มิยาซากิ ทสึโตมุ ฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฆาตกรรมเด็กหญิงที่โด่งดังในญี่ปุ่น
นายหนุ่ยฆาตกรที่ฆาตกรรมน้องการ์ตูน น้องหญิง แต่อาจจะมีเหยื่อที่มากกว่านั้น ทำให้เราสนใจเรื่องของนายมิยาซากิ ทสึโตมุ ฆาตกรต่อเนื่องที่ฆาตกรรมเด็กหญิงเช่นเดียวกัน กระทู้นี้อาจจะยาวมากสักหน่อย แต่เราว่าน่าสนใจ และอาจจะทำให้เรารู้ว่าเหตุใดฆาตกรจึงมุ่งทำร้ายเด็ก....
มิยาซากิ ทสึโตมุ (1962-2008) The Otaku Murderer, The Little Girl Murderer, Dracula
(คดีฆาตกรรมเด็กหญิงต่อเนื่องที่โตเกียวกับไซตามะ หรือบ้างก็เรียกคดีมิยาซากิ, คดีมิยาซากิ ทสึโตมุ, คดี M คุง, คดี M)
มิยาซากิ ทสึโตมุ ในวัยเด็ก
มิยาซากิ ทสึโตมุ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1962 ในครอบครัวผู้มีฐานะปานกลางที่เมืองนิชิทามะ จังหวัดโตเกียว บิดาและมารดาทำงานกันทั้งคู่ ทสึโตมุในวัยเด็กจึงโตมากับปู่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่คนในเมืองนับถือกับพี่ เลี้ยงซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา ปู่เอ็นดูทสึโตมุเป็นอย่างมาก และตัวเขาเองซึ่งเป็นเด็กเก็บตัวก็เคารพเชื่อฟังปู่มากเช่นกัน
ทสึโตมุ เป็นโรคข้อเชื่อมกระดูกบกพร่องโดยกำเนิดซึ่งทำให้เขาไม่สามารถหงาย ฝ่ามือขึ้นด้านบนได้ และนี่เองที่กลายมาเป็นปมด้อยของเขาตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเขาเป็นเด็กคนเดียวในชั้นอนุบาลที่ไม่สามารถทำท่า"ขอ"หรือเล่นเกม ได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ สมัยประถม ทสึโตมุเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ไม่ถนัดวิชาภาษาญี่ปุ่นกับวิชาสังคม เมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลายก็ไปเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายเมย์ไดนากาโนะซึ่ง ต้องเดินทางจากบ้านด้วยรถไฟไปถึงสองชั่วโมง และเหตุผลก็มาจากปมด้อยเรื่องมือนั่นเอง
(หากพ่อแม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต) แต่หลังจากที่เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลาย ผลการเรียนของทสึโตมุก็แย่ลงเรื่อยๆ เพื่อนร่วมชั้นให้การในภายหลังว่าเขาเป็นคนเก็๋บตัวและไม่เด่นสะดุดตา ทสึโตมุตั้งความหวังว่าจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมย์ได หากสุดท้ายความหวังของเขาก็ไม่เป็นจริงเพราะคะแนนไม่ถึง หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมในปี 1981 เขาจึงเข้าเรียนในคณะอนุปริญญาเทคนิคการวาดภาพของมหาวิทยาลัยช่างศิลป์โตเกียวแทน แต่กระทั่งหลังจากเข้าเรียนที่นี่แล้ว ทสึโตมุก็ยังคงเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวจนแทบไม่มีใครในชั้นเรียนที่จดจำเขาได้
มิยาซากิ ทสึโตมุ ในวัยเด็ก
ปี 1983 หลังจากที่จบอนุปริญญามาแล้ว ทสึโตมุได้รับการแนะนำจากปู่ให้เข้าทำงานในโรงพิมพ์ที่เมืองโคไดระโดยรับ หน้าที่เป็นผู้คุมเครื่องจักร เพื่อนร่วมงานให้การในภายหลังว่าเขาไม่ตั้งใจทำงานและเข้ากับคนรอบข้างไม่ ได้ จนเดือนมีนาคมปี 1986 ก็ออกจากงานที่โรงพิมพ์ไป ทสึโตมุเก็บตัวอยู่ในห้องเป็นเวลาหลายเดือน (อย่างที่เรียกกันว่าฮิกิโคโมริ) และในเดือนกันยายนปีเดียวกันก็ยอมออกมาช่วยงานเล็กๆน้อยๆของกิจการในครอบ ครัวเช่นการออกไปรับต้นฉบับใบปลิว ในช่วงนี้เองที่เขาหันมาออกโดจินชิของอนิเมชั่น หากก็ถูกพรรคพวกเกลียดจนออกหนังสือได้เพียงเล่มเดียว หลังจากนั้น เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของเซอร์เคิ่ลวีดีโอหลายกลุ่ม (หมายถึงกลุ่มแลกเปลี่ยนวีดีโอที่อัดมจากรายการต่างๆในทีวี) แต่ทสึโตมุชอบจู้จี้กับสมาชิกคนอื่นเรื่องวิธีการอัดวีดีโอ รวมทั้งไม่ยอมส่งวีดีโอที่ตัวเองต้องก็อปปี้มาแลกให้กับอีกฝ่าย เขาจึงเป็นที่เหม็นขี้หน้าในที่นี้เช่นกัน
ทสึโตมุ ไม่มีประสบการณ์ในการคบกับผู้หญิง ซึ่งสาเหตุสำคัญนั้นมาจากปมด้อยเรื่องมือที่ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้ผู้หญิง ที่เป็นผู้ใหญ่ เขาเคยถูกมารดาคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวถึงสี่ครั้ง แต่หลังการดูตัวก็ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายหญิงหมดทุกครั้ง (ภาพที่ใช้ในการดูตัวก็คือภาพข้างบนนี่เอง)
ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนทำให้ทสึโตมุเริ่มก่อคดี แต่คดีแรกของเขานั้นเริ่มขึ้นสามเดือนหลังจากที่ผู้เป็นปู่เสียชีวิตไปใน เดือนพฤษภาคมปี 1988 นี่เอง (มีคำให้การว่าทสึโตมุกินเถ้ากระดูกของปู่ลงไปเพื่อแสดงถึงความเคารพอีกด้วย)
เหยื่อเด็กวัย 4 ขวบ
วันที่ 22 สิงหาคม 1988 คงโนะ มาริ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุให้การสารภาพในภายหลังว่าเขาลักพาตัวมาริมาจากใกล้บ้านของเด็กหญิงนั่นเอง หลังจากที่บีบคอมาริตายและศพเริ่มแข็งตัว เขาก็ทำการอนาจารกับศพของเด็กหญิง (ไม่มีการข่มขืน) และถ่ายวีดีโอเก็บไว้ ซึ่งเกี่ยวกับข้อนี้ ทสึโตมุแสดงความเห็นในภายหลังว่า"ผมอยากจะได้ร่างกายนั้นเป็นของตัวเอง ศพยังไงก็ต้องเน่า แต่วีดีโอยังเอามาดูซ้ำได้อีก"
วันที่ 3 ตุลาคม โยชิซาว่า มาซามิ (7 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุบีบคอฆ่ามาซามิแล้วเริ่มทำการอนาจารในทันที หากจากคำให้การในภายหลังตอนนั้นมาซามิยังพอมีลมหายใจอยู่ แขนขาของเธอจึงกระตุกเป็นระยะ
วันที่ 9 ธันวาคม นันบะ เอริกะ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน หลังจากฆ่าแล้ว เอริกะปัสสาวะราดออกมา ทสึโตมุจึงทิ้งศพของเด็กหญิงไว้ในภูเขา และในวันที่ 15 เดือนเดียวกัน ศพเปลือยของเอริกะก็ถูกพบในภูเขา หลังการพบศพ พ่อของเอริกะให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ว่า"ถึงจะตายไปแล้ว แต่ก็ยังดีที่เขากลับมา "ทสึโตมุจึงวางแผนจะคืนศพของผู้เคราะห์ร้ายให้กับครอบครัว แต่ลงท้าย เขาก็ไม่สามารถหาศพของมาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สองพบ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1989 มีกล่องกระดาษถูกวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้านครอบครัวคงโนะ ภายในคือเถ้ากระดูกและฟันบางส่วนซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นของคงโนะ มาริเหยื่อเคราะห์ร้ายรายแรก และในวันที่ 10 เดือนเดียวกันก็มีจดหมายจากฆาตกรซึ่งอ้างตัวเป็นผู้หญิงชื่อ"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิ (มีทฤษฎีกล่าวว่าแผลงมาจากประโยค"มาตอนนี้แล้วเลยพูดได้") บอกว่าเธอเป็นผู้ลักพาตัวเด็กหญิงไปฆ่าเนื่องจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัว เองมีร่างกายบกพร่องทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้
บางส่วนจากจดหมาย
"นี่เป็นกระดูกของมาริจังอย่างแน่นอน พอเผาแล้วกระดูกก็สลายลงไปตามธรรมชาติ.... พอคนเรากลายมาเป็นกระดูก กระดูกนั้นก็ช่างเล็กและมีจำนวนน้อยกว่าที่คิดไว้เสียอีก แต่ฉันก็พยายามเก็บกระดูกใส่ลงมาในกล่องทั้งหมดแล้วค่ะ อาจจะมีคนพูดว่าคดีในครั้งนี้เป็น"ความแค้น" "การเล่นเกม" "การกลั่นแกล้ง" หรือ"การท้าทาย" แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันเพียงแค่มา"คืน"มาริจังเท่านั้นเอง
ฉันแค่อยากจะคืนมาริจังให้เท่านั้นเองจริงๆค่ะ ได้โปรดรีบจัดงานศพให้มาริจังเถอะค่ะ อาจจะฟังเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ฉันก็ยังไม่อยากถูกจับค่ะ และฉันก็จะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้วด้วย
วันก่อน ฉันดูข่าวที่คุณแม่ทราบเรื่องจากตำรวจแล้วบอกว่า"เท่านี้ฉันก็พอจะมีความ หวังต่อไปได้" ฉันจึงคิดว่าควรจะจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นคนที่บ้านก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ามาริจังอยู่ที่ไหน ฉันจึงรีบส่งจดหมายมาเช่นนี้ค่ะ
กระดูกพวกนั้นคือมาริจังจริงๆ"
เหยื่อเด็กวัย 5 ขวบ กับ 7 ขวบ
วันที่ 11 มีนาคม มีจดหมายสารภาพจาก"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิและบ้านครอบครัวของโยชิซาว่า มาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สอง คราวนี้อ้างว่าตัวเองมีลูกที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็กแต่ไม่ได้ทำศพให้ จึงลอบปนกระดูกบางส่วนของลูกตัวเองไปกับกระดูกของมาริเพื่อที่จะได้ทำศพเสีย ที
แต่ทสึโตมุก็ยังไม่หยุดตัวเองลงแค่นั้น
วันที่ 6 มิถุนายน โนะโมโตะ อายาโกะ (5 ขวบ) ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ห้องน้ำในสวนสาธารณะ ศพของเด็กหญิงเปล่าเปลือยและถูกตัดข้อมือข้อเท้า ทสึโตมุให้การในภายหลังว่าอายาโกะหัวเราะมือของเขาทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้น หน้าและเผลอฆ่าอายาโกะทิ้ง ส่วนมือที่ตัดไปนั้นเอากลับไปบ้านแล้วย่างกินกับโชยุ รวมทั้งเขาได้ดื่มเลือดจากมือของเด็กหญิงที่ค้างอยู่ในถุงพลาสติกด้วย
วันที่ 23 กรกฎาคม ทสึโตมุ ทำอนาจารกับเด็กหญิงชั้นประถมหนึ่งโดยจับเด็กหญิงแก้ผ้าในห้องน้ำและ กำลังจะถ่ายภาพ หากผู้ปกครองของเด็กหญิงเข้ามาพบทันท่วงที เขาจึงถูกจับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์ และระหว่างการสอบปากคำก็รับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนร้ายของคดีทั้งหมดที่ผ่าน มา (ศพของมาซามิ บางส่วนของศพมาริ และส่วนศีรษะของศพอายาโกะถูกพบหลังจากการสารภาพนี้)
หลังการจับกุม มีการพบวีดีโอ 5763 ม้วนจากห้องของทสึโตมุ และหลังการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ 74 คนกับเครื่องเล่นวีดีโอ 50 เครื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก็พบภาพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปะปนอยู่ด้วย วีดีโอดังกล่าวกลายมาเป็นหลักฐานสำคัญในการฟ้องคดีของทสึโตมุในเวลาถัดมา
หลังจากถูกจับกุม รื้อค้นของมิยาซากิ พบว่ามีวีดีโอโป๊จำนวนมาก
มิยาซากิ ทสึโตมุไม่ได้ให้การชัดเจนนักเกี่ยวกับแรงจูงใจในการฆ่า แต่ความแปลกประหลาดของคดีก็ทำให้อาชญากรรมนี้เป็นที่สนใจของหลายฝ่าย และมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา
โอสึกะ เอย์จิ นักวิจัยโอทาคุกล่าวไว้ว่าความโดดเดี่ยวขณะที่เขาอายุยังน้อยทำให้สภาพจิตใจ ของทสึโตมุหยุดอยู่ในวัยเด็กซึ่งส่งผลต่ออุปนิสัยและรสนิยมทางเพศที่เหมือน กับเด็กไปด้วย ในความเป็นจริง ทสึโตมุทำอนาจารต่อเด็กหญิงโดยการลูบไล้ก็จริง แต่เขาไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์กับเด็กหญิงเลยแม้แต่หนเดียว ซึ่งการมีนิสัยย้อนอายุนี้ตรงกับเปโดฟีเลียประเภทหนึ่ง (Pedophilia หมายถึงรสนิยมทางเพศที่มีเป้าหมายเป็นผู้เยาว์) และยังกล่าวอีกด้วยว่าทสึโตมุใช้ความรุนแรงกับเหยื่อเหมือนที่เด็กใช้ความ รุนแรงกับเด็กด้วยกัน แต่เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ ความรุนแรงดังกล่าวจึงมีผลเป็นการฆาตกรรม
จิตแพทย์ผู้รับผิดชอบคดีของมิยาซากิ ทสึโตมุก็กล่าวว่า เขาไม่ใช่เปโดฟีเลียโดยสมบูรณ์ เพียงแต่เล็งเด็กหญิงเป็นเหยื่อโดยจิตใต้สำนึกเท่านั้น เขาเพียงแต่ตัดใจที่จะคบหากับผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ และหันมาใช้เด็กหญิงเป็นเครื่องทดแทนเสียมากกว่า ตัวเขาเองจริงๆแล้วไม่ได้มีรสนิยมชอบเด็กหรือชอบศพเลย
โรเบิร์ต เรสเสลอร์ (FBI และนักเขียน เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการตั้งทฤษฎีโปรไฟลิ่ง) กล่าวว่าทสึโตมุเป็นเปโดฟีเลียประเภทซาดิสต์แบบเลือก ซึ่งผู้มีอุปนิสัยดังกล่าว จะมีลักษณะดังนี้
- มักจะกระทำการซ้ำๆเป็นเวลานาน
- เคยถูกทารุณกรรม (ทางเพศ) ในวัยเด็ก
- ในช่วงวัย 10 ปี มักจะคบหาคนในวงจำกัด
- มักจะทำอันตรายต่อเด็กซึ่งเป็นเหยื่อ
- เป็นคนโสดอายุ 25 ปีขึ้นไป
- อยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่ร่วมบ้านกับพ่อแม่
- สนใจเด็กและสิ่งที่เกี่ยวกับเด็ก
- เป็นซาดิสซึ่ม
- จะไม่มีความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ตนก่อ
- ไม่มีวิธีรักษา
* แถมมีการวิเคราะห์ว่าที่ทสึโตมุตัดมือเหยื่อนั้นมีความหมายถึง"การทำหมัน" ซึ่งแสดงถึงการขาดสมรรถภาพทางเพศของเขานั่นเอง
ทสึโตมุ พยายามดึงรูปคดีว่าตัวเองเป็นผู้มีความบกพร่องทางจิตที่มีสองบุคลิก โดยอ้างว่าจะมีมนุษย์หนูโผล่มายั่วยุให้เขาก่อคดี หากเหตุผลนี้ก็ไม่ได้รับการรับฟังระหว่างการพิจารณาคดี พ่อของทสึโตมุฆ่าตัวตายด้วยการโดดลงมาจากสะพาน หากตัวทสึโตมุก็ไม่มีท่าทีเสียใจต่อเรื่องนี้
วันที่ 14 เมษายน 1997 ทสึโตมุถูกตัดสินโทษประหารชีวิต เขาขอยื่นอุทธรณ์ หากก็ถูกศาลอุทธรณ์ปฏิเสธและพิพากษายืนคำตัดสินของศาลชั้นต้น ขณะถูกขังอยู่ในเรือนจำโตเกียว เขาร้องเรียนว่าตนเห็นภาพลวงตาและถูกใช้ยาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง หากในวันที่ 17 มกราคม 2006 ศาลฎีกาก็ประกาศยืนยันโทษประหารของทสึโตมุ ในที่สุด
ระหว่างการขังรอประหาร ทสึโตมุพยายามเขียนจดหมายร้องเรียนความโหดร้ายของโทษแขวนคอ และขอให้เปลี่ยนวิธีประหารเป็นการฉีดยาตาย ซึ่งจดหมายเหล่านี้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือในภายหลัง ในจำนวนนั้นมีจดหมายกล่าวถึงการที่สื่อมวลชนออกข่าวการประหารของเขาอย่าง ครึกโครมว่า"ผมเป็นคนมีชื่อเสียงจริงๆ" และเมื่อถูกถามถึงความเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งเป็นเหยื่อกับครอบครัว เขาก็ตอบไว้ว่า"ไม่มีเป็นพิเศษ ผมว่าดีแล้วที่ผมได้ทำเรื่องดีๆ"
วันที่ 17 มิถุนายน 2008 มิยาซากิ ทสึโตมุถูกประหารที่เรือนจำโตเกียว หากก็ไม่มีคำพูดขอขมาหรือแสดงความสำนึกผิดออกมาจากปากของเขาจนวาระสุดท้าย
จากการที่มิยาซากิ ทสึโตมุเป็นโอทาคุ โลลิค่อน และผู้นิยมเฮอร์เร่อร์ คดีของเขาจึงส่งผลกระทบต่อสังคมในเวลานั้นไม่น้อย ที่ชัดเจนที่สุดนั้นคงได้แก่ "อนิเมโอทาคุ"ซึ่งแต่เดิมไม่ได้เป็นที่รู้จัก กันในสังคมทั่วไป คดีนี้ได้ดึงโอทาคุกับอนิเมขึ้นมาเป็นเป้าของสังคมโดยสร้างภาพพจน์ในแง่ลบ ว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากร ซึ่งมีผลไปถึงมาตราการควบคุมสื่อเป็นภัยในเวลาถัดมา
(หากในทำนองกลับกันก็ทำให้โอทาคุกับคอมิเคกลายมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ด้วย) ซึ่งในข้อนี้ มีการผลักดันให้โอทาคุปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนมากขึ้นจนในปัจจุบันนี้พอจะ สามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี
ในอีกแง่หนึ่ง คดีนี้ทำให้เปโดฟีเลียกลายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และสร้างความตื่นตัวเรื่องการรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กขึ้นในหมู่ผู้ ปกครองอีกด้วย
จะอย่างไรก็ดี นักข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำข่าวคดีมิยาซากิ ทสึโตมุ ได้สารภาพบนบล๊อกของหนังสือพิมพ์ว่า สื่อมวลชนพยายามออกข่าวอย่างไม่ตรงต่อความจริงเท่าใดนัก เป็นต้นว่า กองนิตยสารในห้องของทสึโตมุนั้นที่จริงเป็นนิตยสารธรรมดาที่ผู้ชายชอบอ่าน กัน แต่ช่างภาพก็จงใจจัดฉากด้วยการวางหนังสือโป๊ไว้บนสุด
หรือจะเป็นวีดีโอที่พบในห้องทสึโตมุและถูกออกข่าวว่าเป็นวีดีโอโป๊กับวีดีโอ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงนั้น ในความจริงแล้วมีวีดีโอโป๊เพียงไม่มาก วีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงก็มีเพียง 44 ม้วนซึ่งยังไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ของจำนวนทั้งหมดด้วยซ้ำ วีดีโอของทสึโตมุนั้นเป็นอนิเมธรรมดาเช่น"โดกะเบง"(อนิเมเกี่ยวกับเบสบอลค่ะ )ที่ถูกอัดมาจากทีวีเสียมากกว่า หากเอนทรี่ดังกล่าวก็ถูกลบทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
คดีสยอง! ยุ่นประหารหนุ่ม ฆ่าข่มขืน กินเลือดกินเนื้อ 4 ด.ญ

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 17 มิ.ย.2551 ญี่ปุ่นประหารนักโทษคดีก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์ 3 คน รวมถึงนายทสึโทมุ มิยาซากิ วัย 45 ปี ฆาตรกรต่อเนื่อง
เจ้าของฉายา "ฆาตกรเด็กหญิง" และ "แดร็กคิวล่า"ที่ก่อคดีสุดสะเทือนขวัญลงมือลักพาตัว ฆ่าหั่นศพ ข่มขืนศพ กินเนื้อ และดื่มเลือดเด็กหญิง 4 ราย
"อาชญากรรมอันโหดร้ายผิดมนุษย์ที่ผู้ต้องหาทำลงไปเพื่อตอบสนองความหื่น กระหายทางเพศของตัวเอง ทำให้ศาลไม่มีช่องว่างใดๆ ที่จะลดโทษให้" ผู้พิพากษาโทกิยาสุ ฟูจิตะ แห่งศาลสูงญี่ปุ่น กล่าว หลังยืนโทษประหาชีวิตรนายมิยาซากิด้วยการแขวนคอ แม้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 2 คนจะระบุตรงกันว่า ผู้ต้องหารายนี้ป่วยเป็นโรคจิตเภทขั้นรุนแรงและเป็นคน 2 บุคลิก
ตำรวจจับกุมตัวนายมิยาซากิได้ในสวนสาธารณะจังหวัดไซตามะเมื่อปี 2532 หลังจากพยายามยัดเลนส์กล้องถ่ายรูปเข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิง แต่เคราะห์ดีที่พ่อเด็กมาช่วยเหลือทันเวลา ส่วนนายมิยาซากิวิ่งหลบหนีไปแต่หวนกลับมาเอารถยนต์จึงถูกตำรวจล็อกตัว เมื่อไปค้นบ้านพักของคนร้ายที่อยู่ใกล้ๆ กันถึงกับตกตะลึง เพราะพบเทปวิดีโอหนังและการ์ตูนที่มีเนื้อหาวิปริตลามกอนาจาร รวมทั้งวิดีโอฆาตกรรมโหดกว่า 6,000 ม้วน และนายมิยาซากิยังอัดเทปเหยื่อแต่ละรายเอาไว้ด้วย
จากการสอบสวนพบว่า เหยื่อทั้ง 4 รายของนายมิยาซากิเป็นเด็กหญิงอายุ 4-7 ขวบ อาศัยอยู่ในเขตไซตามะและกรุงโตเกียว เมื่อลักพาตัวเหยื่อมาถึงที่พัก นายมิยาซากิจะฆ่าหั่นศพเป็นชิ้นๆ จากนั้นจึงเอาซากศพมาวางไว้ข้างที่นอนเพื่อข่มขืน นอกจากนั้น ยังเอาชิ้นส่วนศพบางชิ้นไปทำอาหาร และดูดเอาเลือดของเหยื่อมาดื่มกินอีกด้วย คดีนี้ใช้เวลาพิจารณานับสิบปี ระหว่างขึ้นศาล นายมิยาซากิอ้างว่า "มนุษย์หนู" เป็นคนฆ่าเด็กๆ ไม่ใช่ตน
ในวันเดียวกับที่มีการประหาร นายยาสึโอะ ฟูคุดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนให้มีโทษประหารต่อไป ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็จะฟังเสียงประชาคมโลกด้วย
ญี่ปุ่นประหาร 3 ฆาตกร รวมทั้งฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่กินศพเหยื่อ
ญี่ปุ่นได้ประหารชีวิตนักโทษ 3 คน ในจำนวนนี้ รวมทั้งฆาตกรฆ่าต่อเนื่องชื่อกระฉ่อน ซึโตมุ มิยาซากิ ผู้คลั่งไคล้ในไสยศาสตร์ ที่มีความผิดฐานฆ่าเด็กผู้หญิง 4 คน และกินอวัยวะบางส่วนของพวกเธออีกด้วย นายมิยาซากิ วัย 45 ปีมีฉายาว่า ฆาตกรโรคจิต จากการที่เขาหมกมุ่นอยู่กับการ์ตูนและภาพลามก แต่ทนายของเขา อ้างว่า เขาป่วยทางจิต และอาจไม่มีสติสมบูรณ์ดีในช่วงที่ลงมือก่อเหตุ
ญี่ปุ่นเป็นชาติอุตสาหกรรมรายใหญ่ นอกเหนือจากสหรัฐ ที่ยังใช้โทษประหารชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง นายคูนิโอะ ฮาโตยาม่ารัฐมนตรียุติธรรม แถลงข่าวยืนยันว่เขาได้ลงนามในคำสั่งที่จะนำนักโทษทั้ง 3 คน ไปแขวนคอ อันเป็นความยุติธรรมที่แท้จริง และยอมรับว่า รู้ดีว่าทนายของนายมิยาซากิ ได้เตรียมยื่นขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยใช้เรื่องการทดสอบทางจิตเป็นข้ออ้าง
การประหารชีวิตมีขึ้น 1 สัปดาห์ หลังจากญี่ปุ่นต้องเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญล่าสุด จากการที่ลูกจ้างบริษัทผลิตรถยนต์คนหนึ่ง ไล่แทงคนไม่เลือกหน้าในย่านไฮเท็คในกรุงโตเกียว หลังจากส่งข้อความเตือนในอินเตอร์เน็ตก่อนลงมือจริง และ นายชิเกรุ ฮาชิซูมิ วัย 75 ปี หัวหน้าคณะสอบสวนคดีนายมิยาซากิ กล่าวว่า การประหารชีวิตเป็นการปิดฉากในคดีนี้ ซึ่งเขาหวังว่าจะเป็นบทเรียนให้คนรุ่นใหม่ ได้ตระหนักว่าจะมีจุดจบเช่นนี้ ถ้าก่อคดีฆาตกรรมที่โหด**มเช่นนี้
นายมิยาซากิ ถูกจับเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2532 ขณะพยายามจะถ่ายภาพเปลือยของเด็กสาวคนหนึ่งในที่แจ้ง และต่อมาได้มีการเปิดโปงคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ จากการที่เขายอมรับว่าฆ่าเด็กผู้หญิงไป 4 คน อายุระหว่าง 4 - 7 ปี ทั้งในและชานกรุงโตเกียว และกินบางส่วนของเหยื่อ 2 ใน 4 ราย และนอกจากจะจัดการแยกชิ้นส่วนศพของเหยื่อแล้ว ยังนอนข้างศพและดื่มเลือดของศพอีกด้วย
นายมิยากิยังได้ส่งจดหมายไปยังสื่อมวลชน โดยใช้ชื่อเป็นผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นคนที่ก่อคดี และส่งกล่องบรรจุชิ้นส่วนของเหยื่อคนหนึ่งไปให้ครอบครัวของเธอด้วยตอนที่ถูกจับ ตำรวจได้พบวีดีโอเทปประมาณ 6 พันม้วน ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่ภาพสยดสยอง ที่บ้านของเขาในจังหวัดไซตามะ ใกล้กรุงโตเกียว
ในช่วงที่อยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม นายมิยาซากิ ไม่เคยเอ่ยปากแสดงความเสียใจต่อเหยื่อ และครอบครัว เขาเอาแต่บอกว่า แรท แมนซึ่งเป็นตัวการ์ตูน เป็นผู้ที่ก่ออาชญากรรม ส่วนพ่อของเขา ไม่สามารถทำใจรับสิ่งที่ลูกชายกระทำ และได้กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เมื่อปี 2547 แต่นายมิยาซากิ กลับกล่าวว่า เขารู้สึกสดชื่น
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
เจาะลึกประเด็นร้อน: เมื่อ "ทุนเรียนฟรีเพื่อนบ้าน" ถูกตั้งคำถามหนัก ถึงเวลาทบทวนเพื่อ "ความมั่นคง" หรือเป็นเพียงเกมการเมืองระหว่างประเทศ?
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ขณะนี้โลกอยู่ในปี 2026 แล้ว แต่มีประเทศหนึ่งที่ยังคงอยู่ในปี 2018
ถั่ว 4 ชนิดที่คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง
iPhone รุ่นเก่ากลับมาฮิตถล่มทลาย หลัง Gen Z แห่ตามหา!!
แม่วัวตัวหนึ่งวิ่งไล่ตามรถจักรยานยนต์ ที่บรรทุกลูกวัวขาหักของมันมาด้วย
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
6 รายได้เสริม ฉบับวัยรุ่นเจ๋ง ๆ
iPhone รุ่นเก่ากลับมาฮิตถล่มทลาย หลัง Gen Z แห่ตามหา!!








