อาบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่า?
การอาบน้ำ กิจวัตรประจำวันที่เราๆ ท่านๆ ปฏิบัติกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก หลายคนใช้การอาบน้ำเป็นการผ่อนคลายความเหนื่อยเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน แต่อีกหลายคนใช้การอาบน้ำเพียงเพื่อชำระล้างร่างกาย
แต่เชื่อไหมว่า การอาบน้ำยังมีอะไรมากกว่าที่คิด
การอาบน้ำ นอกจากจะเป็นการทำความสะอาดร่างกายแล้วยังจะเป็นการกระตุ้นเลือดภายในร่าง กายให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น เริ่มจากการใช้ฝ่ามือหรือผ้าหยาบ ใยบวบ ฯลฯ ถูให้ทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เริ่มจากเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักแรงขึ้นไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้นแล้วหัวใจหลักนั้นอยู่ที่ "อุณหภูมิ" ของน้ำ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิต ระบบการหายใจทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ

น้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27-34 องศาเซลเซียส หรือไม่ควรอุ่นเกินอุณหภูมิของร่างกาย 2 องศา จะทำให้ร่างกายสะอาดมากที่สุด เพราะความอุ่นของน้ำจะเข้าไปเปิด รูขุมขนทำให้ผิวหายใจได้มากขึ้น ขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ตามผิวได้มากขึ้น และยิ่งถ้าได้อาบน้ำอุ่นก่อนนอนก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะจะทำให้นอนหลับสบายได้ดียิ่งขึ้น
ส่วนผู้ที่ชอบอาบน้ำอุ่นจัดๆ หรืออาบน้ำร้อนนั้น ไม่ควรอาบบ่อยครั้งนัก และควรควบคุมให้อยู่ในอุณหภูมิประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส และไม่ควรอาบนานเกิน 10-15 นาที เพื่อป้องกันผิวแห้งจากการสูญเสียน้ำมันบนผิวหนัง ยังทำให้หัวใจต้องทำงานมากขึ้นในการขยายเส้นเลือดเพื่อจะช่วยให้ร่างกายเย็น ลง

สำหรับผู้ที่ชอบอาบน้ำเย็นๆ มีการพบว่า การอาบน้ำเย็นจะทำให้เป็นหนุ่มสาวอยู่เสมอ เพราะความเย็นของน้ำจะทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังได้มากขึ้น ทำให้เกิดการหมุนเวียนได้ดี อุณหภูมิของน้ำที่ 21-27 องศาเซลเซียส จะทำให้ผิวเย็นสบาย สดชื่น เต่งตึงลดอาการอ่อนเพลีย ปลุกเร้าประสาทสัมผัส ทำให้กล้ามเนื้อสดชื่น และยังเป็นผลดีต่อระบบการหายใจ หลังอาบน้ำใช้ฝ่ามือตบเบาๆ ให้ทั้งตัว เพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวและยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
การอาบน้ำนั้นหากเลือกแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำ สามารถเติมน้ำมันหอมระเหยลงไปเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย และควรผสมเกลือลงไปในน้ำด้วยเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงาน ดีขึ้น

หลังจากแช่ตัวแล้วควรล้างตัวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น จะเป็นแบบตักราดหรือใช้ฝักบัวก็ได้ หากใช้ฝักบัวก็ควรจะเปิดน้ำให้แรงและฉีดวนลงบนผิวไล่จากเท้าขึ้นมาหน้าท้อง มือ แขน จนมาถึงหัวใจ น้ำเย็นจะช่วยกระชับรูขุมขน เร่งให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถลดเซลลูไลต์และชะล้างพิษบนผิวออกได้อีกด้วย
ส่วนเวลาเหมาะสมสำหรับการอาบน้ำ คือ ก่อนรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง แต่ถ้าจะอาบหลังมื้ออาหารก็ควรจะเว้นระยะสัก 2-3 ชั่วโมง เป็นการป้องกันการจุกเสียดที่อาจเกิดขึ้นได้
นี่แหละ เรื่องง่ายที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด !!
การอาบน้ำอุ่น... ช่วยให้รูขุมขนเปิด
การอาบน้ำเย็น...ช่วยให้รูขุมขนปิด
เพราะฉนั้น ถ้าเราอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ผิวจะแห้งได้ แก้ไขโดยการทาครีมบำรุง หลังอาบเสร็จ
น้ำร้อน (36-38 องศา) : เหมาะสำหรับการอาบหรือแช่น้ำ เพื่อช่วยในการบำบัดความรู้สึกกังวลจากความเครียด
หรือเกิดการดึงของกล้ามเนื้อ (เวลาที่ใช้ในการแช่น้ำไม่ควรเกิน 20 นาที)
น้ำอุ่น (29-39 องศา) : เหมาะสำหรับการอาบหรือแช่น้ำ เพื่อช่วยในการผ่อนคลายความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือความเครียด
น้ำเย็น (10-29 องศา) : เหมาะสำหรับการอาบหรือแช่น้ำ เพี่อช่วยในการกระตุ้นการทำงานทั้งร่างกายและจิตใจ
(เวลาที่ใช้ในการแช่น้ำไม่ควรเกิน 2 นาที)
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
จังหวัดไหนในไทย มีโรงแรมมากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
มารยาทปิดดีล! "กฎ 3 ข้อ 8 ข้อระวัง" คัมภีร์โต๊ะอาหารจีนที่เปลี่ยนอนาคตธุรกิจคุณได้
เลขเด็ด "นายกฯ คนที่ 33" กระแสแรงรับรัฐบาลใหม่ 2569
"คั่วหมูใส่หัวสิไค" ใส่ตะไคร้หอมกรุ่นอย่างไรต้องลองคั่ว
โทรศัพท์มือถือ 5 รุ่นในตำนาน ที่มียอดขายมากที่สุดในโลก
"พชร์ อานนท์" ฟาดเดือด! "ไทย" มี 77 จังหวัดไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ..อย่ามาดราม่าปมผลเลือกตั้ง
เลขเด็ด "นายกฯ คนที่ 33" กระแสแรงรับรัฐบาลใหม่ 2569
