างๆในวัด จุดประสงค์ก็คือให้วัดได้ประโยชน์ในการก่อสร้างหรือใช้ถมพื้นต่อไป เพราะสมัยก่อนคนมักเข้าวัดทำกิจกรรมต่าง ๆ เขาก็ถือว่าทรายอาจติดเท้าออกไป ดังนั้นเมื่อถึงปีหนึ่งก็ควรจะขนทรายไปใช้คืนให้แก่วัดการปล่อยนกปล่อยปลา ซึ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์มักจะเป็นหน้าแล้ง น้ำแห้งขอดอาจจะทำให้ปลาตาย จึงมักมีการปล่อยนกปล่อยปลาที่ติดบ่วงติดน้ำตื้นให้เป็นอิสระ หรือบางแห่งก็มีการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ
นอกเหนือไปจากการทำบุญข้างต้นแล้ว ก็ยังมีการรดน้ำ ขอพรผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือในครอบครัว ชุมชนหรือที่ทำงาน การรดน้ำอาจจะรดทั้งตัวหรือเฉพาะที่ฝ่ามือก็ได้ และควรจัดเตรียมผ้านุ่งหรือของไปเคารพท่านด้วย
สำหรับการเล่นรื่นเริง จะมีหลายอย่าง เช่น เข้าทรงแม่ศรี การเข้าผีลิงลม การเล่นสะบ้าเล่นลูกช่วง เล่นเพลงพิษฐาน(อธิษฐาน) รวมไปถึงมหรสพและการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละการละเล่นนั้นจะขึ้นอยู่กับความนิยมของคนในพื้นที่นั้น ๆ
กิจกรรมอีกอย่างที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสงกรานต์ ไปแล้วก็คือ การเล่นรดน้ำ ระหว่างเด็ก ๆ และหนุ่มสาว ซึ่งแต่เดิมนั้นมักเล่นกันเฉพาะในหมู่ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างกัน โดยจะใช้น้ำสะอาดผสมน้ำอบ หรือน้ำหอม และเล่นสาดกันด้วยความสุภาพ
ประวัติตำนานสงกรานต์
มีท่านเศรษฐีผู้หนึ่งไม่มีบุตรแต่ต้องการบุตรมาก ด้วยถูกนักเลงสุราที่บ้านใกล้กันนั้นกล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี ท่านเศรษฐีจึงกล่าวถามว่า "เหตุใดท่านจึง กล่าวดูถูกเราผู้มีสมบัติมาก" นักเลงสุราตอบกลับว่า "ถึงแม้ท่านเป็นผู้มีสมบัติมาก แต่ท่านก็ไม่มีบุตร เมื่อเสียชีวิตแล้ว สมบัติเหล่านี้ก็สูญเปล่า เรานั้นมีบุตร ย่อมประเสริฐกว่า" ท่านเศรษฐีจึงได้จัดพิธีบวงสรวงขอบุตรจากพระอาทิตย์ และพระจันทร์ รอนานสามปีก็มิได้เกิดบุตร เมื่ออาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ท่านเศรษฐีจึงพาบริวารไปบวงสรวงขอบุตรจากพระไทร พระไทรมีความเมตตาสงสารเศรษฐีผู้นี้ จึงได้ขึ้นไปบนสวรรค์ทูลขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐี ผู้นั้น พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรลงมาเกิดเป็นบุตรของท่านเศรษฐี
เมื่อภรรยาของท่านเศรษฐีคลอดบุตร ท่านเศรษฐีได้ปลูกปราสาทเจ็ดชั้นให้อยู่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ และตั้งชื่อให้ว่าธรรมบาลกุมารธรรมบาลกุมารนี้เป็น เด็กที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างมาก เรียนรู้ไตรเทพจบเมื่ออายุ ๗ ขวบอีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานกได้อีก ความดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงท้าวกบิลพรหม ท่านจึงต้องการที่จะทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร ท้าวกบิลพรหมจึงได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อคือ
ข้อที่ ๑ เช้าราศีสถิตอยู่แห่งใด
ข้อที่ ๒ เที่ยงราศีสถิตอยู่แห่งใด
ข้อที่ ๓ ค่ำราศีสถิตอยู่แห่งใด
และตกลงกันว่า ถ้าธรรมกุมารสามารถตอบปัญหา ๓ ข้อนี้ได้ ภายใน ๗ วัน จะตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบปัญหาได้ ธรรมบาลกุมารต้องตัดศีรษะของตนบูชาท้าวกบิลพรหมเช่นกัน
เวลาล่วงเลยไปถึง ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ ด้วยความกลัวอาญาท้าวกบิลพรหม ธรรมบาลกุมาร จึงได้หนีไปแอบซ่อนอยู่ใต้ต้นตาลและบนต้นตาลนั้นมีนกอินทรี ๒ ตัว ผัวเมียทำรังอยู่นกอินทรีทั้งสองได้สนทนากันอยู่ในเรื่องการออกไปหากินในวันพรุ่งนี้ นางนกอินทรี : "พรุ่งนี้เราจะไปหากินที่ไหนกันดี "นกอินทรีตัวผู้ : "พรุ่งนี้เราไม่ต้องออกไปหากินไกลหรอก ด้วยพรุ่งนี้ธรรมบาลกุมารจะต้องตัดศีรษะบูชาท้าวกบิลพรหม เนื่องจากตอบปัญหาไม่ได้"
นางนกอินทรี : "น่าสงสารกุมารน้อยยิ่งนัก ท้าวกบิลพรหมก็ช่างถามปัญหาที่มนุษย์เกินจะตอบได้"
นกอินทรีรู้สึกหมั่นไส้นางนกอินทรีจึงได้บอกถึงคำตอบที่ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารให้นางนกอินทรีได้รู้
นกอินทรีตัวผู้ : "ราศีแห่งมนุษย์นั้นจะสถิตอยู่ที่ร่างกายต่างวาระกัน คือ เวลาเช้าจะสถิตอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีสถิตอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องปะพรมน้ำที่หน้าอก และเวลาค่ำสถิตอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้า จึงจะพ้นอัปรีย์จัญไรทั้งปวง"
ธรรมบาลกุมารเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ได้จดจำคำตอบและนำไปบอกแก่ท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่เศียรของท้าวกบิลพรหมมีพิษมาก คือ ถ้าตัดแล้วตั้งไว้บนแผ่นดิน แผ่นดินก็จะลุกเป็นไฟ ถ้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าฝนก็จะตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล และถ้าทิ้งลงมหาสมุทรน้ำก็จะเหือดแห้ง ท้าวกบิลพรหมจึงรับสั่งเรียกธิดาทั้ง ๗ เพื่อให้นำเศียรของท้าวกบิลพรหมไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในมณฑปถ้ำธุลีเขาไกรลาศ ครั้นครบกำหนด ๓๖๕ วัน (โลกสมมุติว่าเป็น ๑ปี) เป็นสงกรานต์ ซึ่งหมายถึงขึ้นปีใหม่นั้นเอง นางสงกรานต์ก็จะต้องนำเศียรของท้าวกบิลพรหมแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี
ที่มา : https://sites.google.com/site/praphenisngkrantthiy/prawati-khwam-pen-mas-ngk-ran-t/khwam-hmay-khxng-prapheni-sngkrant

คำว่า "สงกรานต์" เป็นภาษาสันสฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้นหรือเคลื่อนที่ หมายถึง ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนจาก ราศีมีนสู่ราศีเมษ ถือว่าเป็นสงกรานต์ปี จะเรียกพิเศษว่า "มหาสงกรานต์" อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นการนับทางสุริยคติ จะตกอยู่ในระหว่างวันที่ ๑๓ , ๑๔ และ ๑๕ เมษายน โดยแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้
* วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ มาแล้ว ๑๒ เดือน ซึ่งวันที่ ๑๓ เมษายนนี้ทางการ ยังกำหนดให้เป็น วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ด้วย เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งมักเป็นบุพการีหรือผู้อาวุโสที่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชุนชน/บ้านเมืองหรือสังคมนั้นๆมาแล้ว
* วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเรียบร้อยแล้ว วันนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น วันครอบครัว ด้วย
*วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือ วันพญาวัน คือ วันเริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ หรือวันเริ่มปีใหม่
ทั้งสามวันนี้หากคำนวณตามโหราศาสตร์จริงๆอาจจะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง เช่น วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน แต่เพื่อให้จดจำได้ง่าย จึงกำหนดเรียกตามที่กล่าวข้างต้น
จากการที่สงกรานต์เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาช้านาน และมี ธรรมเนียมปฏิบัติที่ชัดเจนสืบทอดต่อมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม มีความมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขแก่จิตใจ ครอบครัวและสังคมเป็นสำคัญ เทศกาลนี้จึงมีกิจกรรมที่หลากหลายและมีเหตุผลในการกระทำทั้งสิ้น ซึ่งจะขอยกตัวอย่างกิจกรรมต่าง ๆ ที่นิยมจัดหรือ ปฏิบัติกันในภาคต่าง ๆ เป็นภาพรวมเพื่อให้ทราบ ดังต่อไปนี้
ก่อนวันสงกรานต์ มักจะเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการต้อนรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันปีใหม่ คือ การทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงข้าวของ เครื่องใช้ บางคนก็ไปช่วยทำความสะอาดที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น วัด โรงเรียน ชุมชน เป็นต้น รวมทั้งมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวานเพื่อไปทำบุญ หลาย ๆ คนก็มีการจัดเตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับที่จะใส่ไปทำบุญ ตลอดจนมีการจัดผ้าที่จะนำไปไหว้ผู้ใหญ่ที่จะไปรดน้ำขอพรจากท่านด้วย
การเตรียมตัวในเรื่องต่าง ๆ ก่อนวันสงกรานต์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความสะอาด การจัดทำอาหารไปทำบุญ ฯลฯ จะทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีความหวัง และรอคอยด้วยความสุข การได้ทำความสะอาดบ้านก็เหมือนการได้ฝึกชำระจิตใจล่วงหน้าไปในตัว
วันสงกรานต์ เมื่อวันสงกรานต์มาถึง ก็จะเป็นเวลาที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส จิตใจเบิกบาน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ก็มักจะเป็น การทำบุญตักบาตรตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด ทำบุญอัฐิ อาจจะนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หากไม่มีก็เขียนเพียงชื่อในกระดาษก็ได้ เมื่อบังสุกุลเสร็จแล้วก็เผากระดาษนั้นเสีย การสรงน้ำพระ จะมี ๒ แบบ คือ สรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
นอกจากนี้ยังมี การก่อเจดีย์ทราย โดยนำทรายมาก่อเป็นเจดีย์ต่างๆในวัด จุดประสงค์ก็คือให้วัดได้ประโยชน์ในการก่อสร้างหรือใช้ถมพื้นต่อไป เพราะสมัยก่อนคนมักเข้าวัดทำกิจกรรมต่าง ๆ เขาก็ถือว่าทรายอาจติดเท้าออกไป ดังนั้นเมื่อถึงปีหนึ่งก็ควรจะขนทรายไปใช้คืนให้แก่วัดการปล่อยนกปล่อยปลา ซึ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์มักจะเป็นหน้าแล้ง น้ำแห้งขอดอาจจะทำให้ปลาตาย จึงมักมีการปล่อยนกปล่อยปลาที่ติดบ่วงติดน้ำตื้นให้เป็นอิสระ หรือบางแห่งก็มีการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ
นอกเหนือไปจากการทำบุญข้างต้นแล้ว ก็ยังมีการรดน้ำ ขอพรผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือในครอบครัว ชุมชนหรือที่ทำงาน การรดน้ำอาจจะรดทั้งตัวหรือเฉพาะที่ฝ่ามือก็ได้ และควรจัดเตรียมผ้านุ่งหรือของไปเคารพท่านด้วย
สำหรับการเล่นรื่นเริง จะมีหลายอย่าง เช่น เข้าทรงแม่ศรี การเข้าผีลิงลม การเล่นสะบ้าเล่นลูกช่วง เล่นเพลงพิษฐาน(อธิษฐาน) รวมไปถึงมหรสพและการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละการละเล่นนั้นจะขึ้นอยู่กับความนิยมของคนในพื้นที่นั้น ๆ
กิจกรรมอีกอย่างที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสงกรานต์ ไปแล้วก็คือ การเล่นรดน้ำ ระหว่างเด็ก ๆ และหนุ่มสาว ซึ่งแต่เดิมนั้นมักเล่นกันเฉพาะในหมู่ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างกัน โดยจะใช้น้ำสะอาดผสมน้ำอบ หรือน้ำหอม และเล่นสาดกันด้วยความสุภาพ
ประวัติตำนานสงกรานต์
มีท่านเศรษฐีผู้หนึ่งไม่มีบุตรแต่ต้องการบุตรมาก ด้วยถูกนักเลงสุราที่บ้านใกล้กันนั้นกล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี ท่านเศรษฐีจึงกล่าวถามว่า "เหตุใดท่านจึง กล่าวดูถูกเราผู้มีสมบัติมาก" นักเลงสุราตอบกลับว่า "ถึงแม้ท่านเป็นผู้มีสมบัติมาก แต่ท่านก็ไม่มีบุตร เมื่อเสียชีวิตแล้ว สมบัติเหล่านี้ก็สูญเปล่า เรานั้นมีบุตร ย่อมประเสริฐกว่า" ท่านเศรษฐีจึงได้จัดพิธีบวงสรวงขอบุตรจากพระอาทิตย์ และพระจันทร์ รอนานสามปีก็มิได้เกิดบุตร เมื่ออาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ท่านเศรษฐีจึงพาบริวารไปบวงสรวงขอบุตรจากพระไทร พระไทรมีความเมตตาสงสารเศรษฐีผู้นี้ จึงได้ขึ้นไปบนสวรรค์ทูลขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐี ผู้นั้น พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรลงมาเกิดเป็นบุตรของท่านเศรษฐี
เมื่อภรรยาของท่านเศรษฐีคลอดบุตร ท่านเศรษฐีได้ปลูกปราสาทเจ็ดชั้นให้อยู่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ และตั้งชื่อให้ว่าธรรมบาลกุมารธรรมบาลกุมารนี้เป็น เด็กที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างมาก เรียนรู้ไตรเทพจบเมื่ออายุ ๗ ขวบอีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานกได้อีก ความดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงท้าวกบิลพรหม ท่านจึงต้องการที่จะทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร ท้าวกบิลพรหมจึงได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อคือ
ข้อที่ ๑ เช้าราศีสถิตอยู่แห่งใด
ข้อที่ ๒ เที่ยงราศีสถิตอยู่แห่งใด
ข้อที่ ๓ ค่ำราศีสถิตอยู่แห่งใด
และตกลงกันว่า ถ้าธรรมกุมารสามารถตอบปัญหา ๓ ข้อนี้ได้ ภายใน ๗ วัน จะตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบปัญหาได้ ธรรมบาลกุมารต้องตัดศีรษะของตนบูชาท้าวกบิลพรหมเช่นกัน
เวลาล่วงเลยไปถึง ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ ด้วยความกลัวอาญาท้าวกบิลพรหม ธรรมบาลกุมาร จึงได้หนีไปแอบซ่อนอยู่ใต้ต้นตาลและบนต้นตาลนั้นมีนกอินทรี ๒ ตัว ผัวเมียทำรังอยู่นกอินทรีทั้งสองได้สนทนากันอยู่ในเรื่องการออกไปหากินในวันพรุ่งนี้ นางนกอินทรี : "พรุ่งนี้เราจะไปหากินที่ไหนกันดี "นกอินทรีตัวผู้ : "พรุ่งนี้เราไม่ต้องออกไปหากินไกลหรอก ด้วยพรุ่งนี้ธรรมบาลกุมารจะต้องตัดศีรษะบูชาท้าวกบิลพรหม เนื่องจากตอบปัญหาไม่ได้"
นางนกอินทรี : "น่าสงสารกุมารน้อยยิ่งนัก ท้าวกบิลพรหมก็ช่างถามปัญหาที่มนุษย์เกินจะตอบได้"
นกอินทรีรู้สึกหมั่นไส้นางนกอินทรีจึงได้บอกถึงคำตอบที่ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารให้นางนกอินทรีได้รู้
นกอินทรีตัวผู้ : "ราศีแห่งมนุษย์นั้นจะสถิตอยู่ที่ร่างกายต่างวาระกัน คือ เวลาเช้าจะสถิตอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีสถิตอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องปะพรมน้ำที่หน้าอก และเวลาค่ำสถิตอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้า จึงจะพ้นอัปรีย์จัญไรทั้งปวง"
ธรรมบาลกุมารเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ได้จดจำคำตอบและนำไปบอกแก่ท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร แต่เศียรของท้าวกบิลพรหมมีพิษมาก คือ ถ้าตัดแล้วตั้งไว้บนแผ่นดิน แผ่นดินก็จะลุกเป็นไฟ ถ้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าฝนก็จะตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล และถ้าทิ้งลงมหาสมุทรน้ำก็จะเหือดแห้ง ท้าวกบิลพรหมจึงรับสั่งเรียกธิดาทั้ง ๗ เพื่อให้นำเศียรของท้าวกบิลพรหมไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในมณฑปถ้ำธุลีเขาไกรลาศ ครั้นครบกำหนด ๓๖๕ วัน (โลกสมมุติว่าเป็น ๑ปี) เป็นสงกรานต์ ซึ่งหมายถึงขึ้นปีใหม่นั้นเอง นางสงกรานต์ก็จะต้องนำเศียรของท้าวกบิลพรหมแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
เตือนภัยใกล้ตัว! ยาแก้แพ้ 4 ชนิดอันตราย กินบ่อยเสี่ยงสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ถามหา
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
รวมอาจารย์ดังเลขเด็ด งวด 17 มกราคม 2569
จากร็อกเกอร์ในตำนานสู่เก้าอี้สภา: "เจี๊ยบ พิสุทธิ์" เลื่อนลำดับนั่ง สว. กลุ่มบันเทิงคนใหม่
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาชีพในฝันที่ยังคงครองใจคนไทยได้ทุกยุคทุกสมัย